ดินน์

AMF-101 DINN

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kunio Okawara
Overall height 18.93 m
Weight 37.33 t
Armaments

  • 76 mm heavy assault machine gun
  • 190 mm anti-air shotgun
  • 6-tube multipurpose launcher

MSภาคอากาศของ ZAFT ซึ่งแรกเริ่มนั้นพัฒนาโดยการดัดแปลงมาจากจินน์เป็นเครื่องทดลองคือ ZGMF/TAR-X1 จินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศ โดยไบน์เดอร์ที่แบ็คแพ็คจะเป็นปีกและมีส่วนเหมือนหมวกติดเซนเซอร์สวมหัวอีกชั้นเรียกว่าแอโรเชลสำหรับลดแรงต้านของอากาศขณะที่บินอยู่ จินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศยังทดลองติดตั้งระบบพรางตาด้วยยอนุภาคมิราจคอลลอยด์และบีมไรเฟิลรุ่นทดลองที่มีลิ่มไพล์บังเกอร์ติดไว้ด้วย ในขณะที่พัฒนาจินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศนั้นยังไม่ได้ข้อมูลมาจาก GAT-Xซีรีส์และอุปกรณ์ทั้งสองก็นับว่าด้อยประสิทธิภาพ โดยระบบพรางตานั้นมีกำลังต่ำเกินกว่าจะคงอนุภาคไว้ระหว่างการเคลื่อนไหวได้จึงสามารถพรางตัวได้เฉพาะตอนที่อยู่เฉยๆเท่านั้น ส่วนบีมไรเฟิลก็มีกำลังต่ำเกินกว่าจะโจมตีได้และใช้ยิงขู่เท่านั้น สมรรถนะกลางอากาศของจินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศยังต่ำกว่าที่ต้องการ จินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศจึงมีการผลิตออกมาไม่กี่เครื่องเท่านั้นแต่ก็มีการใช้งานต่อมาจนถึงสงตรามครั้งที่สอง โดยมีเครื่องที่ติดจานเรดาร์เสริมไว้ด้วย

เมื่อเริ่มพัฒนาเป็นดินน์นั้นก็ได้ใช้การดัดแปลงโครงสร้างของซิกูแทน เนื่องจากต้องลดน้ำหนักลงให้สามารถบินได้เกราะของดินน์จึงบางมาก แบ็คแพ็คของดินน์มีปีกหกข้างซึ่งจะกางออกเมื่อบินกลางอากาศและส่วนหัวก็มีแอโรเชลเหมือนจินน์รุ่นสอดแนมภาคอากาศแต่เป็นตะแกรงให้มองลอดได้แทนการติดเซนเซอร์ แม้ว่าดินน์จะมีความเร็วตำ่กว่าเครื่องบินของกลุ่มพันธมิตรโลกแต่ในสภาพที่ Nแจมเมอร์ทำให้แทบไม่ต้องทำการต่อสู้ด้วยความเร็วสูงอยู่แล้วนั้นจึงไม่เป็นปัญหานัก อาวุธของดินน์ประกอบด้วยปืนไรเฟิลจู่โจมแบบเดียวกับของซิกู ปืนลูกซองต่อต้านอากาศยาน และที่หน้าอกจะมีช่องอเนกประสงค์ซึ่งปกติแล้วจะใช้เก็บมิสไซล์แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลุสัญญาณได้ ที่เอวทั้งสองข้างของดินน์มีหล่องสำหรับเก็บปืนทั้งสองกระบอก ดินน์รุ่นปกติจะมีสีม่วง แต่เครื่องจ่าฝูงจะทาสีเงินแทน

ดินน์ยังมีรุ่นติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ AME-WAC01 ซึ่งเป็นยูนิตสอดแนมที่ไม่ติดตั้งอาวุธ โดยช่องอเนกประสงค์ที่หน้าอกและกล่องเก็บปืนนั้นจะติดตั้งเซนเซอร์เสริมไว้แทนและเวลาปฏิบัติการก็จะใช้มือถือจานเรดาร์ขนาดใหญ่ ดินน์รุ่นติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์นี้ใช้นักบินสามคนและสมรรถนะของตัวเครื่องเองก็สูงขึ้นซึ่งในกรณีที่เจอกับศัตรูนั้นก็จะทิ้งจานเรดาร์และหนีมาได้ง่ายกว่าเดิม ในช่วงสงครามครั้งที่สอง ZAFTจึงได้พัฒนาดินน์รุ่นติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่อไปเป็น AMRF-101C AWACSดินน์ โดยเสริมเซนเซอร์ไว้ที่ส่วนหมวกและติดจานเรดาร์ไว้ด้านหลังแทน ช่องอเนกประสงค์นั้นจะมีทั้งไฟฉายและเซนเซอร์ AWACSดินน์นั้นติดตั้งระบบโซนาร์ไว้สำหรับตรวจหาใต้น้ำด้วยและยังคงมีปืนทั้งสองกระบอกเป็นอาวุธ นอกจากนั้นยังมีดินน์สำหรับหน่วยพิเศษ เรียกว่า AMF-103A ดินน์เรเวน (RAVEN = Reconnaissance Attack AdVance Electronic iNstallation) ซึ่งนอกจากจะปรับปรุงสมรรถนะและระบบเซนเซอร์กับระบบสื่อสารให้ดีกว่าเดิมแล้วยังมีระบบพรางตัวด้วยมิราจคอลลอยด์ เนื่องจากเป็น MSของหน่วยลับพิเศษและหยุดการผลิตไปตามที่สนธิสัญญายูเนียสห้ามการใช้มิราจคอลลอยด์จึงมีจำนวนน้อยมาก กระนั้นก็ยังมีดินน์เรเวนที่ทหารรับจ้าง ไคท์ มาดิแกนมีอยู่ในครอบครอง โดยไคท์ได้ทาแถบสีที่เป็นสัญลักษณ์ของตัวเอง แล้วเปลี่ยนกล่องอาวุธที่เอวเป็นท่อขับดันเล็กเพื่อให้สามารถติดอาวุธเฉพาะตัวของไคท์ได้

ดินน์นั้นไม่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการต่อสู้กับ MSด้วยกัน โดยเฉพาะศัตรูที่มีเกราะ PSนั้นอาวุธของดินน์จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย หลังสงครามครั้งแรก ZAFTจึงได้พัฒนา AMA-953 บาบิ ที่มีพลังในการต่อสู้สูงกว่า บาบินั้นมีส่วนหัวที่แหลมเพรียวและสามารถแปลงร่างเป็น MAโดยพับขาไปข้างหลังเพื่อเร่งความเร็วได้ บาบิมีเกราะที่หนาและหนักกว่าดินน์แต่ก็มีกำลังับเคลื่อนที่สูงกว่าจึงมีความเร็วกลางอากาศที่พอๆกัน ปืนมือถือนั้นเปลี่ยนเป็นบีมไรเฟิลกับกันลันเชอร์ ที่ปีกมีปืนกลกับมิสไซล์ลันเชอร์ และที่หน้าอกก็มีบีมแคนน่อนซึ่งในร่าง MAที่หันลงนั้นจะใช้ยิงทำลายภาคพื้นดินเหมือนเครื่องบินทิ้งระเบิด

ame-wac01.jpg

AME-WAC01 DINN Special Electronic Installation Type

First appearance Gundam SEED Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara

amrf-101c.jpg

AMRF-101C AWACS DINN

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY
Designer Kunio Okawara
Overall height 18.93 m
Armaments

  • 76 mm heavy assault machine gun
  • 190 mm anti-air shotgun
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License