AHSMB-006 Black Six
First appearance Majestic Prince
Designer Yuji Tani
Overall height 14 m
Powerplant Iones conversion machine
Special feature Juria System
Armaments
- 'Apache Gun' composite bayonet
- 'Side Arm' shoulder-mounted short-range high-maneuver guided missile
- 'Black Fire' leg-mounted multiple high-maneuver guided missile
- 'Shield Knuckle' multiple artillery unit
- heavy impact cannon
แอชของคุโรกิ อันจู ซึ่งเป็นสมาชิกคนใหม่ของทีมแรบบิทส์ที่มาเข้าทีมในภายหลัง แบล็คซิกซ์นั้นเป็นแอชรุ่นใหม่ที่ตั้งใจให้สามารถผลิตจำนวนมากได้ รูปแบบภายนอกจึงดูค่อนข้างเรียบง่ายกว่าแอชรุ่นก่อนหน้าและไม่ใช้โครงสร้างแบบคอร์โมดูล รวมถึงออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลายกว่าแอชของทีมเรบบิทส์ที่เน้นการใช้งานเฉพาะทางมากกว่า ระบบซ่อมบำรุงของแบล็กซิกซ์ยังปรับปรุงให้มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้นจึงไม่ต้องมียานประจำตัวอีกและใช้แรงงานกับเวลาในการซ่อมแซมที่รวดเร็วกว่า อาวุธหลักของแบล็กซิกซ์เป็นปืนกลติดดาบปลายปืน อาปาเชกัน สองกระบอก ที่บ่าและขานั้นติดมิสไซล์ไว้ได้ และด้านหลังก็สามารถติดปืนใหญ่กับบีมแคนน่อนเพิ่มได้ แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่ทำให้มีโอกาสที่ระบบภายในจะขัดข้องเมื่อต้องทำการต่อสู้เป็นเวลานาน รุ่นผลิตใช้งานจริงของแบล็กซิกซ์คือ AHSMB-006B ไชรค์นั้นมีลักษณะภายนอกแตกต่างจากแบล็กซิกซ์เฉพาะสี แต่ด้านสมรรถนะนั้นได้ลดกำลังเครื่องและอัตราตอบสนองลงเพื่อให้บังคับได้ง่ายขึ้นระบบพลังงานนั้นก็ออกแบบให้เหมาะกับการปฏิบัติการเป็นเวลานานมากขึ้นแม้จะมีกำลังสูงสุดที่ต่ำลง โดยได้ปรับปรุงระบบหล่อเย็นให้มีประสิทธิภาพขึ้นด้วย
แอชของทีมฟอว์นที่พัฒนาต่อมานั้นก็ได้ปรับปรุงมาใช้โครงสร้างแบบเดียวกับแบล็กซิกซ์แต่เปลี่ยนอุปกรณ์สำหรับใช้งานเฉพาะด้านเหมือนกับเครื่องของทีมแรบบิทส์ คือ ออเรนจ์เซเวน ของแอน เมดิคุม ซึ่งเป็นเครื่องแบบเน้นการต่อสู้ระยะประชิดตัว แต่เนื่องจากเห็นว่าสไตล์การต่อสู้ด้วยดาบแบบบลูวันยั้นจำเป็นจะต้องใช้นักบินที่มีประสบการณ์สูงและจากข้อมูลในการต่อสู้กับวุลการุที่ผ่านมายังพบว่ามีบ่อยครั้งที่เสียอาวุธมือถือไปในการต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง จึงได้เปลี่ยนมาเป็นใช้โล่ติดไหลาขนาดใหญ่สองข้างเพื่อเน้นการป้องกันตัวและติดดาบไว้ที่ขาด้วย ซิลเวอร์เอท ของยุย มากาเรียเนส เป็นเครื่องแบบยิงระยะไกลเหมือนโกลด์โฟ ซิลเวอร์เอทนั้นมีเกราะที่บางแต่ส่วนเอวติดเครื่องกำเนิดสนามพังเสริมซึ่งทำให้การป้องกันตัวขณะที่เข้าสู่ตำแหน่งยิงสูงเพิ่มขึ้นอยากงมาก แต่ก็ยังนับว่ามีจุดอ่อนถ้าต้องต่อสู้อย่างยืดเยื้อ กรีนไนน์ ของเซย์ ยุซุริฮะ ซึ่งออกแบบให้ทำงานเหมือนเพอเพิลทูว์ที่นับว่าใช้งานได้ดีมากอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างแล้วก็นับว่าขาดความยืดหยุ่นในการใช้งาน ระบบเรดาร์ของกรีนไนน์นั้นได้เปลี่ยนมาใช้ของยานแม่ซึ่งผลิตออกมามากอยู่แล้วโดยไม่ลดขนาดลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิตแต่ยังคงประสิทธิภาพของระบบไว้ ส่วนเอวยังติดเซนเซอร์เสริมไว้ และมาเจนตาเทน ของคริส โซลเฟรีโน ซึ่งใช้รูปแบบของโรสทรีแต่ปรับขนาดของบูสเตอร์ยูนิตให้เทียบได้กับเครื่องปกติ ส่วนแขนก็ปรับใช้ใช้ในการต่อสู้ได้ มาเจนตาเทนนั้นมีทัศนสิวัยที่แคบมากจนมีข้อครหาว่าใช้เครื่องบินขับไล่ติดบูสเตอร์น่าจะดีกว่า แต่ก็มีการสร้างใช้งานเพื่อเป็นเครื่องต้นแบบในการเก็บข้อมูล

AHSMB-007 Orange Seven
First appearance Majestic Prince: Awakening Gene

AHSMB-008 Silver Eigth

AHSMB-009 Green Nine

AHSMB-010 Magenta Ten

