เทอร์มินัสซีรีส์

Terminus type R909

First appearance Psalms of Planets Eureka Seven
Designer Shoji Kawamori
Height 14.2 m
Weight 22.3 t
Armaments

  • boomerang knife
  • laser rifle
  • long range laser cannon
  • ref board

LFOสมรรถนะสูงซึ่งเดิมทีนั้นเป็น LFOที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหพันธ์ใช้งาน แต่เนื่องจากนักบินของเทอร์มินัสต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองในระดับสูงจึงบังคับยาก เมื่อได้พัฒนา KLFซึ่งเป็นอาวุธสงครามจึงได้เปลี่ยนมาใช้มอนซูโนซีรีส์แทน และเมื่อฮอลแลนด์ นอวาคตั้งกลุ่มสลัดอากาศ เก็คโคสเตท ก็ได้เอาเทอร์มินัสซีรีส์ไทป์ Rไปใช้งานด้วย เทอร์มินัสรุ่นที่เรียบง่ายที่สุดนั้นก็คือ R606 ของแมททิว ซึ่งไม่มีหัวเพราะติดตั้งค็อกพิตแบบสองที่นั่ง โดยปกติแล้วสโตเนอร์ ช่างภาพของนิตยสาร ray=out จะนั่งไปกับแมททิวเพื่อถ่ายภาพ นอกจากนั้นยังใช้ในกิจธุระทั่วไปอย่างการจ่ายตลาด R606นั้นเป็นเทอร์มินัสซีรีส์ที่มีเกราะบางที่สุดและติดอุปกรณ์ไว้น้อยเพื่อให้คล่องตัวและเพิ่มเวลาในการปฏิบัติการ ในเวลาที่ต่อสู้นั้นจะใช้อาวุธเป็นมีดบูมเมอแรงกับเลเซอร์ไรเฟิล เทอร์มินัสซีรีส์อีกเครื่องของเก็คโคสเตทก็คือ R808 ของฮิลดา ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้ยิงสนับสนุนระยะไกลด้วยเลเซอร์แคนน่อนสองลำกล้องแบบประทับบ่าเป็นหลัก แต่ก็มีจุดอ่อนที่ใช้พลังงานมากจึงมีระยะเวลาปฏิบัติการสั้นที่สุด จึงเป็นเครื่องที่มีการใช้งานน้อยที่สุดด้วย รูปแบบของ R808 นั้นได้รับการปรับปรุงเป็น R909 ซึ่งเป็นเทอร์มินัสซีรีส์เครื่องสุดท้ายและเป็นเครื่องประจำตัวของฮอลแลนด์เอง R909 นั้นมีเลเซอร์แคนน่อนประทับบ่าแบบลำกล้องเดี่ยวและใช้ระบบบังคับ CFS เหมือนนีรวาชไทป์ซีโรทำให้มีสมรรถนะสูงสุดแต่ขณะเดียวกันก็บังคับยากกว่าอีกสองเครื่องมาก

หลังจากที่ R909 ถูกนีรวาชไทป์ธิเอนด์ทำลาย ฮอลแลนด์จึงตัดสินใจเอาเทอร์มินัส B303 หรือ เดวิลฟิช ซึ่งเดิมเป็นเทอร์มินัสเครื่องแรกสุดที่ไม่เคยเข้าประจำการในสมัยหน่วยปฏิบัติการพิเศษเนื่องจากมีสมรรถนะสูงมากจนนักบินต้องมีปฏิกิริยาสูงผิดมนุษย์ เดวิลฟิชนั้นใช้ระบบบังคับแบบ CFS ที่ไม่มีลิมิเตอร์และนักบินจะต้องสวมชุดพิเศษพร้อมกับใช้ยากระตุ้นการตื่นตัวของระบบประสาทซึ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรมในระยะยาว แบ็คแพ็คติดอาวุธเป็นเลเซอร์แคนน่อนสองกระบอกกับเลเซอร์นำวิถีแปดกระบอก ที่แขนมีใบมีดสำหรับใช้ต่อสู้ในระยะประชิดตัว ริฟบอร์ดที่ใช้นั้นขณะไม่ใช้งานจะแยกเป็นสองส่วนติดไว้ที่เอวและเมื่อประกอบเข้าด้วยกันจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เดวิลฟิชยังติดตั้งท่อขับดันไว้ทำให้ใช้งานในอวกาศได้แต่ไม่มีร่างพาหนะ

นอกจากเทอร์มินัสซีรีส์แล้วยังมี สเปียเฮด SH-101 ซึ่งเป็น LFOอีกรุ่นของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สเปียเฮดนั้นคล้ายกับเดวิลฟิชคือไม่มีร่างยานพาหนะ แต่ระบบบังคับจะไม่ใช้ CFS จุดเด่นของสเปียเฮดก็คือมีเซนเซอร์ตาหกข้างและที่เอวกับแขนจะติดรีเฟลคชันฟิล์มไว้สะท้อนคลื่นทราพาร์เรียกว่า เซอร์คัสมานิวเวอร์ ทำให้สามารถโต้คลื่นทราพาร์บินได้แม้จะไม่ใช้ริฟบอร์ด ชื่อสเปียเฮดนั้นมาจากที่ที่หัวติดหอกขนาดเล็กไว้และมีอาวุธหลักเป็นดาบติดแขนสองข้างกับปืนเลเซอร์ขนาดเล็กที่ลำตัวสี่กระบอก หลังจากที่ฮอลแลนด์ออกไปตั้งเก็คโคสเตทนั้นสหพันธ์ก็ได้แยกชิ้นส่วนสเปียเฮดที่เก็บไว้ทั้งหมดจึงเหลืออยู่เพียงสองเครื่องของทหารรับจ้างสองสามีภรรยา ชาลส์ บีมส์ กับ เรย์ บีมส์ ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ขอเกษียณไปก่อนหน้านั้นและได้รับสเปียเฮดมาเป็นการตอบแทน ซึ่งสเปียเฮดของทั้งคู่ยังสามารถบังคับด้วยระบบอัตโนมัติได้

ในเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนไปของภาคหนัง Pocket Full of Rainbows นั้น LFOถูกพัฒนาเป็นอาวุธสงครามจึงนับเป็น KLFทั้งหมด เทอร์มินัสซีรีส์ทั้งหมดเป็นของหน่วยอิสระ 303 ซึ่งสำหรับไทป์ Rนั้นทั้งสามเครื่องนั้นไม่แตกต่างจากเดิม โดยทั้ง R606 และ R909เป็นของแมททิวซึ่งจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ ส่วนเดวิลฟิชซึ่งยังเป็นของฮอลแลนด์นั้นมีความสามารถพิเศษที่สามารถมองเห็นวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นได้และจะส่งข้อมูลภาพเข้าสู่สมองของฮอลแลนด์โดยตรง และยังสามารถประกอบกับยูนิตซูเปอร์แพ็คขนาดใหญ่ซึ่งมีอาวุธเป็นเลเซอร์แคนน่อนพิสัยไกลขนาดใหญ่สองกระบอกกับมิสไซล์ 42 ลำกล้อง บูสเตอร์ของซูเปอร์แพ็คนั้นปรับให้มีกำลังสูงสุดเท่าที่ทำได้จึงรวดเร็วผิดกับรูปร่าง

r606.jpg

Terminus type R606

First appearance Psalms of Planets Eureka Seven
Designer Shoji Kawamori
Height 13.7 m
Weight 21.3 t
Armaments

  • boomerang knife
  • laser rifle
  • ref board
r606-vehicle.jpg

Vehicle Mode

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License