
Tetsujin #28
First appearance Taiyo no Shisha: Tetsujin #28
Designer Katsushi Murakami
Overall height 20 m
Weight 28 t
Powerplant solar energy
Special feature V-Con system
Special attacks
- Hammer Punch
- Flying Kick
- Rolling Attack
หุ่นยนต์ที่ศจ.คาเนดะ เคนทาโรเป็นผู้พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ศจ.คาเนดะนั้นถูกองค์กรมาเฟียหุ่นยนต์สังหารในขณะที่ยังสร้างเท็ตสึจินไม่เสร็จ แต่ศจ.ชิคิชิมะ ไดจิโรก็ได้ดำเนินการสร้างต่อมาจนเสร็จและมอบให้คาเนดะ โชทาโรซึ่งเป็นลูกชายของศจ.คาเนดะนำไปใช้ในการปราบปรามเหล่าร้ายในฐานะสมาชิกรุ่นเยาว์ขององค์กรตำรวจสากล (ICPO) ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของเท็ตสึจินนั้นนับว่ามีประสิทธิภาพมากและสามารถปฏิบัติการได้เป็นเวลานาน ระบบภายในของเท็ตสึจินนั้นได้รับการออกแบบให้มีเครื่องยนต์อยู่ในส่วนต่างๆและสามารถทำงานแยกกันได้จึงสามารถทำงานได้แม้ว่าจะมีชิ้นส่วนที่เสียหายอย่างหนัก เท็ตสึจินนั้นสามารถบินได้ด้วยไอพ่นด้านหลังและปฏิบัติการได้ในทุกสภาวะแม้แต่ใต้น้ำหรือในอวกาศ โดยได้รับการยอมรับจากบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ว่าเป็นสุดยอดของหุ่นยนต์ของโลกทั้งด้านความสูง น้ำหนัก พละกำลัง และความเร็ว (เมื่อเทียบกับดีไซน์ในภาคดั้งเดิมแล้ว เท็ตสึจินนับว่ามีสัดส่วนที่เพรียวและคล่องแคล่วกว่า รวมถึงยังได้รับการออกแบบให้บินได้แต่แรก) เท็ตสึจินนั้นไม่ได้ติดตั้งอาวุธใดๆไว้เลยและต่อสู้ด้วยมือเปล่าโดยมีท่าไม้ตายเป็นท่าลูกถีบทิ้งตัวจากกลางอากาศ ฟลายอิงคิก และท่าบินควงสว่านทะลวงศัตรู โรลลิงแอ็ทแทค จุดอ่อนของเท็ตสึจินก็คือโชทาโรนั้นบังคับเท็ตสึจินจากระยะไกลด้วยเครื่องบังคับ วิชวลคอนโทรลเลอร์ (V คอน) ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสถูกขโมยไปแล้ว หากว่าสัญญาณวิทยุของ V คอนถูกรบกวนก็อาจจะไม่สามารถบังคับเท็ตสึจินได้เลยหรือจำเป็นจะต้องเข้าไปบังคับจากระยะที่มองเห็นด้วยตาได้เท่านั้น

Golion
First appearance Beast King GoLion
Designer Katsushi Murakami
Overall height 60 m
Weight 700 t
Powerplant planetary energy
Power output 6000000 hp
Armaments
- Juohken
- machine gun pod
- double rod
- double sword
- crusher ball
- eye flash
- needle shower
- cross beam
- power fire
- laser magnum
- foot missile
- underwater rocket
- ground fire
- space cutter
- mega blaster
Special attacks
- Fire Tornado
- Juohken Daitatsumaki
- Juohken Inazuma Otoshi
- Four Lion Attack
หุ่นยนต์ลึกลับที่ในตำนานนั้นกล่าวว่าเคยออกอาละวาดไปทั่วจักรวาลก่อนจะพ่ายแพ้เทพธิดาแห่งจักรวาลและถูกแยกร่างเป็นหุ่นยนต์สิงโตห้าเครื่องผู้พิทักษ์ดาวอัลเทียเมื่อหลายพันปีก่อน จนถึงในยุคปัจจุบันที่จักรวรรดิกัลราได้ใช้กำลังยึดครองจักรวาลไว้ได้ทั้งหมด และจับตัวนักบินอวกาศห้าคนจากโลกที่ถูกทำลายไปแล้วในสงครามโลกครั้งที่สาม แต่ทั้งห้านั้นสามารถหลบหนีจากกัลราได้และได้รับการนำทางจากแสงลึกลับไปยังอาณาจักรอัลเทียและได้รับหน้าที่นักบินของหุ่นยนต์สิงโตทั้งห้าจากเจ้าหญิงฟาราเพื่อต่อสู้กับกัลรา หุ่นยนต์สิงโตทั้งห้านั้นสามารถประกอบกันเป็นโกไลออนได้โดยมีแบล็คไลออนเป็นแกนหลักส่วนอีกสี่เครื่องเป็นแขนและขา โดยโกไลออนนั้นมีหัวสิงโตแต่ละตัวแทนมือทั้งสองข้าง นักบินของโกไลออนนั้นจะต้องใช้กุญแจในการเดินเครื่องหุ่นยนต์สิงโตแต่ละเครื่อง และแม้ว่าจะสามารถมอบกุญแจให้คนอื่นได้ แต่ในหุ่นยนต์สิงโตแต่ละเครื่องก็มีวิญญาณของราชาไรมอนซึ่งเป็นพ่อของฟาราสถิตอยู่และคนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากไรมอนก็จะไม่สามารถบังคับได้
ที่ขาแต่ละข้างของโกไลออนนั้นสามารถยิงปืนกลออกไปได้ และหัวสิงโตที่เป็นเท้าก็สามารถยิงมิสไซล์หรือพ่นไฟได้ด้วย ซึ่งหน้ามนุศษย์ของโกไลออนและหัวสิงโตที่เป็นมือก็พ่นไฟได้ โดยไฟที่ยิงจากมือยังสามารถรวมกับลมหมุนที่ยิงจากมืออีกข้างเป็นพายุเพลิง ไฟเยอร์ทอร์นาโด ในหัวสิงโตที่เป็นมือยังมีปืนเลเซเอร์แม็กนัมกับจรสดใต้น้ำเก็บไว้ ตาของโกไลออนสามารถยิงแสงอายแฟลชได้และส่วนเขาสามารถยิงเข็มออกไปได้ สัญลักษณ์ที่หน้าอกก็สามารถยิงลำแสงครอสบีมออกไปได้ โกไลออนยังสามารถเรียกอาวุธระยะผระชิดตัววอกมาคือกระบองสองท่อน ดับเบิลร็อด ลูกตุ้ม ครัชเชอร์บอล ดาบคู่ ดับเบิลซอร์ด ที่สามารถประกอบเป็นดาบสองปลายได้ โล่ สเปซคัตเตอร์ ที่ปกติแล้วจะใช้เป็นอาวุธขว้าง อาวุธที่รุนแรงที่สุดของโกไลออนก็คือดาบ จูโอเค็น ที่แม้จะหักไปก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ จูโอเค็นยังสามารถปล่อยพายุหมุนหรือยิงกระแสไฟฟ้าออกไป ส่วนหัวสิงโตที่เป็นมือและเท้าทั้งสี่ยังสามารถปล่อยออกไปปะทะศัตรูจากระยะห่างได้ เรียกว่า โฟไลออนแอทแท็ค

Godmars
First appearance Six Gods Combine Godmars
Designer Katsushi Murakami
Overall height 50 m
Weight 1050 t
Powerplant anti-proton bomb
Armor positronium alloy
Armaments
- Mars Flash
- god fire
Special attack
- Final God Mars
เดิมทีนั้น อิเดีย นักวิทยาศาสตร์ชาวดาวกิชินได้พัฒนาพลังงานแอนติโปรตอนเป็นแหล่งพลังงานใหม่ แต่จักรพรรดิซูลได้บังคับให้อิเดียดัดแปลงเป็นระเบิดแอนติโปรตอนและติดตั้งให้หุ่นยนต์ ไกญา และส่งไปยังโลกพร้อมกับมาร์ส ลูกชายคนเล็กของอิเดียซึ่งยังเป็นเด็กทารกตามแผนการยึดครองจักรวาลของซูล โดยเมื่อพลังจิตของมาร์สตื่นขึ้นนั้นมาร์สก็จะสามารถบังคับให้ระเบิดทำงานเพื่อทำลายโลกได้ แต่มาร์สที่เติบโตบนโลกในฐานะทาเครุ เมียวจินนั้นได้เลือกต่อสู้กับจักรวรรดิกิชินแทนซึ่งทำให้กองทัพกิชินพยายามฆ่าทาเครุเพื่อให้ระเบิดทำงานเอง ไกญานั้นไม่มีอาวุธเลยและใช้การต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับพลังจิตของทาเครุเท่านั้นจึงนับว่ามีพลังในการต่อสู้ที่ต่ำ แต่ก่อนหน้านั้นอิเดียก็ได้แอบสร้างหุ่นยนต์อีกห้าเครื่องและส่งไปยังโลกรวมกับไกญาเป็นหุ่นยนต์หกเทพเพื่อปกป้องมาร์ส โดยเมื่อไกญาเข้าไปในตัวของสฟิงซ์และใช้หุ่นยนต์ที่เหลือประกอบเป็นแขนขาแต่ละข้างก็จะกลายเป็น ก็อดมาร์ส หุ่นยนต์อีกห้าเครื่องนี้บังคับด้วยพลังจิตผ่านจี้ซึ่งในช่วงแรกนั้นมาร์ก พี่ชายของทาเครุจะเป็นคนบังคับให้ออกมาช่วยทาเครุในยามคับขัน จนกระทั่งซูลได้สั่งให้มาร์กไปต่อสู้กับทาเครุมาร์กจึงได้มอบจี้ให้ทาเครุสามารถบังคับหุ่นเทพทั้งหมดได้
ในตอนที่ประกอบเป็นก็อดมาร์สนั้นหุ่นเทพทั้งหมดจะดึงพลังงานไปจากระเบิดแอนติโปรตอนจึงมีพละกำลังมาก เกราะโลหะผสมโพซิโทรเนียมนั้นนอกจากจะมีพลังป้องกันที่หุ่นยนต์ของกิชินแทบทำอะไรไม่ได้เลยแล้วยังสามารถซ่อมแซมความเสียหายได้เองเนื่องจากอิเดียประเมินว่ามนุษย์โลกน่าจะไม่มีวิทยาการที่จะซ่อมแซมได้ นอกจากจะใช้พละกำลังในการต่อสู้แล้ว สัญลักษณ์ตัว G ที่ท้องของก็อดมาร์สยังสามารถยิงลำแสง ก็อดไฟเยอร์ ออกไปได้ ส่วนสัญลักษณ์ตัว M นั้นสามารถแผ่พลังงานออกมาแปลงสภาพเป็นดาบ มาร์สแฟลช ได้ ซึ่งเมื่อใช้ก็อดไฟเยอร์หยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูก็จะฟันทำลายในดาบเดียวเป็นท่าไม้ตาย ไฟนอลก็อดมาร์ส แม้ว่าก็อดมาร์สจะนับได้ว่ามีพละอันไร้เทียมทานแต่พลังของก็อดมาร์สก็ยังขึ้นกับพลังจิตของทาเครุและหากว่าทาเครุอยู่ในสภาพที่อ่อนล้ามากแล้วก็จะไม่สามารถประกอบเป็นก็อดมาร์สได้ ก็อดมาร์สยังมีจุดอ่อนที่สนามแม่หล็กไฟฟ้าแรงสูงซึ่งสามารถทำให้ก็อดมาร์สแยกกลับเป็นหุ่นเทพทั้งหกได้
ATAC•01-SCA Spartas
First appearance Super Dimension Cavalry Southern Cross
Armaments
- 36 mm 3-barrel plasma pulse machine gun
- 28 mm sniper laser rifle
- 220 mm plasma ion cannon
ปืนใหญ่อัตราจรแบบโฮเวอร์คราฟท์ของหน่วยยานเกราะอัลฟาในสังกัดของกองกำลังเซอเธิร์นครอส กองทหารของมนุษย์โลกที่ตั้งอาณานิคมบนดาวกลอเรียและต้องทำสงครามกับกองยานต่างดาวที่เรียกว่าซอร์ซึ่งอ้างว่ากลอเรียเป็นดาวดั้งเดิมของต้นและให้มนุษย์มอบคืนให้ สปาร์ตัสนั้นได้รับการออกแบบให้แปลงร่างได้ตามการใช้งานสามรูปแบบ โดยในขณะออกปฏิบัติการนั้นจะเป็นโหมด สไนปิงแคล็ปเปอร์ ซึ่งเป็นโฮเวอร์คราฟท์ที่เน้นด้านความเร็วสำหรับเดินทางหรือสอดแนม ในสภาพนี้จึงมีอาวุธที่ใช้งานได้เป็นปืนเลเซอร์ไรเฟิลที่ติดไว้ด้านหน้าเท่านั้นละยังไม่สามารถหันทิศทางของปืนได้ และนักบินก็จะนั่งบังคับจากค็อกพิตแบบเปิดอยู่ด้านหลังปืนนี้ ซึ่งปกติแล้วทหารของกองกำลังเซาเธิร์นครอสจะสวมเกราะเสริมพลังที่เรียกว่าอาร์มมิงดับบลิตในขณะที่ออกปฏิบัติการ เมื่อสปารืตัสแปลงร่างเป็นโหมด วอล์คเกอร์แคนน่อน ก็จะกางา่สวนขาออกมายืนกับพื้นเพื่อรับแรงถีบและค็อกพิตก็จะหันหลบไปด้านหลัง ปืนใหญ่พลาสมาอิออน 220 มม.ซึ่งเป็นอาวุธหลักกับปืนกลพลาสมาพัลส์สามลำกล้องที่เป็นอาวุธรองก็จะกางลำกล้องออกมา ในร่างวอล์คเกอร์แคนน่อนนั้นสปาร์ตัสจะใช้ปืนเลเซอร์ไม่ได้และส่วนขาที่ตั้งใจให้รับแรงถีบขณะยิงปืนใหญ่ก็ใช้เดินไม่ได้ผิดกับชื่อแต่ต้องใช้ระบบโฮเวอร์ยกตัวเหมือนกระโดดในการเคลื่อนที่ ความเร็วและความคล่องตัวของโหมดนี้จึงลดลงมาอย่างมาก และนักบินก็จะอยู่ด้านหน้าโดยไม่มีเกราะป้องกันเลย สุดท้ายคือโหมดหุ่นยนต์แบบมนุษย์ แบทเทิลสไนเปอร์ ซึ่งสปาร์ตัสจะยืนขึ้นตรงและเก็บค็อกพิตไว้ในตัวด้านหลัง จึงนับว่าเป็นโหมดที่มีพลังป้องกันและความคล่องตัวสูงสุด ทั้งยังสามารถใช้อาวุธได้ทั้งสามอย่างโดยปืนเลเซอร์จะเอามาใช้เป็นปืนมือถือ ส่วนปืนของโหมดวอล์คเกอร์แคนน่อนจะเก็บลำกล้องไว้ในเกราะไหล่ แต่เนื่องจากโครงสร้างแบบมนุษย์นั้นรับแรงถีบได้ไม่ดีเท่าโหมดวอล์คเกอร์แคนน่อนจำต้องลดกำลังของปืนทั้งสองลงมาทำให้พลังทำลายด้อยลงไปมาก สปาร์ตัสยังสามารถปรับแต่งให้ใช้งานในอวกาศได้


