ฮัมมาฮัมมา
amx-103.jpg

AMX-103 Hamma Hamma

First appearance Mobile Suit Gundam ZZ
Designer Yutaka Izubuchi
Head height 21.5 m
Base weight 40.3 t Full weight 79.4 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 3820 kW
Special feature bio-sensor system
Armaments

  • beam saber
  • wire-guided 3-barrel claw beam gun
  • space mine
  • shield (mega particle cannon)

MSที่กองทัพนีโอซีอ้อนพัฒนาโดยตั้งใจให้เป็น MSแบบใช้อาวุธไซคอมมิวซึ่งนักบินทั่วๆไปก็สามารถใช้งานได้ จึงได้เลือกดัดแปลงรูปแบบจากระบบไซคอมมิวแบบติดสายเคเบิลของซีอองก์และติดตั้งไบโอเซนเซอร์เพื่อเพิ่มอัตราการตอบสนองต่อนักบิน มือทั้งสองข้างของฮัมมาฮัมมานั้นเป็นกรงเล็บซึ่งติดบีมแคนน่อนแบบสามลำกล้องไว้และสามารถปล่อยออกไปยิงโจมตีศัตรูจากรอบทิศทางได้แบบซีออองก์และเนื่องจากเป็นกรงเล็บจึงใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดตัวได้ดีด้วย บริเวณไหล่และเกราะกระโปรงจะมีท่อขับดันอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อให้มีกำลังขับเคลื่อนที่สูงกว่า MSทั่วๆไป เนื่องจากต้องจ่ายพลังงานให้ท่อขับดันและระบบไซคอมมิว เครื่องกำเนิดพลังงานของฮัมมาฮัมมาจึงมีพลังงานเหลือให้ใช้งานอาวุธบีมได้ไม่มากนัก ซึ่งวิศวกรของแอ็กซิสก็ได้แก้ปัญหาโดยติดโล่ซึ่งมีเครื่องกำเนิดพลังงานในตัวและติดปืนอนุภาคไว้สามกระบอก รวมถึงใช้เก็บบีมเซเบอร์ในขณะที่ไม่ใช้งานและทุ่นระเบิดอวกาศ

ฮัมมาฮัมมาเครื่องต้นแบบนั้นได้ส่งไปให้ มัชชิมา เซโร ซึ่งจากการใช้งานนั้นแม้ว่าสมรรถนะของฮัมมาฮัมมะจะสูงกว่าคิวเบเลย์แต่สมดุลเครื่องนั้นไม่ดีนักและยังมีปัญหาที่แม้จะใช้ไบโอเซนเซอร์แล้วนักบินปกติก็ยังไม่สามารถใช้งานระบบไซคอมมิวได้มีประสิทธิภาพอ เมื่อออกแบบ AMX-103G ซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากนั้นทีมพัฒนาของนีโอซีอ้อนก็ได้พยายามแก้ปัญหาโดยลดสเป็กเครื่องลงและเปลี่ยนกรงเล็บติดสายเคเบิลเป็นแบบติดบีมแคนน่อนสองกระบอกที่แขนซ้ายข้างเดียวเพื่อลดการใช้พลังงานและให้บังคับได้ง่ายขึ้น ส่วนแขนขวาเป็นมือจับแบบปกติ แต่ในที่สุดนั้นก็ประเมินว่ายังไงนักบินก็จะยังไม่สามารถใช้งานระบบไซคอมมิวได้ดีพอจึงยกเลิกโครงการไป

ฮัมมาฮัมมานั้นพัฒนามาจาก MA ราชฐานซึ่งไม่เคยสร้างใช้งาน จนกระทั่งหลังสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่หนึ่ง ซึ่งแม้ว่ากองทัพนีโอซีอ้อนจะพัฒนาโดเวนวูล์ฟที่สามารถใช้อาวุธกึ่งไซคอมมิวอย่างมีประสิทธิภาพพอได้แล้ว กลุ่มที่ไม่พอใจการใช้ MSที่ดัดแปลงมาจากของสหพันธ์โลกก็ได้พัฒนาฮัมมาฮัมมาต่อมาโดยเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ MAของราชฐานให้แปลงร่างได้ เป็น AMA-103 เมดุสซาและใช้ระบบบังคับแบบกึ่งไซคอมมิวโดยนักบินจะต้องสวมชุดแบบพิเศษเพื่อให้บังคับเมดุสซาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับแก้ปัญหาด้านพลังงานโดยติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานไว้สองเครื่อง ร่าง MAของเมดุสซานั้นจะเน้นการโจมตีด้วยความเร็วและพลังทำลาย โดยนอกจากกรงเล็บติดบีมแคนน่อนที่เพิ่มเป็นสี่ข้างแล้วยังมีปืนใหญ่มหาอนุภาคมัลติเพิลซึ่งสามารถปรับโหมดการยิงระหว่างแบบสาดกระจายและแบบปืนใหญ่มหาอนุภาคไฮเปอร์ที่รุนแรงได้ และเมื่อแปลงร่างเป็น MSนั้นจะเน้นการต่อสู้ด้วยความคล่องตัวซึ่งกรงเล็บติดบีมแคนน่อนสองข้างนั้นจะกลายเป็นขาซึ่งทำให้เมดุสซายืนบนพื้นไม่ได้แต่ก็สามารถใช้ท่อขับดันลอยตัวได้ ที่ส่วนหัวของร่าง MAยังใช้เก็บทุ่นระเบิดอวกาศและมีเครื่องกำเนิดสนามพลัง Iฟิลด์ติดไว้ ซึ่งเมื่อแปลงร่างเป็น MSนั้นเครื่องกำเนิดสนามพลัง Iฟิลด์ก็จะย้ายไปอยู่ที่หน้าอก โดยเมดุสซานั้นมีกำลังพอให้เปิดบาเรียร์ป้องกันด้านหน้าเท่านั้น

ama-103.jpg

AMX-011S Zaku III Custom

First appearance Mobile Suit Moon Gundam
Designer Ippei Gyoubu
Overall length 24.1 m
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature I-field barrier
Armaments

  • beam cannon
  • wire-guided 3-barrel claw beam gun
  • space mine
  • multiple mega particle cannon
  • mega particle cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License