AMS-119 Geara Doga
First appearance Mobile Suit Gundam: Char's Counter Attack
Designer Yutaka Izubuchi
Head height 20 m
Base weight 23 t Full weight 50.8 t
Armor titanium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2160 kW
Armaments
- beam sword axe
- beam machine gun
- sturm faust
- shield (grenade launcher)
MSซึ่งเป็นกำลังหลักของนีโอซีอ้อนในช่วงสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สอง โดยเดิมทีนั้นทีมพัฒนาของนีโอซีอ้อนในโคโลนีสวีทวอเตอร์ได้พัฒนาเองแต่ต่อมาก็ได้ว่าจ้างให้แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ปรับปรุงจนสมบูรณ์ กิราโดกานั้นได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายและปรับแต่งได้ตามสถานการณ์โดยพัฒนาต่อมาจากซาคุทรีรุ่นหลังและมีพลังในการต่อสู้ที่เทียบได้กับเจกันของสหพันธ์โลก อาวุธหลักของกิราโดกานั้นเป็นปืนกลบีมสองลำกล้องสำหรับใช้ยิงได้ทั้งแบบปืนกลและบีมไรเฟิลและยังติดเกรเน็ดลันเชอร์ไว้ใต้กระบอกปืนได้ ส่วนในระยะประชิดตัวจะใช้บีมซอร์ดแอ็กซ์ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งเป็นขวานและดาบ โล่ของกิราโดกาเป็นแบบพับได้เหมือนโล่ติดไหล่ของมาราไซและติดเกรเน็ดลันเชอร์ไว้รวมทั้งใช้เก็บจรวดมือถือ กิราโดกาเครื่องจ่าฝูงนั้นจะมีสมรรถนะสูงกว่าเล็กน้อยและมีเสาอากาศที่หน้าผาก ซึ่งเครื่องประจำตัวของเรซุน ชไนเดอร์นั้นทาสีน้ำเงินเข้มและใช้บีมไีเฟิลแบบลำกล้องเดียวที่มีระยะหวังผลและพลังทำลายสูงขึ้นโดยยังคงสามารถปรับโหมดยิงเป็นปืนกลบีมได้ แบ็คแพ็คของกิราโดกานั้นสามารถถอดเปลี่ยนได้โดยเครื่องที่ใช้ในภารกิจคุมพื้นที่ของโคโลนีจะติดเครื่องปล่อยทุ่นระเบิดไว้ และเมื่อติดแบ็คแพ็คขนาดใหญ่สำหรับเพิ่มการขับเคลื่อนพร้อมกับปืนใหญ่ แลงก์บรูโนก็จะเป็นรุ่นติดอาวุธหนัก
ก่อนสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สองนั้น ทีมพัฒนากิราโดกาก็ได้สร้าง AMS-119S กิราโดการุ่นปรับปรุงซึ่งตั้งใจให้ใช้เป็นเครื่องจ่าฝูง โครงสร้างของกิราโดการุ่นปรับปรุงนั้นไม่ต่างจากเดิมแต่ได้ปรับรูปร่างภายนอกและใช้เกราะโลหะผสมกันดาเรียมแทนไททาเนียมผสมเซรามิกของรุ่นปกติจึงมีกำลังมากขึ้น ระบบเซนเซอร์ก็มีประสิทธิภาพขึ้น แต่เนื่องจากชาร์เห็นว่า MAขนาดใหญ่อย่างอัลฟาอซีรุมีความจำเป็นมากกว่าจึงไม่มีการผลิตเพิ่ม กิราโดการุ่นต้นแบบอีกเครื่องที่พัฒนาในเวลาเดียวกันนี้ก็คือ AMX-120X กิราโดการุ่นทดลองระบบไซคอมมิว ซึ่งปรับปรุงจากกิราโดกาให้ใช้ทดสอบระบบอาวุธสำหรับนิวไทป์ โดยที่ไหล่ติดฟันเนล เก็บบีมเซเบอร์ไว้หลังโล่ มีปืนมหาอนุภาคติดอยู่ที่ท้อง และใช้บีมไรเฟิลรุ่นพิเศษซึ่งติดเกรเน็ดลันเชอร์ไว้ แต่สมรรถนะของกิราโดการุ่นทดลองระบบไซคอมมิวนั้นต่ำกว่าที่ต้องการโดยเฉพาะที่ทีมพัฒนาประสบปัญหาในการลดขนาดของระบบไซคอมมิวจึงได้ส่งต่อไปให้แอนาไฮม์พัฒนาต่อ ซึ่งแอนาไฮม์ก็ได้พัฒนาต่อไปเป็นแยกด์โดกา และยังใช้ทดลองปืนบีมช็อตไรเฟิลที่ต่อมาเป็นอาวุธของซาซาบี หลังสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สองก็ยังมีการพัฒนากิราโดกาเครื่องต้นแบบอีกเครื่องก็คือ AMS-119C ซึ่งเดิมเป็นเครื่องทดลองเสริมความทนทานด้วยชิ้นส่วนใหม่และเร่งกำลังของท่อขับดันให้สูงขึ้น แต่สมดุลเครื่องนั้นแย่มากจึงบังคับยากและเตรียมจะแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่ ก่อนที่ฟุล ฟรอนทัลจะเลือกมาใช้เป็นเครื่องประจำตัวโดยทาสีแดงแบบของชาร์ก่อนจะได้ซินันจูมา ปืนกลบีมที่ใช้นั้นเป็นแบบเดียวกับของกิราซูล นอกจากนั้นยังมี AMX-121 เควลโดกา ซึ่งเป็นรุ่นที่ทดลองใช้อาวุธความร้อนแบบ MSรุ่นเก่า
หลังจากสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สอง สหพันธ์โลกก็ตระหนักได้ว่ายังมีผู้ร่วมอุดมการณ์กับนีโอซีอ้อนหลบซ่อนอยู่เป็นจำนวนมากจึงต้องการให้นักบินเตรียมพร้อมรับมือการต่อสู้ในอนาคตแต่ก็มีปัญหาที่ไม่สามารถหากิราโดกามาใช้ในการฝึกซ้อมได้ และแม้จะรู้อยู่ว่าแอนาไฮม์เป็นผู้ผลิตกิราโดกาให้นีโอซีอ้อนก็ไม่กล้ากดดันมากนัก จึงใช้การว่าจ้างให้บุคจังค์ในเครือบุคคอนเซิร์นเก็บกู้ซากของกิราโดกาจำนวนสามเครื่องที่ยังใช้งานได้และส่งไปให้แอนาไฮม์ดัดแปลงซ่อมแซมให้สหพันธ์ใช้งานแทน โดยแอนาไฮม์นั้นก็ได้เลือกใช้รูปแบบของกิราโดการุ่นปรับปรุง เนื่องจากเป็นเครื่องฝึกซ่้อมและไม่ได้เข้าประจำการในกองทัพอย่างเป็นทางการจึงไม่ได้เปลี่ยนรหัสเครื่องและตั้งชื่อเล่นให้ว่า เลอห์โดกา เลอห์โดกานั้นเคยได้รับการยกเครื่องใหม่ในปี UC 106 โดยเปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงานเป็นแบบเดียวกับของซาคุทรีรุ่ปรับปรุงให้ใช้อาวุธที่มีกำลังสูงขึ้นได้ ทั้งยังเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นแบบเดียวกับของเจกันประมาณครึ่งหนึ่งพร้อมกับแก้ไขเกราะเอว ไหล่ และแบ็คแพ็ค ให้สามารถเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วน MS ทั้งของสหพันธ์หรือซีอ้อนเพื่อใช้จำลองความสามารถของศัตรูได้ เลอห์โดกาเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของครูฝึก บอช เวลเลอร์ ซึ่ง ซิด อันเบอร์ ได้ใช้เป็น MSประจำตัวแทนกันดั้ม F90หมายเลขสองที่ถูกขโมยไป และอีกเครื่องเป็นของชาร์ล โรเชสเตอร์ ซึ่งใช้แบ็คแพ็คของโดเวนวูล์ฟ ที่เกราะกระโปรงติดแขนกลของซาคุทรี และใช้โล่ติดปืนอนุภาคของบาวู

Gundam UC version
Designer Hajime Katoki

AMS-119 Geara Doga Heavy Weapons Type
First appearance Char's Counter Attack Mobile Suit Variations
Designer Mika Akitaka
Head height 20 m
Base weight 28 t Full weight 62.1 t
Armor titanium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2160 kW
Armaments
- beam sword axe
- beam machine gun
- sturm faust
- 200 mm rangebruno cannon
- shield (grenade launcher)

Gundam UC version
Designer Hajime Katoki

AMS-119C Geara Doga Full Frontal Custom
First appearance Gundam UC Mobile Suit Variations
Designer Hajime Katoki





