ASK-AD02 Ashsaviour
First appearance Super Robot Wars A
Designer Daisei Fujii, Kazue Saito
Overall height 21.2 m
Weight 53.4 t
Special feature AETOS, Direct Projection System, beam coating, jammer
Armaments
- laser blade
- 'Fire Dagger' missile
- gun rapier
- Halberd launcher
- sword breaker
AD ของบริษัทเฟรมอนต์อินดัสทรีที่พัฒนาต่อมาจากเครื่องบินจู่โจม A-12 ซอร์เพรซา ในโลกของชาโดว์มิเรอร์ AD นั้นใช้เทคโนโลยีในระดับสูง ตัวเครื่องของ AD นั้นใช้โครงสร้างแบบบล็อกที่ทำให้ปรับแต่งได้ง่ายและมีความคล่งแคล่วสูง กองกำลังชาโดว์มิเรอร์นั้นใช้งาน ASK-AD02 แอชเซเวอร์ ซึ่งเป็นเครื่องของนายทหารระดับผู้บังคับบัญชา ระบบบังคับ AETOS (Anyalyze EGG to Tuning and Operating System) ของแอชเซเวอร์นั้นใช้การบันทึกและวิเคราะห์คลื่นความคิดของนักบินให้สามารถตอบสนองต่อการบังคับได้ดีกว่าปกติมาก ทั้งยังใช้ระบบ DPS ส่งข้อมูลในสนามรบสู่สมองของนักบินโดยตรง ทำให้แม้แต่นักบินที่บังคับไม่เก่งก็สามารถใช้งานแอชเซเวอร์ไว้อย่างคล่องแคล่ว แอชเซเวอร์นั้นนอกจากจะมีความคล่องแคล่วสูงแแล้วยังเพิ่มพลังป้องกันด้วยแจมเมอร์รบกวนระบบนำวิถีของมิสไซล์และบีมโคต ที่ลำตัวของแอชเซเวอร์ติดมิสไซล์ ไฟเยอร์แด็กเกอร์ และใช้ปืนมือถือสองแบบคือบีมไรเฟิลสองลำกล้องที่ยิงได้ต่อเนื่อง กันเรเปียร์ กับ ปืนเลเซอร์ขนาดใหญ่ ฮัลเบิร์ดลันเชอร์ เสริมด้วยดาบเลเซอร์สำหรับใช้ในระยะประชิดตัว ที่ไหล่ของแอชเซเวอร์นั้นติดอาวุธที่ใช้ปล่อยออกไปบังคับจากระยะไกล ซอร์ดเบรคเกอร์ หกอัน ซึ่งนอกจากจะบังคับให้ยิงโจมตีแล้วยังสามารถใช้พุ่งกระแทกโดยตรงได้ นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้วชาโดว์มิเรอร์ยังได้ใช้งาน ASK-AD02M ซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากของนายทหารชั้นรอง โดยส่วนตาเป็นแบบปิดครอบแก้ว ที่ไหล่ไม่มีซอร์ดเบรคเกอร์ และระบบบังคับก็ไม่มี AETOS แต่ยังคง DPS ไว้
แอชเซเวอร์เครื่องหนึ่งนั้นเป็นของแอ็คเซล อัลมา ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้โซลเกน ซึ่งในเวลาต่อมาเลมอน บราวนิงรองผู้บัญชาการของชาโดว์มิเรอร์ก็ได้ทำการดัดแปลงแอชเซเวอร์เครื่องหนึ่งเป็น ASK-G03C ราเปียซาจ โดยได้เปลี่ยนส่วนขาเป็นของแรนด์กรีธให้รับน้ำหนักได้มากขึ้นและด้านหลังติดปีกซึ่งเป็นเทสลาไดรฟ์ขนาดใหญ่ พลังป้องกันบีมยังเพิ่มจากบีมโคตเป็นสนามพลังแอนติบีม เลมอนยังได้ใช้ข้อมูลที่ได้รับจากลาเมีย เลิฟเลสซึ่งเป็นสายลับแฝงตัวในทีม ATX ดัดแปลงระบบอาวุธโดยที่ไหล่ติดตั้งสปลิทมิสไซล์แบบ Hที่ดัดแปลงจากวิลท์ฟาลเคน ที่แขนขวาติดกรงเล็บ แม็กนัมบีค ซึ่งดัดแปลงจากลิ่มของอัลท์ไอเซน ส่วนแขนซ้ายติดปืนอัตโนมัติห้าลำกล้อง ราเปียซาจยังมีโอเวอร์อ็อกซ์แทนลันเชอร์ซึ่งปรับปรุงมาจากของไวส์ริตเตอร์โดยปรับกลไกให้สามารถเปลี่ยนโหมดการยิงระหว่างกระสุนกับบีมได้โดยการพับลำกล้อง ซึ่งเลมอนนั้นเดิมตั้งใจให้แอ็คเซลใช้งานแต่เนื่องจากว่าแอ็คเซลนั้นชอบใจโซลเกนมากกว่า เลมอนจึงได้มอบราเปียซาจให้กองกำลังนอยเอ DC ซึ่งประจำที่เอิร์ธเครเดิลแทน ซึ่งทีมงานของเอิร์ธเครเดิลก็ได้ดัดแปลงต่อไปอีกโดยเปลี่ยนระบบบังคับเป็นเกอิมซิสเต็มของศจ.อิเกรท เฟฮู โดย อากิลา เซโทเม ได้เลือกให้โอกะ นางิสะเป็นนักบินของราเปียซาจเพราะเชื่อว่าโอกะที่ผ่านการทดสอบมาแล้วหลายรูปแบบจะสามารถใช้งานเกอิมซิสเต็มได้ แต่แม้จะปรับปรุงเกอิมซิสเต็มแล้วโอกะก็ยังใช้งานได้ในเวลาจำกัดอยู่ เนื่องจากว่าเดิมนั้นเป็น AD ของชาโดว์มิเรอร์ ราเปียซาจจึงยังมีระบบทำลายตัวเอง ATA (Ash To Ash)อยู่ และในภาค The Inspectorนั้นต่อมาก็ได้รับการปรับปรุงอีกขั้นเป็น ราเปียซาจแฟนทูม โดยใช้ท่อขับดันที่มีกำลังสูงขึ้นอีกและเปลี่ยนส่วนขาเป็นท่อขับดัน ที่หน้าอกติดเครื่องกำเนิดสนามพลังกับเกราะเสริมให้พลังป้องกันสูงขึ้นอีก และได้เพิ่มกำลังของเครื่องกำเนิดพลังงาน ราเปียซาจแฟนทูมยังใช้มาชีนเซลให้สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ส่วนระบบบังคับนั้นได้เปลี่ยนมาใช้เกอิมซิสเต็มโดยสมบูรณ์แบบโดยที่โอกะเป็นเหมือนชิ้นส่วนชีวภาพของราเปียซาจแฟนทูมเท่านั้น
เลมอนเองนั้นก็มีแอชเซเวอร์เครื่องประจำตัวอยู่ซึ่งต่อมาก็ได้ปรับปรุงเป็น ASK-AD02-2 ไวส์เซเวอร์โดยเอาดาบกับกันเรเปียร์ที่คิดว่าไม่จำเป็นออกและใช้โอเวอร์อ็อกซ์แทนไรเฟิลที่ดัดแปลงมาจากของราเปียซาจ และเปลี่ยนซอร์ดเบรคเกอร์เป็นโซลิดซอร์ดเบรคเกอร์ที่มีอานุภาาพสูงขึ้นและติดไว้แปดอัน
ข้อมูลของแอชเซเวอร์ยังได้กล่าวถึง AD แบบแปลงร่างได้ที่บริษัทเฟรมอนต์พัฒนาขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นหมายถึง แอชคลีฟ ในภาค 64 ที่บริษัทเฟรมอนต์ถูกมนุษย์ต่างดาวบังคับให้พัฒนาขึ้นมา โดยเครื่องต้นแบบหมายเลขหนึ่งนั้นก็คือ โซลดิฟาร์ ซึ่งก็เริ่มใช้งาน OS ที่เป็นต้นแบบของ AETOS ช่วยให้บังคับได้ง่ายแล้ว และติดตั้งอาวุธไว้เป็นดาบความร้อน มิสไซล์ลันเชอร์ติดบ่า ปืนกลบีม และบิตกัน ซึ่งเป็นปืนใหญ่แบบเรลกัน หลังจากที่ใช้รูปแบบของโซลดิฟาร์ผลิตให้มนุษย์ต่างดาวเป็น โนลูซ ซึ่งเป็นเครื่องที่ให้ทหารมืออาชีพใช้จึงไม่มี OS พิเศษอีกแต่สมรรถนะเครื่องสูงกว่า บริษัทเฟรมอนต์ก็ได้นำโซลดิฟาร์ไปเก็บไว้ในโกดังและติดต่อให้กลุ่มต่อต้านมาเก็บไปใช้งาน กลุ่มต่อต้านที่ตั้งใจเข้าไปเก็บโซลดิฟาร์นั้นถูกโจมตีจนเสียชีวิตทั้หงมด แต่เด็กหนุ่ม อาร์คไลท์ บลู ที่บ้านถูกลูกหลงจากการโจมตีนั้นได้เข้าไปหลบในโกดังและขึ้นบังคับโซลดิฟาร์ ซึ่งแม้ว่าอาร์คจะไม่เคยบังคับหุ่นยนต์มาก่อนก็สามารถใช้งานโซลดิฟาร์ได้และกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มมัควินด์ไป แอชคลีฟที่พัฒนาต่อมาก่อนจะยกเลิกโครงการไปเพราะเกิดรัฐประหารนั้นได้แก้ไขโครงสร้างให้แปลงร่างเป็นยานบินได้ ดาบเปลี่ยนเป็นไฮบีมซอร์ด และปืนกลบีมก็กลายเป็นบีมกันแบบยิงได้ต่อเนื่อง แต่ที่บ่านั้นใช้เก็บอาวุธบังคับจากระยะไกลที่เรียกว่า สแปลชเบรคเกอร์ จึงใช้ออบิทัลมิสไซล์ที่เล็กกว่าเดิมและย้ายไปติดไว้ด้านหลังแทน แอลคลีฟนั้นมี AETOS กับ DPS เป็นระบบบังคับแล้วแต่ยังไม่สามารถใช้งานได้จริงจนกระทั่งมัควินด์ได้ใช้ข้อมูลจาก OS ของโซลดิฟาร์ทำให้ระบบใช้งานได้และเป็นเครื่องของอาร์คต่อมา

ASK-AD02M Ashsaviour Mass Production Type
First appearance Super Robot Wars Original Generation 2
Designer Daisei Fujii, Kazue Saito
Overall height 21.2 m
Weight 50.2 t
Special feature Direct Projection System, beam coating, jammer
Armaments
- laser blade
- 'Fire Dagger' missile
- gun rapier
- Halberd launcher





