ซาคุทรี
amx-011.jpg

AMX-011 Zaku III

First appearance Mobile Suit Gundam ZZ
Designer Masahiro Oda
Head height 21 m
Base weight 44.2 t Full weight 68.3 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2150 kW
Armaments

  • beam cannon/beam saber
  • mouth beam cannon
  • beam rifle
  • shield

MSของนีโอซีอ้อนซึ่งทีมวิศวกรของแอ็กซิสพัฒนาขึ้นให้เป็นทายาทที่แท้จริงของซาคุทูว์เพราะไม่ยอมรับไฮแซ็คของสหพันธ์โลกและมาราไซของแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์โดยตั้งใจให้มีลักษณะเด่นของซาคุทูว์ที่สามารถใช้งานได้อย่างสมดุลในทุกรูปแบบ ซาคุทรีนั้นสามารถถอดเปลี่ยนและปรับแต่งชิ้นส่วนตามการใช้งานได้ง่าย รูปแบบพื้นฐานของซาคุทรีนั้นมีา่วนปากเป็นบีมแคนน่อนขนาดเล็ก ที่เกราะกระโปรงด้านหน้านั้นติดบีมแคนน่อนขนาดกลางไว้สองกระบอกซึ่งสามารถดึงออกมาใช้เป็นบีมเซเบอร์ได้ด้วย ที่ไหล่ขวาติดโล่ตามแบบของซาคุทูว์ซึ่งสามารถใช้เก็บบีมเซเบอร์สำรองกับระเบิดมือได้ ที่ส่วนหัวของซาคุทรีมีเขาเสาอากาศติดไว้สำหรับบังคับยานเบสแจ็บเบอร์ที่ใช้เป็นฐานบืน SFS สำหรับบินกลางอากาศ ซาคุทรียังสามารถใช้บีมไรเฟิลที่มีดาบความร้อนติดเป็นดาบปลายปืนของ Rจาจาได้ ซาคุทรีเครื่องหนึ่งนั้นเป็น MSที่ราคัน ดาคารันใช้ร่วมในปฏิบัติการทิ้งโคโลนีใส่เมืองดับบลิน

ซาคุทรีนั้นไม่ได้เข้าประจำการเป็นกำลังหลักของนีโอซีอ้อนเนื่องจากเตรียมเข้าประจำการในช่วงเวลาเดียวกับโดเวนวูล์ฟซึ่งเหนือกว่าทั้งด้านอาวุธและสมรรถนะ แต่ก็ยังมีซาคุทรีที่แต่งให้นักบินฝีมือดีแต่ละคนโดยเฉพาะคือ AMX-011S ซาคุทรีรุ่นปรับปรุง ซึ่งเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของมัชชิมา เซโร โดยเสริมเกราะให้การป้องกันดีขึ้นและติดถังเชื้อเพลิงให้จุเชื้อเพลิงได้มากขึ้น เกราะกระโปรงด้านหลังมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อใช้เป็นหางเสือปรับสมดุลและติดเวอเนียร์ไว้ ทำให้มีสมรรถนะที่สูงกว่าเดิมมาก ซาคุทรีของมัชชิมายังติดตั้งไบโอเซนเซอร์ทำให้มีอัตราตอบสนองที่สูงขึ้นมาก ส่วนหัวซึ่งดูคล้ายกับซาคุทูว์มากกว่าเดิมนั้นติดปืนวัลแคนไว้และไม่มีบีมแคนน่อน บีมไรเฟิลเป็นแบบใหม่ที่มีอานุภาพขึ้น และที่เกราะไหล่ข้างซ้ายก็มีช่องสำหรับปล่อยทุ่นระเบิดออกมา นอกจากเครื่องของมัชชิมาแล้วยังมีซาคุทรีรุ่นปรับปรุงที่สร้างไว้ให้ชาร์ อัสนาเบิล แต่ไม่มีการใช้งาน ซึ่งในตอนที่หน่วยมาสเทมาที่เข้าสำรวจแอ็กซิสนั้น ดันตัน ไฮเลกก็ได้เอาซาคุทรีเครื่องนี้เข้าต่อสู้กับกองกำลังเบอนัม ซาคุทรีเครื่องนี้ติดแบ็คแพ็คแบบรุ่นมาตรฐานและใช้ปืนกลบีมของกิราโดกาเป็นอาวุธมือถือแทนบีมไรเฟิล

แต่หลังสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่หนึ่งนั้นก็ได้มีการพัฒนาซาคุทรีต่อมาเป็น AMX-011C ซาคุทรีรุ่นหลังโดยเปลี่ยนพาร์ทให้เปลี่ยนชิ้นส่วนและต่างตามสถานการณ์ได้ง่ายขึ้นอีก อาวุธเดิมนั้นเหลือเพียงบีมแคนน่อนติดกระโปรงหน้า และใช้ปืนกลและบาซูก้าเป็นอาวุธมือถือ ซาคุทรีรุ่นหลังนี้เป็นรูปแบบที่พัฒนาไปเป็นโดกาซีรีส์ในเวลาต่อมา โดยชาร์ได้มอบซาคุทรีรุ่นหลังให้กองโจรขโมย MSเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสหพันธ์โลกด้วย ซาคุทรีรุ่นหลังนี้ยังมีแบบที่แต่งสำหรับใช้งานภาคพื้นดินโดยติดเครื่องปล่อยควันและกล้องสำหรับสอดแนมเป้าหมายขณะที่ซ่อนตัวใต้พื้นทราย บีมแคนน่อนติดเกระากระโปรงก็เปลี่ยนเป็นปืนกล และในกลุ่มปลอกแขนเสื้อซึ่งเป็นกองกำลังนีโอซีอ้อนหลังการขึ้นเป็นผู้นำของฟุล ฟรอนทัลนั้นก็มีซาคุทรีซึ่งเป็นแบบมาตรฐานแต่ใช้ปืนกลบีมของกิราโดกาและติดทุ่นระเบิดไว้ในเกราะไหล่ซ้ายแบบรุ่นปรับปรุง บีมแคนน่อนติดเกราะกระโปรงของรุ่นนี้ยังปรับปรุงให้มีแขนกลจับบีมเซเบอร์ในตัวด้วย

กลุ่มซีอ้อนมาร์สซึ่งอยู่บนดาวอังคารและได้รับข้อมูล MSจากแอ็กซิสยังได้ดัดแปลงดีไซน์ของซาคุทรีไปเป็น AMX-011G ให้คล้ายกับซาคุทูว์ยิ่งกว่าเดิมเพื่อเป็นการปลุกใจทหารใหม่ เนื่องจากออกแบบให้ใช้งานบนดาวอังคารอย่างเดียวจึงติดแบ็คแพ็คของดวาจและลอยตัวบนดาวอังคารได้ แต่เอาอุปกรณ์สำหรับใช้งานในอวกาศออกไป มีบีมแก็ตลิ่งกันเป็นอาวุธหลัก และก็มีรุ่น AMX-011EW ที่แต่งสำหรับใช้งานสอดแนมตามแบบของซาคุรุ่นสอดแนมด้วย

amx-011-uc.jpg

Gundam UC version

Designer Hajime Katoki

amx-011g.jpg

AMX-011G Zaku III

First appearance Advance of Zeta Re-Boot
Designer Kenki Fujioka

amx-011ew.jpg

AMX-011EW Zaku III Recon Type

First appearance Advance of Zeta Re-Boot
Designer Kenki Fujioka

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License