โทด
arex-03.jpg

AREX-03 Toad

First appearance OBSOLETE
Designer Makoto Ishiwata
Height 2.856 m
Armaments

  • tactical torch
  • 20 mm exorifle
  • anti-mortar laser

เอ็กโซเฟรม (Enhanced Xenobiological Organic FRAME) ซึ่งทีมวอเตอร์เฮาส์ 05 พัฒนาอย่างลับๆด้วยความร่วมมือของนาวิกโยธินสหรัฐกับแอเรีย 51 เอ็กโซเฟรมนั้นเป็นหุ่นยนต์ที่มนุษย์ต่างดาวลึกลับซึ่งมนุษย์โลกเรียกว่าเพดเลอร์ได้ประกาศขายให้มนุษย์โลกโดยแลกกับหินปูนหนัก 1 ตันต่อเครื่องและไม่สนใจเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา หรือคติความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น และนอกจากนั้นก็ไม่ตอบสนองต่อการสื่อสารอื่นจากมนุษย์โลกอีก โดยเมื่อมนุษย์วางหินปูนหนักประมาณ 1 ตัน (ขาดเหลือไม่เกิน 500 กรัม) ไว้นอกอาคาร เพดเลอร์ก็จะส่งยานจากยานแม่ที่วงโคจรดวงจันทร์มารับไปจากตำแหน่งใดก็ตามบนโลกแล้วทิ้งเอ็กโซเฟรมไว้ให้ เอ็กโซเฟรมแบบพื้นฐานของเพดเลอร์นั้นไม่มีกลไกอย่างเครื่องยนต์หรือระบบบังคับที่มนุษย์คุ้นเคยเลย แต่ภายในเอ็กโซเฟรมนั้นมีของเหลวเรืองแสงสีน้ำเงินซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งพลังงานหรือตัวรับพลังงานจากยานของเพดเลอร์เนื่องจากหากว่าเกิดความเสียหายจนของเหลวนี้ไหลออกมาแล้วการทำงานของเอ็กโซเฟรมก็จะด้อยลงและหากเสียของเหลวนี้ไปมากกว่า 80% ก็จะหยุดทำงานไป และก็มีทฤษฏีที่ว่าแท้จริงนั้นเอ็กโซเฟรมเป็นสิ่งมีชีวิตแทนที่จะเป็นเครื่องจักรอยู่ด้วยเช่นกัน เอ็กโซเฟรมที่ยังไม่ทำงานนั้นจะพับอยู่ในลักษณะที่คล้ายกับกล่อง จนกระทั่งเมื่อนักบินมาสัมผัสกับเอ็กโซเฟรมก็จะยืนขึ้นทำงานโดยเอ็กโซเฟรมนั้นมีที่นั่งอยู่ด้านหลังและควบคุมได้ด้วยความคิดของนักบินจึงนับว่าบังคับได้ง่่ายกว่าพาหนะทั่วไปมาก เอ็กโซเฟรมสามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและนักบินที่ฝึกบังคับเอ็กโซเฟรมจนชำนาญได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงนั้นยังสามารถบังคับให้เคลื่อนไหวอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถกระทำได้ด้วย หลังจากที่สัมผัสให้ทำงานแล้วนั้นนักบินก็สามารถบังคับเอ็กโซเฟรมจากภายนอกไม่ไกลนักได้ และถึงจะควบคุมโดยใช้ความคิดแต่แม้แต่ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการทำงานระดับสูงของสมองก็สามารถบังคับเอ็กโซเฟรมได้ แม้ว่าตัวเอ็กโซเฟรมจะไม่มีอุปกรณ์อย่างเซนเซอร์หรือเครื่องมือสื่อสารในตัวแต่ก็สามารถดัดแปลงติดตั้งเพิ่มได้ง่ายมากจากที่เป็นโครงสร้างแบบโมดูลที่ถอดเปลี่ยนและประกอบใหม่ได้ทั้งตัว ส่วนมือก็สามารถใช้ทำงานที่ต้องการความละเอียดสูงได้จึงนับว่าใช้อุปกรณ์ต่างๆได้สมบูรณ์แบบไม่ต่างจากมนุษย์ โดยในญี่ปุ่นนั้นมีการใช้เอ็กโซเฟรมตกปลาทูนาด้วยเบ็ดตกปลาขนาดใหญ่ได้ เอ็กโซเฟรมยังสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมอันตรายอย่างความร้อนสูงหรือในน้ำได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องที่ใช้ทำงานนั้นมักจะติดราวเหล็กกันกระแทกกับระบบแสงไฟที่ใช้แบตเตอรีภายนอกไว้ อุปกรณ์บางส่วนอย่างล้อที่ขาและที่นั่งนั้นเชื่อว่าเป็นเพดเลอร์ออกแบบให้มนุษย์ใช้งานโดยเฉพาะ

การพยายามศึกษาการทำงานของเอ็กโซเฟรมและสร้างเลียนแบบนั้นล้มเหลวทั้งหมด ซึ่งรวมถึงโครงการซีโนเกจของแอเรีย 51 ที่มีนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกและเงินทุนมหาศาล แม้ว่าเอ็กโซเฟรมจะเหมาะกับการทำงานอย่างสมบุกสมบั่นมากและแทบไม่มีปัญหาขัดข้องเลย แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆแม้แต่ปัญหาเล็กน้อยอย่างข้อต่อขัดนั้นก็ไม่สามารถซ่อมแซมได้และต้องถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนเท่านั้น ซึ่งรวมถึงของเหลวในเอ็กโซเฟรมที่เมื่อไหลออกมาแล้วจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและไม่สามารถหาทางเติมกลับเข้าไปได้ และเนื่องจากขีดความสามารถของเอ็กโซเฟรมนั้นสูงกว่าเครื่องจักรที่มนุษย์โลกใช้งานอยู่มากจึงมีการลงนามในข้อตกลงแซงท์กัลเลนระหว่าง 34 ประเทศรวมถึงญี่ปุ่นและอเมริกาซึ่งจำกัดการซื้อเอ็กโซเฟรมจากเพดเลอร์เป็นการคุ้มครองอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก แต่ประเทศในแถบแอฟริกาซึ่งเริ่มนำเอ็กโซเฟรมมาใช้ในการทหารแต่แรกและต้องการซื้อเอ็กโซเฟรมจำนวนมากจากเพดเลอร์นั้นไม่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว และหลังจากที่หน่วยยานเกราะของอเมริกาพ่ายแพ้ยับเยินในการต่อสู้กับเอ็กโซเฟรมที่คาบินดาในประเทศแองโกลาก็ทำให้นานาชาติตระหนักถึงพลังของเอ็กโซเฟรมในทางทหาร ทีมวอเตอร์เฮาส์ 05นั้นตั้งขึ้นหลังจากที่โครงการซีโนเกจล้มเหลวและได้เบนเข็มมาเป็นศึกษาและพัฒนาการใช้งานเอ็กโซเฟรมแทนการเรียนรู้กลไกการทำงาน โดยก่อนจะพัฒนาโทดนั้นก็มีเอ็กโซเฟรมรุ่นต้นแบบคือ กาเวียล ซึ่งใช้ทดสอบเกราะและอาวุธของโทด ในตอนที่โทดเข้าประจำการนั้นนับได้ว่าเป็นเอ็กโซเฟรมที่แข็งแกร่งที่สุดจากที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันทันสมัยชั้นหนึ่ง มีอาวุธมาตรฐานเป็นปืนไรเฟิล 20 มม.กับคบมือถือที่เป็นอาวุธระยะประชิดตัว ส่วนเท้าของโทดนั้นสามารถติดแพระบบโฮเวอร์ลอยตัวได้และก็สามารถปล่อยโดรนสอดแนนมออกไปจากตัวได้ด้วย ทั้งยังมีอาวุธพิเศษเป็นปืนเลเซอร์ต่อต้านกระสุนปืนครก เนื่องจากปืนเลเซอร์นี้มีขนาดใหญ่มากและต้องใช้งานคู่กับระบบเรดาร์จึงต้องใช้โทดสองเครื่องทำงานประสานกัน กองกำลังป้องกันตัวของญี่ปุ่นซึ่งได้รับโทดมาจากอเมริกาอย่างลับๆด้วยเช่นกันนั้นยังได้ดัดแปลงโทดต่อไปตามแบบของตนเองโดยติดตั้งเซนเซอร์ของระบบควบคุมอาวุธเฉพาะตัวเป็น AREX-03-J ซึ่งเรียกด้วยชื่อเล่นว่า จิไรยะ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License