เอสเตวาลิส

Aestivalis 0G Frame

First appearance Martian Successor Nadesico
Designer Mika Akitaka
Height 6.24 m
Weight 1.2 t
Armor super hard ceramic/reinforce resin composite
Special feature Image Feedback System, gravity wave antenna, distortion field
Armaments

  • immediate knife
  • rapid rifle
  • field lancer

หุ่นยนต์ที่บริษัทอุตสาหกรรมหนักเนอร์กัลพัฒนาขึ้น เอสเตวาลิสนั้นใช้พลังงานจากการรับคลื่นแรงโน้มถ่วงจากภายนอกจึงไม่มีเครื่องกำเนิดพลังงานในตัว หากว่าไม่สามารถรับคลื่นแรงโน้มถ่วงได้แล้วเอสเตวาลิสก็จะปฏิบัติการได้ด้วยแบตเตอรีสำรอง ระบบบังคับของเอสเตวาลิสนั้นเป็นแบบ IFS (Image Feedback System) ซึ่งใช้นาโนมาชีนเชื่อมระบบประสาทของนักบินเข้ากับระบบเครื่องจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองที่สูงและแม้แต่นักบินที่ด้อยประสบการณ์ก็บังคับได้ง่าย เอสเตวาลิสยังเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับยานแม่ในการทำงานบางอย่างเช่นการจำแนกมิตรศัตรูในการต่อสู้จึงไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนนัก เอสเตวาลิสนั้นมีส่วนประกอบหลักสองส่วนเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้หลากหลาย โดยยานแอสซอล์ทพิตซึ่งเป็นค็อกพิตและส่วนหัวจะประกอบกับเฟรมซึ่งเป็นตัวเครื่องหลักตามแต่การใช้งาน เนื่องจากเอสเตวาลิสสามารถสร้างสนามแรงโน้มถ่วงป้องกันตัวเป็น ดิสทอร์ชันฟิลด์ ได้จึงไม่จำเป็นต้องใช้เกราะที่ทนทานมากนัก เกราะของเอสเตวาลิสนั้นทั่วไปแล้วใช้วัสดุเป็นเรซินกับเซรามิกแข็งพิเศษและไม่มีโลหะเป็นส่วนผสม

เฟรมที่นับเป็นแบบพื้นฐานของเอสเตวลาิสก็คือ 0Gเฟรม ซึ่งเป็นแบบใช้งานในอวกาศ สามารถติดตั้งแผงโต้ลมสุริยะเพื่อใช้เคลื่อนที่โดยไม่ต้องใช้พลังงานมากนักได้ มีอาวุธเป็นมีด ปืนไรเฟิลแบบยิงได้ต่อเนื่อง และก็สามารถใช้ดิสทอร์ชันฟิลด์เพิ่มพลังทำลายในขณะที่ต่อสู้ระยะประชิดตัวได้ ในภายหลังนั้นนายช่าง เซยะ อุริบาทาเกะยังได้พัฒนาหอก ฟิลด์แลนเซอร์ ซึ่งใช้เจาะดิสทอร์ชันฟิลด์ได้เป็นอาวุธเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง 0Gเฟรมนั้นสามารถใช้งานภาคพื้นดินได้อยู่แล้วโดยที่เท้ามีตีนตะขาบสำหรับใช้แล่นไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีการดัดแปลงเป็นเฟรมภาคพื้นดินให้ใช้งานได้ดีขึ้นโดยถอดเอาท่อขับดันแรงโน้มถ่วงที่ใช้ในอวกาศออกไปและใช้ตัวรับคลื่นแรงโน้มถ่วงที่เล็กลงพื่อให้น้ำหนักเบาคล่องตัวและปฏิบัติการได้นานขึ้น นอกจากอาวุธเดิมของ 0Gเฟรมแล้ว ส่วนแขนของเฟรมภาคพื้นดินยังสามารถยิงออกไปชกศัตรูจากระยะห่างได้โดยมีสายเคเบิลดึงกลับมา 0Gเฟรมกับเฟรมภาคพื้นดินของเอสเตวาลิสที่ประจำการบนยานนาเดซิโกะแต่ละเครื่องนั้นได้รับการทาสีและปรับแต่งตามนักบินแต่ละคน โดยเครื่องของเรียวโกะ สุบารุเป็นเครื่องจ่าฝูงซึ่งมีเซนเซอร์และเสาอากาศที่มีประสิทธิภาพกว่าปกติ เครื่องของอิซุมิ มากิจะเน้นการยิงต่อสู้ด้วยปืน และเครื่องของฮิคารุ อามาโนะก็ปรับระบบให้บังคับได้ง่าย ส่วนเครื่องของอาคิโตะ เทนคาวะนั้นเนื่องจากไม่ใช่นักบินอย่างเป็นทางการจึงไม่มีการปรับแต่งแต่อย่างใด

เฟรมแบบมาตรฐานอีกแบบของเอสเตวาลิสนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้บินในชั้นบรรยากาศของโลกจึงมีโครงสร้างที่เพรียวกว่าเฟรมภาคพื้นดินและมีส่วนที่เหมือนปีกซึ่งเป็นเครื่องยนต์เจ็ทเพิ่มแรงขับดันให้บินได้ ที่หน้าอกมีเซนเซอร์เสริม นอกจากอาวุธของ 0Gเฟรมแล้ว ในปีกยังมีมิสไซล์พ็อดเป็นอาวุธเสริม กับเฟรมปืนใหญ่ซึ่งเน้นการยิงโจมตีระยะไกล และมีเกราะหนาเพื่อให้สามารถแล่นฝ่ากับระเบิดได้ ติดตั้งอาวุธไว้เป็นมิสไซล์พ็อดติดไหล่กับปืนใหญ่ 120 มม. ซึ่งเมื่อใช้งานนั้นจะล็อกปืนไว้กับส่วนขาเพื่อให้ศูนย์เล็งนิ่งและใช้ขาตั้งยันด้านหลังรับแรงถีบของปืน ส่วนมือแบบคีมยังสามารถปล่อยออกไปแล้วดึงกลับด้วยสายเคเบิลได้ เฟรมปืนใหญ่ยังมีเครื่องต้นแบบที่เรียวโกะเคยใช้ซึ่งเป็นแบบที่มีแอสซอล์ทพิตแบบโมโนอายในตัว ทั้งเฟรมปืนใหญ่และเฟรมอากาศนั้นไม่มีการปรับแต่งพิเศษ นอกจากส่วนหัวของแอสซอล์ทพิตแล้วจึงดูเหมือนกันหมด อาคัตสึกิ นางาเระ ซึ่งเข้าร่วมกับยานนาเดซิโกะในภายหลังนั้นใช้ 0Gเฟรมที่สร้างพิเศษโดยใช้ตัวรับคลื่นแรงโน้มถ่วงกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่จึงมีสมรรถนะสูงกว่าเครื่องอื่นๆ แอสซอล์ทพิตยังติดเซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติและเป็นต้นแบบของเอสเตวาลิสรุ่นผลิตจำนวนมาก โดยรุ่นผลิตจำนวนมากนี้ยังมีแบบเฟรมปืนใหญ่ซึ่งติดอาวุธเพิ่มเป็นปืนแก็ตลิ่งที่ลำตัวกับปืนต่อต้านอากาศยานสองลำกล้องที่ไหล่ทั้งสองข้าง

จิโร่ ยามาดะ ซึ่งเป็นนักบินประจำในช่วงแรกอีกคนของยานนาเดซิโกะยังเคยใช้เฟรมภาคพื้นดินที่ดัดแปลงพิเศษโดยติดตั้งอาวุธหนักเข้าไป คือมิสไซล์พ็อด ปืนอนุภาคสองลำกล้อง เครื่องพ่นไฟ และไรเฟิล เพื่อให้สามารถใช้ต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากได้ นอกจากนั้นยังมี Xเอสเตวาลิส ซึ่งเดิมนั้นเป็นโมเดลที่อุริบาทาเกะออกแบบไว้เล่นๆว่าเป็นเอสเตวาลิสที่ทรงพลังกว่าจินซีรีส์ของดาวพฤหัสโดยมีมีอาวุธเป็นปืนกราวิตีบลาสต์ขนาดเล็กที่ลำตัว ก่อนที่จะแอบยักยอกทรัพยากรมาสร้างจริงและได้รับการสนับสนุนจากซาดะอากิ มุเนะทาเกะ เนื่องจากเดิมเป็นแค่โมเดลที่สร้างไว้เล่นๆจึงไม่สามารถใช้งานได้จริงเพราะพลังงานที่ใช้ในการยิงกราวิตีบลาสต์นั้นสูงกว่าที่เฟรมจะรับได้และจะระเบิดไปเอง แต่ข้อมูลการดัดแปลง Xเอสเตวาลิสก็มีประโยชน์ต่อเนอร์กัลในการพัฒนาเฟรมสมรรถนะสูงในเวลาต่อมา ในเกม The Blank of 3 Years อุริบาทาเกะยังได้พัฒนาเฟรมสำหรับต่อสู้ในน้ำโดยมีอาวุธเป็นตอร์ปิโดลันเชอร์กับทอร์นาโดสกรูว และ เทรลเลอร์วาลิส ซึ่งเป็นรถบรรทุกที่อุริบาทาเกะดัดแปลงให้แปลงร่างเป็นแบบเอสเตวาลิสเฟรมอาาศได้แม้จะไม่มี IFSและใช้พวงมาลัยเป็นระบบบังคับผ่านคอมพิวเตอร์พิเศษ

aestevalis_ground_akito.jpg

Aestivalis Land Frame

Weight 800 kg
Armaments

  • immediate knife
  • wire fist
  • rapid rifle
  • field lancer
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License