แบล็คเซอเลนา
blackselena.jpg

Black Selena

First appearance Martian Successor Nadesico: The Prince of Darkness
Designer Mika Akitaka
Height 8 m
Special feature Image Feedback System, gravity wave antenna, distortion field, Boson jump system
Armaments

  • tail anchor
  • hand cannon

หลังจากที่สงครามดาวพฤหัสยุติลง บริษัทอุตสาหกรรมหนักเนอร์กัลก็ได้ดัดแปลงเอสเตวาลิสเฟรมภาคพื้นดินที่อาคิโตะ เทนคาวะใช้เป็น เอสเตวาลิสอาคิโตะสเปเชียล เพื่อใช้ในการทดลองการเคลื่อนย้ายตำแหน่งด้วยโบซอนจัมป์ เนื่องจากเป็นเครื่องาำหรับทำการทดลองและไม่ได้ตั้งใจให้ใช้ในการต่อสู้จึงเพียงแต่แก้ไขโครงสร้างให้สามารถใช้โบซอนจัมป์ได้ด้วยตนเอง ส่วนเท้าไม่มีล้อและแขนก็ปล่อยออกไปชกเป้าหมายจากระยะห่างไม่ได้อีก แต่หลังจากที่อาคิโตะกับยูริกะ มิซึมารุ ผู้เป็นภรรยาถูกกลุ่มนักฆ่าโฮคุชินโชลักพาตัวไป แม้ว่าหน่วยลับของเนอร์กัลจะสามารถช่วยอาคิโตะได้แต่ก็ถูกทำการทดลองอย่างโหดร้ายจนเสียประสาทสัมผัสทั้งหมดไปแล้วแม้จะสามารถใช้ IFS ชดเชยได้บ้าง อาคิโตะนั้นรับการฝึกทักษะนักบินเพิ่มเติมจากเกนอิจิโร ซึคุโยมิ อดีตนักบินสหพันธ์ดาวพฤหัสซึ่งเป็นหน่วยลับของนอร์กัลด้วยความต้องการจะช่วยเหลือยูริกะและล้างแค้นโฮคุชิน โดยในครั้งแรกนั้นได้ใช้เอสเตวาลิสอาคิโตะสเปเชียลที่ได้รับมาจากอาคัตสึกิ นางาเระ ประธานเนอร์กัลโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถต่อสู้กับยาเทนโคและมุซุระของโฮคุชินโชได้

บริษัทเนอร์กัลได้พัฒนา แบล็คเซอเลนา เฟรมขนาดใหญ่ซึ่งใช้แนวคิดของเอสเตวาลิสเฟรมดวงจันทร์ให้เป็นเกราะสวมทับเอสเตวาลิสอาคิโตะสเปเชียลไว้ทั้งตัว รูปแบบเดิมของแบล็คเซอเลนานั้นเป็นแบบ S (Striker) ซึ่งติดอาวุธหนักอย่างมิสไซล์และปืนใหญ่ 130 มม.ไว้ ที่ขามีท่อขับดันขนาดใหญ่ติดไว้ด้านข้าง แต่แม้ว่าแบล็คเซอเลนาแบบ Sจะใช้โจมตีฐานที่มั่นของศัตรูได้ดี เมื่อต้องสู้กับยาเทนโคที่ชำนาญการต่อสู้ระยะประชิดตัวก็ยังคงพ่ายแพ้และต้องถอนตัวมาเหมือนเดิม เมื่อเนอร์กัลตระหนักว่าอาคิโตะตั้งใจสู้กับโฮคุชินโชแบบไม่สนใจว่าจะโดนรุมแบบหนึ่งต่อเจ็ด ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบของแบล็คเซอเลนาเป็นแบบ A (Armored) ซึ่งเน้นให้มีเกราะหนาโดยที่นอกจากจะเพิ่มพลังป้องกันแล้วยังทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นและสามารถติดระบบขับเคลื่อนที่มีกำลังมากขึ้นอีกได้ทำให้มีสมรรถนะสูงขึ้นไปอีก เกราะไหล่ขนาดใหญ่มีท่อขับดันเสริมและส่วนขาก็เป็นท่อขับดันกำลังสูงทั้งขา เนื่องจากการเคลื่อนไหวในระดับนี้ของแบล็คเซอเลนานั้นทำให้ไม่สามารถติดอาวุธได้มากจึงลดลงมาเหลือเพียงบีมกันสองกระบอกเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีส่วนหางซึ่งเป็นเหมือนแขนกลที่มีตะขอจับตรงปลายไว้

อาคิโตะที่ตั้งใจว่ายังไงก็ต้องล้างแค้นโฮคุชินด้วยมือตนเองให้ได้นั้นทำให้แบล็คเซอเลนาต้องสามารถปฏิบัติการได้หลายรูปแบบด้วย เนอร์กัลจึงดัดแปลงจากเกราะแบบ A1 ไปเป็นแบบ A2 ซึ่งสามารถประกอบกับบูสเตอร์เป็นแบล็คเซอเลนารุ่นการขับเคลื่อนสูงแบบยานให้มีความเร็วสูงขึ้นอีก แม้จะไม่สามารถใช้อาวุธได้เลยก็สามารถใช้ดิสทอร์ชันฟิลด์ป้องกันตัวและพุ่งฝ่าแนวป้องกันของศัตรูได้ บูสเตอร์ยูนิตนี้นอกจากแบบปกติแล้วก็ยังมีแบบแอโรไทป์ ซึ่งเน้นการใช้งานให้บินในชั้นบรรยากาศได้ดีขึ้น แบบติดอาวุธหนักซึ่งติดมิสไซล์พ็อดกับบีมแคนน่อน แล้วก็โมลไทป์ ซึ่งเน้นการทำลายเป้าหมายขนาดใหญ่อย่างโคโลนีโดยโบซอนจัมป์เข้าไปทำลายจากภายในด้วยสว่านและเลเซอร์ ปืนของแบบ A2นั้นได้เปลี่ยนจากบีมกันเป็นแฮนด์แคนน่อนที่ยิงได้ต่อเนื่อง ทั้งบูสเตอร์และเกราะทั้งหมดของแบล็คเซอเลนานั้นนั้นสามารถปลดทิ้งไปเหลือไว้แต่เอสเตวาลิสอาคิโตะสเปเชียลได้ บริษัทเนอร์กัลยังใช้ข้อมูลของเอสเตวาลิสอาคิโตะสเปเชียลพัฒนา อัลสโทรเมเลีย ซึ่งเป็นเครื่องประจำตัวของเกนอิจิโร่ อัลสโทรเมเลียนั้นใช้อาวุธเป็นกรงเล็บแบบสวมมือทั้งสองข้าง แม้จะไม่มีอาวุธยิงเลยแต่ด้วยความสามารถโบซอนจัมป์ด้วยตนเองได้จึง่มีความสามารถในการต่อสู้สูงมาก

blackselena-highmobile.jpg

High Mobility Black Selena

aestivalis_custom_akito.jpg

Aestevalis Akito Special

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License