ทีมแรบบิทส์
ahsmb-001.jpg

AHSMB-001 Blue One

First appearance Majestic Prince
Designer Yuji Tani
Overall height 14 m
Powerplant Iones conversion machine
Special feature Juria System
Armaments

  • assault blade
  • gun halberd
  • impact shoulder cannon
  • 'Magic Wand' high maneuver guided missile
  • 'Arm Breaker' sword shield
  • 'Eraser' heavy electromagnetic acceleration cannon

แอชเครื่องอื่นๆของทีมแรบบิทส์ ซึ่งทั้งสี่รวมกับเรดไฟฟ์ด้วยนั้นนับได้ว่าเป็นไพ่ตายในการต่อสู้กับจักรวรรดิวุลการุ บลูวันที่ใช้ข้อมูลพันธุกรรมของอาซากิ โทชิคาสุนั้นนับว่าเป็นต้นแบบของแอชที่พัฒนาต่อมาจนถึงเรดไฟฟ์ โดยมีส่วนประกอบเป็นหุ่นคอร์โมดูลที่เพิ่มพลังการต่อสู้ด้วยเกราะชั้นนอกที่เรียกว่าแอสซอล์ทเยเกอร์ เนื่องจากเป็นเครื่องต้นแบบจึงได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบและสามารถใช้งานอาวุธเสริมของแอชเครื่องอื่นหรือไรนอสได้ด้วย อุปกรณ์มาตรฐานของบลูวันนั้นเป็นแบบเน้นการต่อสู้ระยะใกล้ถึงระยะกลางตามความถนัดของอาซากิ โดยมีดาบแบบคาตะนะ แอสซอล์ทเบลด กับกันฮัลเบิร์ด อาวุธบีมใช้งานเป็นขวานยาวหรือปืนก็ได้ เป็นอาวุธหลัก ส่วนเกราะไหล่นั้นสามารถเปิดออกเป็นช่องเก็บอาวุธได้ซึ่งปกติแล้วจะเป็นปืน อิมแพ็คท์โชลเดอร์แคนน่อน แต่ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์แบบยิงระยะไกลได้ตามสถานการณ์อย่างมิสไซล์นำวิถีหรือ อีเรเซอร์ ปืนแม่เเหล็กไฟฟ้าอานุภาพสูงซึ่งมีความยาวมากกว่าความสูงของบลูวันเองและสามารถยิงได้อย่างต่อเนื่องจึงใช้กวาดเป้าหมายเป็นแนวได้ ที่แขนทั้งสองข้างยังสามารถติด อาร์มเบรคเกอร์ ที่เป็นโล่ซึ่งสามารถแปลงสภาพเป็นอาวุธระบะประชิดตัวได้ด้วย เพอเพิลทูว์ของคุกิมิยะ เคย์ นเป็นแอชที่ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่ประมวลข้อมูลและวางแผนในสนามรบ คอร์โมดูลนั้นไม่มีส่วนแขนขา ติดตั้งเซนเซอร์กับเรดาร์ประสิทธิภาพสูงและเชื่อมโยงระบบกับแอชของทีมแรบบิทส์ โกดิเนียนซึ่งเป็นยานบัญชาการ และดาวเทียมสอดแนมเป็นจำนวนมาก ระบบคอมพิวเตอร์หลักของเพอเพิลทูว์นั้นมีสองชุดและยังมีระบบคอมพิวเตอร์สำรองอยู่ด้วย ซึ่งทำให้เพอเพิลทูว์สามารถทำการประมวลผลแทนแอชเครื่องอื่นๆได้ถึง 10 เครื่อง รวมถึงสามารถทำการควบคุมแอชเครื่องอื่นเองได้ เนื่องจากเพอเพิลทูว์นั้นทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลแะลวางแผนจึงติดอาวุธโดยเน้นให้ใช้ป้องกันตัวเท่านั้นโดยติดไว้กับวงแหวนรอบตัวเป็นปืนอนุภาคสองแบบ ดาบอนุภาค และโล่ แอ็คทีฟการ์เดอร์ ซึ่งจะแผ่สนามพลังออกมาแคบกว่าบาเรียร์ปกติที่ปกคลุมทั้งตัวซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของระบบอิเล็กทรอนิกส์ลดลงไปด้วย เพอเพิลทูว์ยังสามารถเสริมคอนเทนเนอร์ติดอาวุธไว้ด้านหลังซึ่งใช้เก็บระเบิดได้

โรสทรีของอิริเอะ ทามาคิ เป็นแอชแบบเน้นด้านความเร็วโดยติดบูสเตอร์กำลังสูงกับระบบต้านแรงโน้มถ่วงไว้ ส่วนแขนขาของคอร์โมดูลนั้นทำให้ที่ช่วยปรับสมดุลในการเคลื่อนไหว ความเร็วของโรสทรีนั้นสูงยิ่งกว่ายานอวกาศที่ใช้เดินทางระหว่างดาวเคราะห์และยังสามารถเร่งเครื่องหรือหยุดกระทันหันได้ที่แรงกดมากกว่า 20G ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่อาศัยว่าทามาคิมีความทนแรงกดและสายตาที่ไวมากเป็นพิเศษ บาเรียร์ของโรสทรียังมีพลังป้องกันสูงเป็นพิเศษเพื่อให้ใช้กระแทกเป้าหมายได้จากที่ทามาคิชอบพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้าม ค็อกพิตของโรสทรียังออกแบบพิเศษให้บังคับในท่าเอนตัวไปด้านหน้า บูสเตอร์ของโรสทรีนั้นมีขนาดใหญ่มากซึ่งใช้เป็นคอนเทนเนอร์เก็บอาวุธเป็นปืนอนุภาคและมิสไซล์แบบต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้ต่อสู้ระยะประชิดตามปกติได้เลย โรสทรีนั้นสามารถบินเข้าออกบรรยากาศด้วยตนเองได้ และเมื่อกางบาเรียร์แล้วก็สามารถให้เครื่องอื่นเกาะติดไปได้ด้วย สุดท้ายคือโกลด์โฟ ของสุรุกะ อาตารุ ที่ได้รับการออกแบบโดยเน้นการใช้งานแบบยิงระยะไกลและไม่ใช้การประกอบคอร์โมดูลกับแอสซอล์ทเยเกอร์ แต่ใช้โครงสร้างที่เหมือนพาหนะสงครามโดยคงรูปร่างแบบมนุษย์ไว้มากกว่า แขนขวานั้นเป็นปืนปืนอนุภาคหนัก 90 มม.ซึ่งเป็นอาวุธหลัก ส่วนแขนซ้ายนั้นติดปืน 40 มม. ที่ยิงต่อเนื่องได้ เมื่อเข้าสู่ท่าเตรียมยิงนั้น ส่วนมือซ้ายก็จะเสียบเข้ากับแขนขวาและสามารถใช้ปืนยิงป้องกันตัวได้ และส่วนหัวที่เป็นเซนเซอร์กำลังสูงก็จะเลื่อนมาเชื่อมต่อโดยตรงกับแขนขวาให้ความแม่นยำสูงสุด ที่ไหล่ซ้ายนั้นติดมิสไซล์ไว้สามชุดและสามารถใช้มิสไซล์ต่อต้านยานรบ เดธไฟเยอร์ ซึ่งแผ่บีมจากหัวมิสไซล์เพื่อเพิ่มการเจาะทะลวงด้วย อาวุธของโกลด์โฟทั้งหมดนั้นสามารถถอดเปลี่ยนเป็นได้ โดยปืนติดแขนซ้ายนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นปืนอนุภาคแบบสาดกระจายระยะสั้น ส่วนแขนขวาก็สามารถเปลี่ยนเป็นปืนเลเซอร์หนักได้ และยังสามารถเสริมเกราะหรืออาวุธอื่นเพิ่มได้อีก อาวุธที่มีอานุภาพสูงสุดที่โกลด์โฟเคยใช้นั้นก็คือบีมแคนน่อนระยะไกล ฟลายชูทซ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนต้องส่งมาจากยานและต้องถอดอาวุธอื่นออกเสียก่อน และยังต้องรับพลังงานเพิ่มจากภายนอกจึงจะยิงได้ แต่ก็มีอานุภาพที่สามารถยิงเป้าหมายบนโลกจากนอกชั้นบรรยากาศได้ ซึ่งในการยิงโจมตีเป้าหมายที่อยู่พ้นระยะเซนเซอร์นั้น โกลด์โฟสามารถใช้การเชื่อมโยงข้อมูลจากเพอเพิลทูว์ได้

แอชท้้งสี่เครื่องนั้นก็สามารถใช้ฟุลเบิร์สท์โหมดได้ โดยบลูวันจะมีแถบแสงแผ่ออกมาเหมือนผ้าคลุมและมีพลังในการต่อสู้ที่สูงขึ้น เพอเพิลทูว์จะย้ายวงแหวนไปไว้ด้านหลังและส่วนที่เหลือจะแปลงร่างเหมือนยืนสี่เท้า ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะเพิ่มขึ้นจากปกติอย่างมาก โรสทรีจะปลดเกราะด้านหลังออกเพื่อใช้งานบูสเตอร์แบบแถบแสงที่ใช้เป็นอาวุธได้ด้วย แต่ทามาคินั้นมีปัญหาเวลาใช้งานพร้อมกับที่เคลื่อนไหวไปด้วยจึงต้องให้สุรุกะช่วยควบคุมการยิงอาวุธผ่านเพอเพิลทูว์ ส่วนโกลด์โฟนั้นจะแผ่สนามพลังออกมารอบตัวซึ่งช่วยให้ศูนย์เล็งของโกลด์โฟนิ่งและสามารถเล็งยิงเป้าหมายจากระยะไกลด้วยกำลังที่มากกว่าปกติได้แม้จะอยู่ในสภาพที่มีปัจจับผกผันสูง

ahsmb-002.jpg

AHSMB-002 Purple Two

First appearance Majestic Prince
Designer Yuji Tani
Overall height 12 m
Powerplant Iones conversion machine
Special feature Juria System
Armaments

  • 'Slash Sword' high maneuver guided particle sword
  • composite light paricle gun
  • 'Rail Defender' autonomous defensive particle gun
  • 'Active Gaurder' mobile particle defense unit
  • sticky depth charge
  • maneuver depth charge
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License