เรดไฟฟ์

AHSMB-005 Red Five

First appearance Majestic Prince
Designer Yuji Tani
Overall height 14 m
Powerplant Iones conversion machine
Special feature Juria System
Armaments

  • sword counter
  • heavy machete
  • 'Knee Block' inner rapid-fire gun
  • arm gun
  • beam cannon
  • HEP beam cannon
  • additional leg sword
  • 'Longbow' multiple composite cannon
  • chain rail cannon
  • multi launcher
  • heavy multi launcher

หุ่นยนต์ท่เรียกว่า แอช (AHSMB = Advanced-High-Standard-Multipurpose-BattleDevice) ของทีมแรบบิทส์ ในสังกัดของโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นเยาว์ MJP (Military Junior Pre-academy) หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า มาเจสติกปรินซ์ ซึ่งเดิมทีนั้นเป็นองค์กรลับที่ขึ้นตรงต่อกองกำลังป้องกันโลกที่มีจุดประสงค์เพื่อารพัฒนามนุษย์โดยการดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถเอาชีวิตรอดในอวกาศได้หลังจากที่มนุษย์เริ่มการใช้ชีวิคในอวกาศอย่างจริงจัง แต่หลังจากที่ เทโอเรีย เจ้าหญิงของจักรวรรดิวุลการุที่ปกครองทางช้างเผือกตั้งแต่เมื่อ 1.5 ล้านปีก่อนได้เตือนถึงการรุกรานของวุลการุซึ่งมีแนวคิดว่าจักรวรรดิที่ปกครองอยู่ก่อนหน้านั้นล่มสลายไปจากข้อจำกัดทางพันธุกรรม และในอดีตนั้นวุลการุก็ได้ใช้พันธุกรรมของตนเองสร้างโฮโมเซเปียนที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์และปล่อยให้วิวัฒนาการบนโลกโดยตั้งใจจะล่าเพื่อใช้เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมในอนาคต MJP จึงได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการรับมือวุลการุแทน แอชนั้นมีระบบจูเรียที่ดัดแปลงจากเทคโนโลยีของวุลการุโดยรวมเอาข้อมูลพันธุกรรมของนักบินเข้าไปในระบบของแอชด้วยทำให้สามารถบังคับได้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนเองและยังสามารถตอบสนองต่อนักบินได้ดีขึ้นตามที่ข้อมูลพันธุกรรมในระบบจูเรียพัฒนาตนเอง ทำให้แอชสามารถรับรู้ถึงอันตรายและตอบสนองด้วยตนเองได้แม้นักบินจะไม่รู้ตัวก็ตาม แต่เนื่องจากแอชนั้นไม่มีส่วนที่เป็นเหมือนสมองของตนเองจึงจำเป็นต้องใช้นักบินบังคับและไม่สามารถใช้นักบินคนอื่นแทนได้ ระบบจูเรียยังต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาตนเองจึงไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้ ระบบจูเรียยังได้รับผลกระทบจากสภาพจิตใจของนักบินที่สูงมาก หากว่านักบินไม่คิดจะสู้หรือกลัวจนคิดหนีขึ้นมาแล้วก็จะไม่สามารถต่อสู้ได้ไปด้วย นักบินของแอชทุกคนจึงถูกลบความทรงจำในสมัยเด็กและถูกสอนโดยปลูกฝังจิตสำนึกว่ามีแต่จะต้องต่อสู้จึงจะสามารถเอาตัวรอดได้ และอาจารย์สมัยวิทยาลัยของแต่ละคนก็ทำหน้าที่เป็นนักจิตวิทยาที่คอยดูแลสภาพจิตใจของนักบินแต่ละคนไไปด้วย แอชแต่ละเครื่องนั้นมียานซ่อมบำรุงและทีมช่างเฉพาะของตนเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการสร้างแอชแต่ละเครื่องก็นับว่าเทียบเท่ากับงบประมาณประจำปีของประเทศเล็กๆเลยทีเดียว แอชทั้งหมดยังสามารถสร้างบาเรียร์ป้องกันตัวได้

เรดไฟฟ์นั้นเป็นแอชที่ใช้บ้อมูลพันธุกรรมของฮิตาจิ อิซุรุ และได้รับการออกแบบให้เป็นหัวหน้าทีมของทีมแรบบิทส์ ลักษณะโดยรวมของเรดไฟฟ์นั้นเรียกได้ว่าปรับปรุงจากบลูวันโดยตรงซึ่งรวมถึงการใช้หุ่นคอร์โมดูลที่เพิ่มพลังการต่อสู้ด้วยเกราะชั้นนอกที่เรียกว่าแอสซอล์ทเยเกอร์ อิซุรุที่มีความเข้ากับระบบจูเรียสูงกว่าคนอื่นๆมากนั้นทำให้ใช้งานได้เร็วกว่าคนอื่นๆ เรดไฟฟ์ยังได้รับการออกแบบให้ทำการซ่อมบำรุงโดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่ายโดยใช้ข้อต่อแบบมาจรฐานของกองกำลังป้องกันโลก เนื่องจากออกแบบให่เป็นเครื่องจ่าฝูงจึงใช้อาวุธหลักเป็นบีมแคนน่อนแบบมือถือสองกระบอกซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลระหว่างพลังทำลายต่อนัดและอัตราการยิง ที่แขนทั้งสองข้างนั้นติดดาบพับ ซอร์ดเคาเตอร์ ที่ใช้งานง่ายจากที่เชื่อว่าน่าจะใช้ป้องกันตัวเป็นหลัก ที่เอวติดปืน นีบล็อก ซึ่งมีอานุภาพไม่สูงนักแต่ยิงรัวได้ ซอร์ดเคาเตอร์นั้นประกอบกับปืนอนุภาคซึ่งเก็บไว้ที่ขาได้ และยังมีอาวุธเสริมอย่างบีมแคนน่อนแฝดพิสัยไกลแบบประทับบ่า ลองโบว ดาบยาว เฮฟวีมาเชเต ปืน HEP แคนน่อนที่ประกอบจากบีมไรเฟิล เรลกันกำลังสูง เลื่อยบีม และเครื่องยิงทุ่นระเบิด ให้สามารถใช้งานได้ทุกระยะ มัลติลันเชอร์ที่เป็นปืนแบบต่างๆอย่างปืนไฟฟ้า เกรเน็ดลันเชอร์ ปืนลูกซอง มาประกอบกันเป็นปืนแก็ตลิง ระบบจูเรียของเรดไฟฟ์ยังได้ถูกตั้งค่าให้มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเมื่อค่าความเข้ากับระบบจูเรียของอิซุรุเพิ่มถึงระดับสูงสุด เรดไฟฟ์ก็จะเปิดฟุลเบิร์สท์โหมด ซึ่งเกราะส่วนหัว ปีก และเอวจะเปิดออกและแผ่แถบแสงสีน้ำเงินออกมาและทำให้มีพลังในการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างมากแต่ชิ้นส่วนทั้งหมดของเรดไฟฟ์รวมถึงอิซุรุเองก็ต้องรับภาระหนักมากด้วยเช่นกัน แอสซอล์ทเยเกอร์ของเรดไฟฟ์นั้นพังไปในปฏิบัติการเฮฟเวนส์เกท แต่ก็ได้รับแอสเซอล์ทเยเกอร์ใหม่ซึ่งประกอบจากชิ้นส่วนที่ยังไม่ผ่านการทดลองกับอะไหล่ของแอชเครื่องอื่นๆ ทำให้กลายเป็น เรดไฟฟ์พลัส ซึ่งสามารถแปลงร่างเป็นยานความเร็วสูงได้ด้วย

ahsmb-005-plus.jpg

AHSMB-005+ Red Five Plus

First appearance Majestic Prince: Awakening Gene

ahsmb-005-cruise.jpg

Cruise Mode

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License