
ALFEX-16-SOP Obambo
First appearance OBSOLETE
Designer Makoto Ishiwata
Height 2.783 m
Armaments
- 12.7 mm heavy machine gun
- 120 mm mortar
- 12.7 mm anti-material rifle
เอ็กโซเฟรมของหน่วยรบไร้สังกัด เอาต์แคสท์บริเกด ส่วน NATO นั้นเรียกด้วยรหัส TOPEX-12 เอ็กแซคเตอร์ การพัฒนาโอบัมโบนั้นแท้จริงแล้วมีสาธารณรัฐอาซาเนียอยู่เบื้องหลัง โดยเดิมทีนั้นอาซาเนียได้พัฒนา CADEX-015 จิบลาร์ตาร์ หรือที่ NATO ตั้งรหัสให้ว่า COEX-03 เอ็กเซเตอร์ หลังจากที่หน่วยลาดตะเวนลาดักในอินเดียได้พบเป็นครั้งแรก ฝ่ายอินเดียซึ่งเชื่อว่าเอ็กเซเตอร์เป็นของกองทัพปากีสถานนั้นได้ถอนตัวจากข้อตกลงแซงท์กัลเลนเพื่อเพิ่มกำลังเอ็กโซเฟรมในกองทัพของตนเอง โดยเอ็กโซเฟรมของอินเดียนั้นก็คือ HAWEX-015 เมฆทูต หรือเรียกตามรหัส NATO ว่า MWEX-02 เอ็กแซมเปลอร์ เมฆทูตซึ่งเป็นของหน่วยลาดตะเวนลาดักนั้นก็ใช้รูปแบบของจิบลาร์ตาร์ โดยจากที่ให้ใช้งานในแถบเทือกเขาที่หนาวเย็นจึงมีระบบให้ความร้อนในตัวและใช้สกีในการเคลื่อนไหว แต่ติดอาวุธไว้เพียงปืนกลเบาสองกระบอกเท่านั้น กองทัพอินเดียนั้นชื่อว่าเมฆทูตมีพลังที่ทียบกับจิบลาร์ตาร์ได้ แต่ในความเป็นจริงนั้นจิบลาร์ตาร์ได้เปรียบจากที่ติดปืนกลในตำแหน่งที่หมุนยิงได้รอบตัวและยังสามารถติดมิสไซล์ต่อต้านรถถังเพิ่มได้อีกด้วย รูปแบบของจิบลาร์ตาร์นั้นได้พัฒนาไปเป็นเอ็กโซเฟรมติดอาวุธซึ่ง NATO ได้เรียกว่า UEX-21 สเตรนจ์เอ็กเซคเตอร์ ซึ่งมีทั้งมิสไซล์ต่อต้านรถถังและปืนไรเฟิลดัดแปลงให้ใช้งานแบบสไนเปอร์ได้
เมื่อเริ่มการพัฒนาโอบัมโบนั้นก็เป็นรุ่นต้นแบบ EXEX-04 ซึ่งมีปัญหาจากที่ตำแหน่งติดตั้งปืนเดิมนั้นเกะกะส่วนหัวเซนเซอร์แบบใหม่ รุ่นใช้งานจริงของโอบัมโบจึงออกแบบใหม่ทั้งหมด มีอาวุธเป็นปืนกลหนัก 12.7 มม. ปืนไรเฟิล และปืนครก 120 มม. ในตอนที่กองทัพอาซาเนียได้นำโอบัมโบเข้าประจำการอย่างเป็นทางการนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ALFEX-16-SPGD มคุคิ ส่วน NATO เรียกด้วยรหัส AEDEX-03 เอ็กคาเวเตอร์ ซึ่งมคุคิที่เปิดตัวในพิธีสวนสนามของอาซาเนียนั้นได้ประดับตามแบบของนักรบแอฟริกันรวมถึงมีโล่กับหอก ซึ่งในภายหลังนั้นก็มีรุ่นปรับปรุงคือ ALEX-17-ATGM สไตรค์โอบัมโบ ซึ่งได้เสริมเกราะและติดมิสไวล์นำวิถีเพื่อให้รับมือโทดของอเมริกาได้ดีขึ้น ส่วน NATO นั้นเรียกสไตรค์โอบัมโบว่า TOPEX-18 เอ็กแซค
บริษัทรักษาความปลอดภัยเซอร์เบรัสยังได้ดัดแปลงรูปแบบของเมฆทูตมาใช้งานแบบทหารรับจ้าง SSEEX เซอร์เบรัส โดยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดนั้นใช้ของที่ขายเชิงพาณิชย์ทั่วไปเพื่อลดค่าใช้จ่ายและส่วนเกราะก็ทาสีที่ดูสะดุดตาเพื่อเป็นการโฆษณาตัวเอง เซอร์เบรัสนั้นสามารถติดตั้งโฮเวอร์คราฟท์แบบเบาะลมไว้ที่เท้าให้เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและแล่นบนผิวน้ำได้ ส่วนอาวุธนั้นได้เอาปืนกลเดิมออกและใช้อาวุธมือถือทั้งหมด โดยมีอาวุธหลักเป็นปืนกลกับปืนครกต่อต้านเรือดำน้ำ ทั้งยังสามารถใช้ปืนกลหนักแบบแก็ตลิงที่มีอานุภาพสูงได้

ALFEX-16-SPGD Mkuki

CADEX-015 Giblartar
First appearance OBSOLETE
Designer Makoto Ishiwata
Height 2.957 m
Armaments
- 5.45 mm light machine gun
- 'Baktar Shikan' anti-tank missile

HAWEX-015 Meghdoot
First appearance OBSOLETE
Designer Makoto Ishiwata
Height 2.797 m
Armaments
- light machine gun

SSEEX Cerberus
First appearance OBSOLETE
Designer Makoto Ishiwata
Height 2.72 m
Armaments
- machine gun
- anti-submarine mortar
- rotary cannons