กันดั้มบาร์บาทอส
asw-g-08-1.jpg

ASW-G-08 Gundam Barbatos

First appearance Mobile Suit Gundam Iron-Blooded Orphans
Designer Naohiro Washio
Overall height 18 m
Base weight 28.5 t
Armor nano laminated
Powerplant Ahab reactor
Special feature Alaya-Vijnana System
Armaments

  • mace
  • gauntlet

หนึ่งใน MSที่ใช้โครงสร้างแบบกันดั้มเฟรมที่เหลือรอดมาจากสมัยสงครามหายนะเมื่อ 300 ปีก่อน กันดั้มเฟรมนั้นติดตั้งเตาปฏิกรณ์เอแฮบสองเครื่องในตัวซึ่งทำงานแบบประสานกันจึงมีกำลังสูงมาก แต่การปรับแต่งเตาปฏิกรณ์เอแฮบสองเตาให้ทำงานเข้ากันได้นั้นยุ่งยากมากจึงมีการสร้างออกมาเพียง 72 เครื่องเท่านั้นและจากจำนวนนั้นก็มีที่เหลือรอดมาจากสงครามทั้งหมด 26 เครื่อง มารุบะ อาเคย์ ประธานของบริษัทรักษาความปลอดภัย CGS นั้นไปพบกันดั้มบาร์บาทอสในทะเลทรายดาวอังคารโดยที่ส่วนค็อกพิตพังหมดแล้วจึงไม่สามารถนำมาใช้ต่อสู้ได้ แต่เนื่องจากเตาปฏิกรณ์เอแฮบยังทำงานอยู่จึงได้เอามาเก็บไว้ในชั้นใต้ดินเป็นเครื่องกำเนิดพลังงานของฐาน CGS มารุบะนั้นตั้งใจว่าต่อไปอาจจะขายบาร์บาทอสจึงไม่ได้สนใจซ่อมแซม จนกระทั่งเมื่อฐานของ CGSถูกกัลลาฮอร์นโจมตีเพื่อสังหารคูเดเลีย ไอนา เบิร์นสไตน์ซึ่งเป็นแกนนำการเคลื่อนไหวเรียกร้องอิสระทางเศรษฐกิจของดาวอังคาร และหน่วยสามซึ่งเป็นกลุ่มทหารเด็กถูกทิ้งไว้ให้รับมือที่ฐาน ออร์กา อิทซึกา หัวหน้าของหน่วยสามจึงให้มิคาซึกิ ออกัสขึ้นบังคับกันดั้มบาร์บาทอสโดยดัดแปลงใช้ค็อกพิตของโมบิลเวิร์คเกอร์แทนตามความคิดของนาดิ ยูกิโนโจ กัสสปะ หัวหน้าช่างของ CGS

กันดั้มบาร์บาทอสนั้นใช้ระบบควบคุมแบบอาลยวิญญาณซึงเชื่อมต่อเข้ากับระบบประสาทของนักบินและมิคาซึกิที่ถูกการผ่าตัดฝังจุดเชือมต่อถึงสามครั้งก็สามารถบังคับได้ดีที่สุด ระบบอาลยวิญญาณนั้นทำให้มิคาซึกิสามารถควบคุมบาร์บาทอสได้ไม่ต่างจากเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง แต่เนื่องจากการถ่ายทอดข้อมูลนั้นสูงกว่าโมบิลเวิร์คเกอร์มากจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดสมองบาดเจ็บด้วย กันดั้มบาร์บาทอสยังอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมจากที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเป็นเวลานานจึงมีสมรรถนะลดลงมาจากสมัยสงครามมากแม้จะยังคงเหนือกว่าเกรซของกัลลาฮอร์น แบ็คแพ็คของบาร์บาทอสติดเวพอนอาร์มซึ่งใช้ติดอาวุธเสริมได้สองข้างและกางออกเป็นกรงเล็บได้ ในตอนแรกนั้นนอกจากค็อกพิตที่ติดเข้าไปแล้วกันดั้มบาร์บาทอสก็ยังอยู่ในสภาพดั้งเดิมเหมือนตอนที่มารุบะไปพบ นั่นคือส่วนไหล่ไม่มีเกราะหุ้ม แต่ที่แขนซ้ายมีเกราะแขนสวมอยู่อีกชั้น อาวุธหลักของกันดั้มบาร์บาทอสนั้นก็คือตะบองที่ดูเหมือนหอกขนาดใหญ่ซึ่งทำจากโลหะพิเศษแบบเดียวกับที่ใช้ทำโครงสร้างของ MSและมีพลังทำลายที่สามารถทำลายเกราะนาโนลามิเนตของ MSได้โดยทุบเพียงครั้งเดียวและยังมีลิ่มไพล์บังเกอร์ติดไว้ที่ส่วนหัวตะบอง

หลังจากที่หน่วยสามได้ยึดกิจการของ CGSและเปลี่ยนชื่อเป็นเท็กกะดันแล้ว กันดั้มบาร์บาทอสก็ได้รับการซ่อมแซมโดยใช้เกราะไหล่ที่ถอดมาจากของเกรซพร้อมกับเสริมอาวุธด้วยปืนลำกล้องเรียบ 300 ม.ม.ซึ่งถ้ายิงในระยะประชิดก็สามารถทำลายเกราะนาโนลามิเนตได้ และมีปืนกล 60 ม.ม.ติดเสริมไว้ใต้กระบอกปืน ในการต่อสู้กับกลุ่มเทอบินนั้นได้เอากรงเล็บติดสายเคเบิลของชวาลเบเกรซที่เก็บมาติดไว้แทนเกราะสวมแขนซ้ายซึ่งถูกทำลายไปแล้ว แต่การซ่อมบำรุงบาร์บาทอสนั้นทำได้ยากเนื่องจากขาดแคลนอะไหล่และนาดิที่เป็นช่างใหญ่นั้นก็ไม่มีประสบการณ์ในการซ่อมบำรุง MSมาก่อน กันดั้มบาร์บาทอสนั้นได้รับการยกเครื่องซ่อมบำรุงครั้งใหญ่หลังจากที่เท็กกะดันเข้าไปสังกัดกลุ่มเทวัซ โดยนายช่างของเทวัซนั้นได้สร้างชิ้นส่วนของบาร์บาทอสตามฐานข้อมูลทำให้รูปร่างของบาร์บาทอสกลับไปเป็นแบบดั้งเดิมเหมือนเมื่อ 300 ปีก่อน เตาปฏิกรณ์เอแฮบมีกำลังมากขึ้นและความสมดุลของโครงสร้างก็สูงขึ้น ลิมิเตอร์ของระบบอาลยวิญญาณนั้นก็ปรับให้สูงขึ้นให้เข้ากับมิคาซึกิแต่ก็ทำให้คนอื่นๆไม่สามารถบังคับบาร์บาทอสได้อีก สมรรถนะของกันดั้มบาร์บาทอสจึงสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับระดับดั้งเดิมและยังได้อาวุธใหม่เป็นดาบยาวแบบคาตานะซึ่งได้รับการออกแบบให้กระชับกับมือของบาร์บาทอสซึ่งแม้จะมีพลังทำลายไม่เท่ากับตะบองแต่เมื่อมิคาซึกิใช้ได้คล่องแล้วก็สามารถเล็งโจมตีในจุดเฉพาะอย่างรอยต่อของเกราะได้ดีกว่ามาก

หลังการต่อสู้กับกันดั้มคิมาริสซึ่งเน้นการโจมตีแบบความเร็วสูงด้วยการพุ่งเข้าชาร์จด้วยหอก นาดิก็ได้ออกแบบเกราะเสริมซึ่งเป็นแบบที่ปลดทิ้งไปเมื่อรับความเสียหายได้ให้กันดั้มบาร์บาทอสด้วยชิ้นส่วนที่ได้มาจากมอนทากเพื่อใช้รับมือคิมาริส ที่เอวนั้นติดบูสเตอร์ที่เก็บมาจากชวาลเบเกรซและที่เกราะแขนก็ติดปืนอัตโนมัติ 170 ม.ม.ซึ่งดัดแปลงมาจากของยานคุทันซังกาตะไว้ด้วย ปืนนี้ยังสามารถเปลี่ยนเป็นปืนครกได้ หลังจากที่ลงไปบนโลกแล้ว บาร์บาทอสก็ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งโดยเอโค เทอบิน ช่างจากกลุ่มเทอบินซึ่งตามมาช่วยเหลือเท็กกะดันบนโลก โดยปลดบูสเตอร์ติดเอวออกและปรับส่วนขากับเท้าให้เหมาะกับการใช้งานบนโลกมากขึ้น เนื่องจากตะบองที่เป็นอาวุธประจำตัวนั้นหายไปในการต่อสู้ มิคาซึกิจึงได้ใช้ประแจขนาดใหญ่เป็นอาวุธแทนซึ่งในประแจนี้ยังมีเลื่อยยนต์ติดไว้ด้วย ในการต่อสู้ที่เอ็ดมอนตัน บาร์บาทอสก็ได้เสริมเกราะอกให้แข็งแกร่งขึ้นและเปลี่ยนเกราะไหล่ด้วยชิ้นส่วนที่เก็บมาจากเกรซริตเตอร์ พร้อมเอาบูสเตอร์ติดเอวซึ่งปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานบนโลกมาติดกลับไป

หลังการต่อสู้ที่เอ็ดมอนตัน ความเสียหายที่สะสมจากการต่อสู้ของกันดั้มบาร์บาทอสก็ทำให้ต้องทำการยกเครื่องใหม่ที่สถานีไซเซย์ของเทวัซพร้อมกับปรับปรุงโดยใช้ข้อมูลการบังคับของมิคาซึกิ กลายเป็นกันดั้มบาร์บาทอสลูพัส ระบบอาลยวิญญาณได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับมิคาซึกิมากกว่าเดิมอีกและสามารถยืดสายเคเบิลออกมานอกตัวเครื่องได้เนื่องจากแขนและตาขวาของมิคาซึกินั้นไม่สามารถใช้การได้ถ้าไม่เชื่อมต่อกับบาร์บาทอส ส่วนเกราะนั้นได้ปรับแต่งใหม่ให้มีพื้นผิวโค้งเพื่อให้การโจมตีแฉลบออกไป ทำให้มีพลังป้องกันที่สูงขึ้นแต่ยังมีน้ำหนักเบาอยู่ ปืนติดแขนนั้นเปลี่ยนเป็นแบบ 200 ม.ม. ส่วนอาวุธหลักนั้นมีซอร์ดเมซขนาดใหญ่ซึ่งรวมลักษณะของดาบกับตะบองเข้าด้วยกัน กับตะบองคู่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า เทวัซยังได้ตีดาบของบาร์บาทอสให้ใหม่แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้งานจนกระทั่งบาร์บาทอสได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับ MA ฮัชมาลทำให้ต้องถูกส่งกลับไปยกเครื่องใหม่ที่ไซเซย์อีกครั้ง เรียกว่ากันดั้มบาร์บาทอสลูพัสเร็กซ์ ระบบอาลยวิญญาณของกันดั้มบาร์บาทอสลูพัสเร็กซ์ได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับมิคาซึกิจนในทางทฤษฏีนั้นนับว่าถึงขีดสุดแล้ว ตัวบาร์บาทอสโดยได้เอาเกราะชั้นนอกและหางติดใบมีดของฮัชมาลมาใช้ในการอัพเกรดและมีรูปร่างที่ดูคล้ายกับสัตว์ร้ายมากขึ้นซึ่งมิคาซึกิสามารถควบคุมหางนี้ได้อย่างคล่องแคล่วด้วยระบบอาลยวิญญาณ เกราะแขนได้รับการปรับปรุงให้หนาขึ้นและติดกรงเล็บที่สามารถทะลวง MSศัตรูได้ไว้ เกราะแขนติดปืน 200 ม.ม.ไว้และส่วนที่เป็นสีดำนั้นยังสามารถเปิดออกและยื่นแขนกลออกไปได้ ที่ส้นเท้าทั้งสองยังมีลิ่มไพล์บังเกอร์ติดไว้ อาวุธหลักของบาร์บาทอสลูพัสเร็กซ์ก็คือตะบองขนาดใหญ่มากซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้โจมตียานรบ ส่วนด้ามจับของตะบองนี้สามารถยืดหดได้ตามการใช้งานและที่หัวลูตุ้มกับท้ายด้ามจับก็มีลิ่มไพล์บังเกอร์ ขณะที่ไม่ใช้งานนั้นสามารถสะพายไว้กับเอวได้ และสามารถเปลี่ยนมาเป็นตะบองอื่นๆได้ตามการใช้งาน

asw-g-08-2.jpg

2nd form

Armaments

  • mace
  • gauntlet
  • 300 mm smoothbore gun (60 mm machine gun)
asw-g-08-3.jpg

3rd form

Armaments

  • mace
  • wire claw
  • 300 mm smoothbore gun (60 mm machine gun)
asw-g-08.jpg

4th form

Armaments

  • mace
  • long sword
  • 300 mm smoothbore gun (60 mm machine gun)
asw-g-08-5.jpg

5th form

Armaments

  • wrench mace
  • 170 mm autocannon
  • arm mortar
  • long sword
  • 300 mm smoothbore gun (60 mm machine gun)
asw-g-08-5l.jpg

Land combat 5th form

asw-g-08-6.jpg

6th form

Overall height 18.8 m
Base weight 30.5 t
Armor nano laminated
Powerplant Ahab reactor
Special feature Alaya-Vijnana System
Armaments

  • wrench mace
  • 170 mm autocannon
  • arm mortar
  • long sword
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License