เทคกาแมนเบลด
blade.jpg

Tekkaman Blade

First appearance Tekkaman Blade
Designer Yoshinori Sayama
Overall height 2.32 m
Weight 81 kg
Armaments

  • tek lancer
  • voltekka
  • tek shield

Special attacks

  • Clash Intrude
  • Voltekka Clash Intrude

ร่างเทคกาแมนของไอบะ ทาคายะ ลูกชายคนรองของครอบครัวไอบะบนยานสำรวจอวกาศอาร์กอสที่พบกับสิ่งมีชีวิตจากนอกระบบสุริยะ ราดัม ระหว่างที่สำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ ราดัมนั้นมีสติปัญญาและเทคโนโลยีชีวภาพในระดับสูงแต่ตัวจริงของราดัมก็เป็นเหมือนแมลงขนาดเล็กที่อ่อนแอจนไม่สามารถต่อสู้หรือเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่ผันผวนแม้เพียงเล็กน้อยได้เลย จึงได้วิวัฒนาการเป็นเผ่าพันธุ์ปรสิตที่สามารถฝังตัวและควบคุมสมองของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอื่นๆได้ ราดัมนั้นจับตัวเหล่าลูกเรือของอาร์กอสมาแปลงสภาพด้วยเทคซิสเต็มเป็นเทคกาแมนและควบคุมไว้เพื่อใช้เป็นกำลังรบในการบุกโจมตีโลก แต่ไอบะ ไคโซซึ่งเป็นพ่อของทาคายะนั้นสามารถช่วยทาคายะจากเทคซิสเต็มและให้หนีไปจากยานราดัมได้ก่อนที่การแปลงสภาพจะสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อทาคายะกลับมาถึงโลกนั้นราดัมก็เริ่มการโจมตีโลกแล้วและทาคายะก็ได้เข้าเป็นสมาชิกของหน่วยต่อต้านราดัม สเปซไนท์ ขององค์กรอวกาศ โดยสเปซไนท์นั้นได้ตั้งชื่อให้ทาคายะที่แสร้งทำเป็นความจำเสื่อมในช่วงแรกว่า D (Dangerous) บอย

เมื่อทาคายะจะแปลงร่าง (เทคเซ็ต) เป็นเทคกาแมนเบลดนั้นก็จะใช้ผลึก ซิสเต็มบ็อกซ์ (เทคคริสตัล) แผ่คริสตัลฟิลด์และฉายแสงที่จะแปลงสภาพเหมือนสวมเกราะเสริมพลังรอบตัว เกราะเทคกาแมนนั้นมีแม้แต่กลไกที่ซับซ้อนอย่างเวอร์เนียสำหรับเคลื่อนไหวในอวกาศ ซึ่งเทคกาแมนนั้นสามารถเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ รวมถึงมีความทนทานที่สามารถป้องกันได้แม้แต่อาวุธนิวเคลียร์หรือปฏิสสารที่มนุษย์สร้างจากข้อมูลของเทคกาแมน และยังสามารถสร้าง เทคแลนเซอร์ ซึ่งเป็นเหมือนหอกสั้นที่สามารถนำมาประกอบเป็นหอกสองปลายเล่มดียวได้ ที่เอวของเบลดยังมีโล่เล็ก เทคชิลด์ ซึ่งในโล่นี้มีสายเคเบิล เทคไวเยอร์ สำหรับใช้ดึงเทคแลนเซอร์ที่ขว้างออกไปกลับมาหรือใช้จับตัวศัตรู เบลดยังสามารถแปลงสภาพเกราะให้เพรียวกว่าเดิมแล้วใช้ซิสเต็มบ็อกซ์แผ่คริสตัลฟิลด์แล้วพุ่งด้วยความเร็วสูงเป็นท่า แคลชอินทรูด และในเกราะไหล่ทั้งสองข้างของเบลดก็สามารถเปิดแล้วยิงปืนใหญ่ปฏิสสาร(เฟอร์มิออน) โวลเทคกา ซึ่งเป็นอาวุธที่มีอานุภาพสูงสุดของเบลดและสามารถยิงได้เพียงครั้งเดียวต่อการเทคเซ็ตหนึ่งครั้งเท่านั้น พลังในการต่อสู้ของเทคกาแมนจึงนับว่าสูงกว่าอาวุธของมนุษย์โลกหรือสัตว์อาวุธชีวภาพที่เป็นกำลังหลักของราดัมอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ซิสเต็มบ็อกซ์ของเบลดนั้นแตกไปในการต่อสู้กับเทคกาแมนแด็กเกอร์ซึ่งใช้ปืนสเปคตรัมรบกวนการสร้างคริสตัลฟิลด์ไม่ให้เทคเซ็ตได้ แต่ทีมสเปซไนท์ก็แก้ปัญหาโดยเอาซิสเต็มบ็อกซ์ที่แตกแล้วไปรวมไว้กับหุ่นยนต์ เปกัส สำหรับใช้สร้างคริสตัลฟิลด์แล้วให้ทาคายะเข้าไปเทคเซ็ตภายในตัวเปกัส เปกัสนั้นยังแปลงร่างเหมือนยานพาหนะของเบลดได้ รวมถึงมีอาวุธติดตั้งไว้ทั้งปืนวัลแคน มิสไซล์ และปืนเลเซอร์ให้สามารถช่วยสนับสนุนเบลดในการต่อสู้ได้ เนื่องจากซิสเต็มบ็อกซ์นั้นอยู่กับเปกัสการจะใช้แคลชอินทรูดจึงต้องใช้เปกัสเป็นพาหนะด้วยเช่นกัน และหลังจากการต่อสู้กับเทคกาแมนเอวิลซึ่งมีไซโวลเทคกาที่สามารถดูดซับเอาอนุภาคเฟอร์มิออนไปจากโวลเทคกาของเบลดและเพิ่มพลังทำลายของตนเองได้ ผอ.ไฮน์ริช ฟอน ฟรีแมนก็ได้ดัดแปลงปืนใหญ่เฟอร์มิออนที่มนุษย์พัฒนาจากข้อมูลของโวลเทคกาและติดตั้งให้เปกัสเพื่อใช้เพิ่มความเข้มข้นของอนุภาคเฟอร์มิออนที่ยิงออกไปจากโวลเทคกาของเบลดเป็น ไฮโคทโวลเทคกา ซึ่งมีอานุภาพสูงเกินกว่าที่ไซโวลเทคกาจะดูดซับไปได้

แม้ว่าทาคายะจะไม่ถูกรวมตัวกับราดัม แต่สมองของทาคายะก็ถูกแปลงเป็นการเตรียมพร้อมแล้ว หากว่าเทคกาแมนเบลดต่อสู้นานเกินกว่า 30 นาทีก็จะถูกสัญชาตญาณของราดัมครอบงำเหมือนบ้าคลั่ง และเนื่องจากว่าการแปลงสภาพของทาคายะยังไม่สมบูรณ์ เมื่อเทคเซ็ตต่อสู้หลายต่อหลายครั้งเข้าเซลล์ของร่างกายจึงเริ่มเสื่อมสภาพ ฟรีแมนที่ศึกษาเทคซิสเต็มนั้นเข้าใจว่าเทคซิสเต็มนั้นเป็นเหมือนชุดเกราะที่สามารถแปลงสภาพไปได้ตามสภาพแวดล้อมและทาคายะที่ต่อสู้กับเทคกาแมนด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้งก็นับเป็นการใช้งานที่เกินกว่าที่ราดัมตั้งใจไว้ไปมากแล้ว การจะช่วยร่างกายที่ทรุดโทรมของทาคายะไว้นั้นจึงต้องใช้พลังงานเร่งการแปลงสภาพของเบลดไปเป็นร่างระดับสอง แม้จะประเมินว่ามีโอกาสสำเร็จเพียง 50% และแม้จะสำเร็จทาคายะก็จะยังคงเสียชีวิตภายในหกเดือนเท่านั้น ซึ่งทาคายะก็สามารถแปลงไปเป็นระดับที่สองคือ บลาสเตอร์เทคกาแมนเบลด ได้และมีพลังในการต่อสู้ที่เหนือกว่าเดิมมาก เกราะของบลาสเตอร์เทคกาแมนเบลดนั้นสามารถทนโวลเทคกาที่ยิงใส่ในระยะประชิดตัวได้โดยไม่ได้รับความเสียหาย ความเร็วในการเคลื่อนไหวโดยปกตินั้นก็สามารถเทียบได้กับแคลชอินทรูด และยังสามารถใช้แคลชอินทรูดที่เร็วยิ่งกว่าเดิมได้โดยไม่ต้องใช้เปกัสอีก เทคแลนเซอร์ที่แปลงสภาพไปนั้นสามารถยิงลำแสงเฟอร์มิออนออกไปจากปลายหอกได้ และนอกจากที่เกราะไหล่แล้วเกราะแขนและขาก็สามารถเลื่อนเปิดช่องยิงโวลเทคกาได้ ซึ่งนอกจากจะมีอานุภาพสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมากแล้วยังสามารถควบคุมทิศทางการยิงได้รอบตัว และสามารถรวมพลังงานด้วยคริสตัลฟิลด์ก่อนยิงออกไปได้

เนื่องจากบลาสเตอร์เทคกาแมนเบลดนั้นพัฒนาการมาจากเทคกาแมนที่ไม่สมบูรณ์ ร่างกายของทาคายะจึงไม่ได้รับภาระจนอายุสั้นเหมือนที่คาดไว้ แต่กลายเป็นว่าอาการเซลล์เสื่อมสภาพนั้นเปลี่ยนไปเกิดขึ้นกับสมองทั้งหมดทำให้ทาคายะเกิดอาการความจำเสื่อม จนในการต่อสู้กับเทคกาแมนโอเมกาที่ยานแม่ของราดัมบนดวงจันทร์นั้นอาการสมองเสื่อมของเบลดก็ถึงขั้นที่ไม่สามารถจำอะไรได้เลยแม้แต่ว่าตนเป็นใครแล้ว แต่ด้วยความโกรธแค้นต่อราดัมที่ทำลายครอบครัวไอบะซึ่งฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเบลดทำให้ยังคงต่อสู้และทำลายยานแม่ของราดัมไปได้ในที่สุด จนกระทั่งเมื่อราดัมกลุ่มใหม่เข้าโจมตีโลก ทาคายะที่เป็นคนพิการไปแล้วนั้นตอบสนองต่อคลื่นจิตของราดัมและผ่านการแปลงสภาพจนสมบูรณ์ด้วยคริสตัลใหม่ ราดัมที่เห็นว่าโลกกลายเป็นอันตรายระดับสูงสุดจากที่มีเทคกาแมนที่ไม่อยู่ในการควบคุมของราดัมนั้นบังคับให้บลาสเตอร์เทคกาแมนเบลดที่ไม่ได้สติทำลายระบบสุริยะ แต่คิซารากิ อากิ คนรักของทาคายะซึ่งเป็นผู้ทดสอบระบบเทคซิสเต็มรุ่นต้นแบบของมนุษย์โลกที่ฟรีแมนพัฒนาขึ้นมานั้นก็สามารถหยุดเบลดไว้ได้ ทาคายะที่ผ่านการแปลงสภาพอย่างสมบูรณ์แล้วนั้นฟื้นตัวอย่างปาฏิหาริย์โดยไม่มีอาการเซล์เสื่อมสภาพอีก แม้ว่าทาคายะจะเก็บตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ในศูนย์บัญชาการสเปซไนท์รุ่นใหม่จากที่กังวลว่าราดัมจะสามารถสัมผัสถึงจิตของตนได้ แต่เมื่อเทคเซ็ตเพื่อช่วยเหลือสเปซไนท์รุ่นใหม่นั้น แม้ว่าทาคายะจะไม่ใช้ร่างบลาสเตอร์อีกจากที่เคยเกือบทำลายโลกไปแล้ว แต่ร่างปกติก็มีพลังในการต่อสู้ที่เหนือกว่าสมัยก่อนและหลุดพ้นจากสัญชาตญาณของราดัมโดยสมบูรณ์ และในภายหลังก็ได้ท่าไม้ตายใหม่จากการฝึกฝนกับเทคกาแมนอีเวอร์โดยรวมพลังงานของโวลเทคกาไว้โดยไม่ยิงออกไปเป็นลูกพลังงานขนาดใหญ่ก่อนใช้แคลชอินทรูดดึงให้พลังงานเฟอร์มิออนทั้งหมดปะทะเป้าหมายในครั้งเดียวเป็น โวลเทคกาแคลชอินทรูด

blade-blaster.jpg

Blaster Tekkaman Blade

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License