Jเดคเกอร์
j-decker.jpg

J-Decker

First appearance Brave Police J-Decker
Designer Kunio Okawara
Overall height 18.16 m
Weight 11.49 t
Power output 12900 ps
Armaments

  • electromagnetic baton
  • J buster
  • Max cannon

หุ่นยนต์ตำรวจที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รับมืออาชญากรรมไฮเทค เดคคาร์ดนั้นสามารถแปลงร่างเป็นรถตรวจการณ์ได้และมีอาวุธเป็นปืนลูกโม่ ทั้งยังได้รับการติดตั้ง AIซึ่งสามารถเข้าใจคำสั่งของมนุษย์และปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ระหว่างการพัฒนาเดคคาร์ดนั้น เด็กชายโทโมนากะ ยูตะได้พลัดเข้าไปในโกดังที่ใช้พัฒนาเดคคาร์ดโดยบังเอิญและหลายเป็นเพื่อนที่คอยสอนเรื่องราวต่างๆให้เดคคาร์ด มิตรภาพกับยูตะนั้นทำให้ AIของเดคคาร์ดพัฒนาไปเป็นซูเปอร์ AIที่มีจิตใจเหมือนมนุษย์ ในตอนแรกนั้น AIของเดคคาร์ดได้ถูกฟอร์แมตใหม่ก่อนจะนำไปส่งมอบให้สำนักงานตำรวจ แต่ระหว่างการขนส่งนั้น ยูตะได้พยายามขัดขวางดร.เกาส์ที่โจมตีรถขนส่งเพื่อชิงเดคคาร์ดไปและเสียงของยูตะก็ทำให้ซูเปอร์ AIของเดคคาร์ดทำงานเองและจับกุมดร.เกาส์ได้ ซึ่งความสามารถในการทำงานของเดคคาร์ดที่สูงเกินคาดไปมากนั้นทำให้ผู้บัญชาการซาเอจิมะ จูโซได้คิดโครงการณ์ เบรฟโปลิศ เป็นหน่วยตำรวจซูเปอร์ AI ซึ่งใช้ AIของเดคคาร์ดเป็นต้นแบบโดยมีเดคคาร์ดเป็นหัวหน้าหน่วยและยูตะเป็นผู้บัญชาการภาคสนาม

เดคคาร์ดนั้นมีพาหนะสนับสนุนเป็นรถเบรรทุกขนาดใหญ่ Jโรดเดอร์ ซึ่งนอกจากจะสามารถบรรทุกเดคคาร์ดในร่างรถตรวจการณ์ได้แล้วยังมีอาวุธติดไว้เป็นบีมแคนน่อนสองกระบอก และในกรณีที่ต้องต่อสูกับอาชญากรที่แข็งแกร่งนั้น Jโรดเดอร์ก็จะแปลงร่างแล้วให้เดคคาร์ดในร่างรถตรวจการประกอบที่หน้าอกเป็น Jเดคเกอร์ ได้ (J มาจาก Japan ส่วนเดคเกอร์นั้นแผลงมาจากเดกะที่หมายถึงตำรวจ) ในตอนแรกนั้นมีปัญหาว่า AIของเดคคาร์ดที่เปลี่ยนไปแล้วนั้นทำให้โปรแกรมรวมร่างเพี้ยนไปด้วยและในตอนที่ทดสอบกับซิมูเลเตอร์นั้นยูตะก็ไม่สามารถบังคับให้ประกอบร่างได้ แต่เมื่อใช้งานจริงนั้นจิตใจของทั้งสองที่สื่อถึงกันได้ก็ทำให้ประกอบร่างได้ และหลังจากนั้นโทโด ชุนสุเกะซึ่งเป็นผู้พัฒนาเดคคาร์ดก็ได้แก้ไขให้ยูตะสามารถใช้ตราตำรวจออกคำสั่งประกอบร่างได้โดยอัตโนมัติ Jเดคเกอร์นั้นสามารถบินได้และมีอาวุธเป็นพลองแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งนอกจากใช้ฟาดในระยะประชิดแล้วยังสามารถรวมพลังงานไว้ที่ปลายแบบหอกแล้วยิงออกไปจากระยะห่างได้ กับปืน Jบัสเตอร์ ซึ่งสามารถพับลำกล้องขึ้นเป็นบีมไรเฟิลที่มีอานุภาพสูงขึ้นได้ ในภายหลังนั้นหน่วยเบรฟโปลิศยังได้สมาชิกใหม่คือ BP-601 กันแม็กซ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นประจำกับแผนกตำรวจทางหลวง กันแม็กซ์นั้นต่างจากเบรฟโปลิศเครื่องอื่นๆคือไม่สามารถแปลงร่างเป็นพาหนะได้แต่มีมอเตอร์ไซขนาดใหญ่ของตนเอง กันไบค์ ซึ่งส่วนท้ายของกันไบค์นั้นมีที่ให้มนุษย์นั่งและติดปืนกลแก็ตลิ่งต่อต้านบุคคลไว้ ตัวกันแม็กซ์นั้นใช้ปืนพกที่มีลำกล้องใหญ่กว่าแบบมาตรฐานและยังมีปืนลูกซองอีกด้วย กันไบค์นั้นสามารถประกอบเป็นเกราะให้กันแม็กซ์เป็นโหมด กันแม็กซ์อาเมอร์ ซึ่งสามารถประกอบร่างได้โดยไม่ต้องให้ยูตะออกคำสั่ง นอกจากพลังป้องกันจะสูงขึ้นแล้วล้อของกันไบค์ที่เกลายป็นโรเตอร์แฝดด้านหลังยังทำให้บินได้แม้จะไม่เหมาะกับการบินเป็นเวลานานนัก กันแม็กซ์กับกันไบค์ยังสามารถประกอบกันเป็น แม็กซ์แคนน่อน ซึ่งเป็นบีมแคนน่อนอานุภาพสูงให้ Jเดคเกอร์ใช้งาน

หน่วยสกอตแลนด์ยาร์ดของอังกฤษก็มีเบรฟโปลิศโดยมีเด็กหญิงอัจฉริยะ เรจินา อาร์จีนเป็นผู้พัฒนา และ BP-119 ดุค ตำรวจอัศวินนั้นก็ได้ย้ายมาเข้าเบรฟโปลิศญี่ปุ่น ดุคนั้นมีสมรรถนะที่สูงกว่าพวกเดคคาร์ด ใช้เกราะโลหะเบรฟเนียมแกมมาซึ่งก่อนหน้านี้นั้นใช้สร้างสว่านของดริลบอย ร่างพาหนะของดุคเป็นรถพยาบาลและมีวงจรสอดแนมในการสืบราชการลับแบบชาโดว์มารุ ดุคยังสามารถประกอบกับรถดับเพลิง ไฟเยอร์โรเดอร์ เป็น ดุคไฟเยอร์ ได้ โดยมีอาวุธเป็นดาบเบรฟเนียมแกมมาขนาดใหญ่ ไฟเยอร์ซอร์ด กับปืนไฟเยอร์บัสเตอร์ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับ Jบัสเตอร์ ดุคนั้นมาถึงญี่ปุ่นในเวลาเดียวกับที่พวกยูตะต่อสู้กับชิฟเทน หุ่นยนต์ซูเปอร์ AIสองเครื่องของบริษัทเอ็กเซลเลนท์ซึ่งมีความสามารถดูดซับการโจมตีจากอาวุธบีมได้แม้แต่แม็กซ์แคนน่อนแล้วใช้พลังงานนั้นตอบโต้กลับมา ทำให้ Jเดคเกอร์ได้รับความเสียหายอย่างหนักและซูเปอร์ AIของเดคคาร์ดก็หยุดทำงานไปเหมือนตายแล้ว ดุคไฟเยอร์นั้นสามารถล้มชิฟเทนหมายเลขสองได้อย่างง่ายดายและทำหน้าที่หัวหน้าทีมแทนเดคคาร์ด แต่นิสัยของดุคที่พยายามเป็นตำรวจสมบูรณ์แบบตามความคิดของเรจินาทำให้เข้ากับคนอื่นๆในทีมไม่ได้นัก ส่วน Jเดคเกอร์ที่เสียหายอย่างหนักนั้นก็ถูกวิคทิม ออร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาชิฟเทนใช้สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว ไกโซไนต์ แปลงสภาพไปเป็น ซาตาน Jเดคเกอร์และชิงไประหว่างการขนย้าย โดยในตอนแรกนั้นไกโซไนต์จะควบคุมซาตาน Jเดคเกอร์โดยตรง ซึ่งพลองแม่เหล็กไฟฟ้าของซาตาน Jเดคเกอร์นั้นจะแผ่พลังงานออกมาจากปลายเหมือนสามง่ามและใช้บีมแคนน่อนที่ขาได้ ต่อมานั้นไกโซไนต์ได้แปลงสภาพเป็นดาบให้ชิฟเทนใช้บังคับซาตาน Jเดคเกอร์ได้จากระยะห่าง แต่ระหว่างการต่อสู้กับคุคไฟเยอร์นั้น ซูเปอร์ AIของเดคคาร์ดมีปฏิกิริยากับเสียงของยูตะทำให้ซาตาน Jเดคเกอร์หยุดเคลื่อนไหวไปก่อนจะคืนสภาพเดิมหลังจากที่ไกโซไนต์หนีไปแล้ว และเรจินาก้ได้ย้ายซูเปอร์ AIของเดคคาร์ดไปไว้ในร่างใหม่ที่เตรียมไว้ แม้ว่าตอนแรกจะมีปัญหาที่เดคคาร์ดความจำเสื่อมและเกือบถูกเรจินาใช้ AIใหม่แทนแล้วแต่ก็ฟื้นความจำได้ทันเวลาพอดี ส่วนดุคนั้นเข้าใจถึงความผูกพันธ์ในทีมเบรฟโปลิศว่าไม่มีใครมาแทนที่เดคคาร์ดได้และเป็นรองหัวหน้าหน่วยแทนต่อมา

ดุคไฟเยอร์นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถแยกประกอบเป็นเกราะเสริมของ Jเดคเกอร์ได้ ซึ่งเดิมทีนั้นมีชื่อว่าเกรท Jเดคเกอร์ แต่ซาเอจิมะเห็นว่าโหลเกินไปจึงเปลี่ยนเป็น ไฟเยอร์ Jเดคเกอร์ ทว่า ผลกระทบจากที่ซูเปอร์ AIของเดคคาร์ดเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งจึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าหากประกอบร่างกันแล้วบุคลิกของดุคหรือเดคคาร์ดจะหายไป โดยประเมินว่ามีโอกาสที่บุคลิกทั้งสองจะยังคงอยู่หลังการรวมร่างเพียง 1 ใน 50000 เท่านั้น แต่ในการต่อสู้กับไฮเปอร์ชิฟเทนซึ่งปรับปรุงมาจากสองเครื่องแรกนั้น วิคทิมได้ให้ไฮเปอร์ชิฟเทนทั้งสองฆ่ากันเองและรวมตัวกับเกราะของอีกคนเป็นอาเมอร์ชิฟเทนซึ่งแข็งแกร่งกว่าพวกเดคคาร์ดมาก เดคคาร์ดกับดุคจึงได้ตัดสินใจเสี่ยงประกอบกันเป็นไฟเยอร์ Jเดคเกอร์และโชคดีที่รอดมาได้ทั้งคู่ ไฟเยอร์ Jเดคเกอร์นั้นมีพลังเป็นสามเท่าของที่คาดไว้ ที่แขนทั้งสองข้างนั้นมีช่องปล่อยคีมจับกับสว่านออกมา และมีอาวุธทั้งไฟเยอร์ซอร์ดกับ Jบัสเตอร์ รวมถึงยังสามารถใช้แม็กซ์แคนน่อนได้ ท่าไม้ตายมาตรฐานของไฟเยอร์ Jเดคเกอร์นั้นจะแผ่พลังงานจากตราที่หน้าอกเป็นเปลวไฟหุ้มไฟเยอร์ซอร์ดแล้วฟันเป็น เบิร์นนิงไฟเยอร์ซอร์ด ซึ่งก็เคยดัดแปลงโดยวาดดาบเป็นวงรวมประจุไฟฟ้าแล้วขว้างออกไปเป็น ไฟเยอร์ซอร์ดโรลลิงธันเดอร์

bp-110.jpg

BP-110 Deckard

Overall height 5.12 m
Weight 2.15 t
Power output 3200 ps
Armaments

  • revolver
j-roader.jpg

J Roader

Overall length 13.32 m
Weight 9.34 t
Power output 9700 ps
Armaments

  • beam cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License