ยานชั้นคาลิสโต
callisto.jpg

Callisto class

First appearance Mobile Suit V Gundam
Designer Hajime Katoki
Overall length 310 m
Armaments

  • anti-air machine gun
  • missile launcher
  • 2-barrel mega particle gun

ยานลาดตะเวนรุ่นแรกที่เบสปาพัฒนาขึ้นและเป็นกำลังหลักของกองยานจักรวรรดิซันสคาร คาลิสโตนั้นต่างจากยานรบรุ่นก่อนหน้านี้นั่นคือมีรูปทรงด้านบนและล่างที่สมมาตร ส่วนหัวยานนั้นมีคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSรวมทั้งมีสะพานเดินเรืออยู่ทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งในอวกาศที่ศัตรูสามารถโจมตีได้จากทุกทิศทางนั้น รูปแบบของคาลิสโตจะสามารถตอบสนองต่อการโจมตีได้ดีกว่ายานของสหพันธ์โลกมาก อาวุธหลักของคาลิสโตก็คือป้อมปืนใหญ่มหาอนุภาคแบบสองลำกล้องที่อยู่ด้านข้างทั้งสองของยาน และมิสไซล์ลันเชอร์กับปืนกลต่อต้านอากาศยาน เบสปานั้นยังได้พัฒนารูปแบบของคาลิสโตต่อมาเป็นยานชั้นอมัลเทีย ซึ่งเป็นยานประจัญบานซึ่งเป็นเหมือนยานธงของกองทัพซันสคารที่มีพลังในการต่อสู้สูงกว่าคาลิสโตมาก โดยเพิ่มจำนวนมิสไซล์และป้อมปืนใหญ่มหาอนุภาคเป็นสองเท่าของคาลิสโต และที่ตัวยานเองก็มีบล็อกแรงโน้มถ่วงอยู่ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีของเบสปานั้นก็ทำให้อมัลเทียมีสมรรถนะ พลังทำลาย และจำนวน MSที่บรรทุกได้เหนือกว่ายานทุกรุ่นที่สหพันธ์โลกใช้อยู่ ยานชั้นอมัลเธียลำหนึ่งนั้นก็คือชูบัทเทนซึ่งเป็นยานใต้บัญชาการของทาชิโร เวอโก

เมื่อจักรวรรดิซันสคารพัฒนาปืนใหญ่ไกลาสกีรีนั้นก็ได้ออกแบบยานชั้นสควิดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นทั้งยานคุ้มกันและควบคุมไกลาสคีรี สควิดมีความยาวถึง 656 เมตรและใช้โครงสร้างสมมาตรแบบเดียวกับคาลิสโตและอมัลเธีย แต่ได้เพิ่มอาวุธโดยมีป้อมปืนมหาอนุภาคสองลำกล้องถึงแปดป้อม และมีส่วนที่เหมือนแขนซึ่งเป็นคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSให้สามารถส่ง MSลงสู่สนามรบได้พร้อมกันถึงแปดเครื่อง จักรวรรดิซันสคารนั้นได้สร้างยานชั้นสควิดขึ้นมาสองลำ แต่ลำหนึ่งนั้นถูกลีกมิลิเทียร์ยึดไปพร้อมกับไกลาสคีรีและต่อมาก็รื้อแยกชิ้นส่วนเพื่อใช้ปรับปรุง[[[ รีนฟอร์ซเป็นรีนฟอร์ซจูเนียร์ ส่วนอีกลำคือดัลมาเชียนนั้นได้ร่วมในสงครามต่อมาจนถูกทำลายในการต่อสู้ที่แองเจิลฮาโล

amalthea.jpg

Amalthea class

First appearance Mobile Suit V Gundam
Designer Hajime Katoki
Overall length 462 m
Armaments

  • anti-air machine gun
  • missile launcher
  • 2-barrel mega particle gun
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License