โกบัสเตอร์เอซ
cb-01.jpg

CB-01 Go-Buster Ace

First appearance Tokumei Sentai Go-Busters
Overall height 38 m
Weight 1300 t
Power output 5000000 hp
Armaments

  • buster sword
  • missile

Special attack

  • Resolution Slash

บัสเตอร์มาชีนของเรดบัสเตอร์ (ซากุราดะ ฮิโรมุ) กับหุ่นยนต์บัดดีรอยด์ ชิดะ นิค สมาชิกของทีมโกบัสเตอร์ในสังกัดของกระทรวงจัดการพลังงานซึ่งเป็นผู้ต่อสู้กับวากลาส ผู้แฝงตัวจากต่างมิติที่ตั้งใจแย่งชิงเอเนทรอนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานได้มากและไม่ก่อมลพิษไปเพื่อใช้พาเมสไซอาห์ ไวรัสคอมพิวเตอร์มีชีวิตกลับมายังโลก ซึ่งเมื่อ 13 ปีก่อนนั้นได้ควบคุมซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของศูนย์วิจัยคมนาคมและเตรียมจะทำการยึดครองโลกก่อนจะถูกซากุราดะ โยสุเกะ พ่อของฮิโรมุ สละตนโดยส่งศูนย์วิจัยไปยังมิติอื่นเป็นการขังเมสไซอาห์ ทีมโกบัสเตอร์รุ่นแรกนั้นประกอบด้วยเด็กๆกับบัดดีรอยด์ซึ่งได้รับโปรแกรมวัคซีนจากโยสุเกะให้ป้องกันการควบคุมของเมสไซอาห์ได้ในตอนนั้น เวลาบังคับบัสเตอร์มาชีนนั้นบัดดีรอยด์จะรวมตัวกับบัสเตอร์มาชีนเป็นระบบบังคับพร้อมกับทำหน้าที่สนับสนุนระหว่างปฏิบัติการด้วย บัสเตอร์มาชีนนั้นโดยปกติแล้วจะเป็นพาหนะขนาดใหญ่ (บัสเตอร์วิเคิล) และสามารถแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์สัตว์ (บัสเตอร์แอนิมอล) ตามชื่อได้ ซึ่งแม้ว่าบัดดีรอยด์จะบังคับบัสเตอร์มาชีนได้ด้วยตนเองแต่ระบบการแปลงร่างก็จะต้องให้โกบัสเตอร์คู่หูกดรหัสผ่านแผงควบคุมด้วย CB-01 ชีตา นั้นนอกจากร่างบัสเตอร์วิเคิลและบัสเตอร์แอนิมอลแล้วยังมีร่าง โกบัสเตอร์เอซ ซึ่งเป็นร่างหุ่นยนต์แบบมนุษย์ที่เรียกว่าเมกะซอร์ด สำหรับใช้ในการต่อสู้กับเมกะซอร์ดรุ่นต้นแบบที่เป็นหุ่นยนต์ทำงานในศูนย์วิจัยคมนาคมพัฒนาเมื่อ 13 ปีก่อนและวากลาสก็ใช้ในการขโมยเอเนทรอน โกบัสเตอร์เอซนั้นมีความคล่องตัวสูงและสามารถบินในระดับต่ำได้ มีอาวุธหลักเป็นมิสไซล์ที่ไหล่กับดาบบัสเตอร์ซอร์ดที่แปลงสภาพมาจากส่วนหางของร่างบัสเตอร์แอนิมอล ซึ่งในโรงเก็บของศูนย์บัญชาการนั้นก็มีบัสเตอร์ซอร์ดสำรองเก็บไว้และพร้อมจะส่งมาให้โกบัสเตอร์เอซได้ตลอดเวลา ท่าไม้ตายของโกบัสเตอร์เอซนั้นก็ใช้การประจุพลังงานเอเนทรอนเข้าไปในบัสเตอร์ซอร์ดแล้วฟันเป็น รีโซลูชันสแลช หลังจากที่ฮิโรมุได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเมกะซอร์ดเซตาของเอสเคปนั้น นิคก็ได้ให้ดัดแปลงชีตาให้ตนเองบังคับได้เต็มรูปแบบ

โกบัสเตอร์เอซนั้นสามารถประกอบกับบัสเตอร์มาชีนของเพื่อนร่วมทีมอีกสองเครื่องคือ GT-02 กอริลลา ของบลูบัสเตอร์ (อิวาซากิ ริวจิ) และ RH-03 แรบบิท ของเยลโลบัสเตอร์ (อุซามิ โยโกะ) เป็น โกบัสเตอร์โอ ได้ โดยบัสเตอร์ซอร์ดจะกลายเป็นบูสต์บัสเตอร์ซอร์ดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ใบพัดของแรบบิทที่ติดกับแขนซ้ายนั้นสามารถสร้างสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นโล่ป้องกันตัวได้ ท่าไม้ตายของโกบัสเตอร์โอนั้นจะสร้างสนามพลังมิติจำลองหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูแล้วฟันด้วยบูสต์บัสเตอร์ซอร์ดที่ประจุพลังงานเอเนทรอนเป็น ดิเมนชันแคลช หือรวมพลังงานไปที่เท้าข้างหนึ่งแล้วกระโดดเตะเป็นท่า เอ็กซ์โพลชันคิก แต่แม้ว่าโกบัสเตอร์โอจะมีพลังในการต่อสู้ที่สูงมากก็ใช้พลังงานเอเนทรอนมากด้วยเช่นกัน ท่าไม้ตายทั้งสองท่ายังต้องใช้พลังงานในระดับสูงจึงเรียกได้ว่ามีช่วงเวลาที่ปฏิบัติการได้ก่อนจะต้องปิดฉากที่สั้นมากและหากว่าเมกะซอร์ดศัตรูรอดจากท่าไม้ตายมาได้แล้วก็แทบไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้เลย โกบัสเตอร์เอซยังเคยเปลี่ยนรูปแบบการประกอบโดยใช้บัสเตอร์มาชีนรุ่นเก่า FS-0O ฟร็อก แทนแรบบิท เป็น โกบัสเตอร์เคโระโอ ซึ่งเหมาะกับการต่อสู้ในน้ำ แขนทั้งสองข้างเป็นใบพัด เอเนทันสกรูว์ โดยที่แขนซ้ายก็ติดเครื่องยิงมิสไซล์ลูกอ็อดไว้ด้วย

เมื่อจิน มาซาโตะ ซึ่งเป็นวิศวกรคนหนึ่งที่ติดอยู่ในศูนย์วิจัยคมนาคมเมื่อ 13 ปีก่อนสามารถใช้บัดดีรอยด์ บีท J สแต็ก เป็นมาร์คเกอร์สำหรับส่งอวตารของตนเองมายังโลก ทั้งคู่ก็ได้ร่วมทีมโกบัสเตอร์เป็นบีทบัสเตอร์กับสแต็กบัสเตอร์ โดยมีบัสเตอร์มาชีนของตนเองคือ BC-04 บีเทิล กับ SJ-05 สแต็ก บัสเตอร์มาชีนของทั้งสองนั้นใช้ระบบบังคับที่แปลงสภาพจากไดรฟ์เบลดซึ่งเป็นอาวุธของทั้งคู่ โดยบีเทิลนั้นก็มีร่างเมกะซอร์ด โกบัสเตอร์บีท แขนของโกบัสเตอร์บีทนั้นแปลงสภาพมาจากเครนซึ่งสามารถยืดออกไปกระแทกหรือจับตัวศัตรูไว้แล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าโจมตีได้ และที่ขาทั้งสองข้างก็มีดาบคู่ บีทซอร์ด ที่สามารถใช้เป็นปืนบีทแคนน่อนได้ด้วย ท่าไม้ตายของโกบัสเตอร์บีทนั้นจะใช้บีทแคนน่อนยิงเต็มกำลังเป็น บีทแคนน่อนเบิร์สท์ ท่าดาบสองมือ บีททูว์ซอร์ดครอส และในขณะที่จับศัตรูไว้ด้วยแขนเครนจากระยะห่างก็สามารถใช้เร่งความเร็วของสแต็กในร่างบัสเตอร์วิเคิลออกไปกระแทกเป็นท่า บีทคาทาพัลท์แอ็ทแท็ค ซึ่งก็เคยให้โกบัสเตอร์เอซเหยียบบนสแต็กแล้วพุ่งออกไปฟันด้วยบีทคาทาพัลท์แอ็ทแท็คเป็น เอซคาทาพัลท์แอ็ทแท็ค สแต็กยังสามารถประกอบกับโกบัสเตอร์บีทเป็น บัสเตอร์เฮราเคลส ซึ่งเน้นพลังทำลายในระยะไกลมากกว่าโกบัสเตอร์โอ ที่หน้าอกมีปืนแก็ตลิงบาซูกา ส่วนหัวยานของสแต็กจะกลายเป็นปืนมือถือ สแต็กลันเชอร์ และที่แขนซ้ายก็มีโล่สแต็กชิลด์ที่สามารถใช้เป็นคีมได้ รวมถึงยังสามารถใช้งานบีทแคนน่อนได้ ท่าไม้ตายของบัสเตอร์เฮราเคลสนั้นจะระดมยิงอาวุธทั้งหมดออกไพร้อมๆกันเป็น เฮราเคลสไครซิส

บีเทิลกับสแต็กนั้นยังสามารถประกอบกับโกบัสเตอร์โอเป็น เกรทโกบัสเตอร์ ได้ โดยจุดประสงค์หลักก็คือเพื่อให้สามารถใช้งานบัสเตอร์มาชีนสามเครื่องแรกในพื้นที่ต่างมิติของวากลาสได้มากกว่าจะเพิ่มพลังในการต่อสู้ ปกติแล้วจึงทำการประกอบร่างในโรงเก็บก่อนออกปฏิบัติการ อาวุธของเกรทโกบัสเตอร์นั้นเป็นหอกบัสเตอร์แลนซ์ ซึ่งประกอบจากบูสต์บัสเตอร์ซอร์ดกับแขนเครนของโกบัสเตอร์บีทและเกราะหน้าของโกบัสเตอร์โอ เสริมด้วยสแต็กลันเชอร์ และก็สามารถยิงลำแสงออกไปจากหน้าอกได้ แม้จะมีขนาดใหญ่มากแต่เกรทโกบัสเตอร์ก็สามารถใช้บูสเตอร์ที่เท้าพุ่งขึ้นไปกลางอากาศได้ ท่าไม้ตาย เดโมลิชันทรัสต์ นั้นจะประจุพลังงานเอเนทรอนเข้าไปที่บัสเตอร์แลนซ์แล้วแทงหรือพุ่งเข้าฟันศัตรู เนื่องจากว่าเรดบัสเตอร์ที่เป็นนักบินหลักนั้นจะต้องรับภาระหนักมากในการใช้งานเกรทโกบัสเตอร์จึงนับว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการที่แย่กว่าโกบัสเตอร์โอเสียอีก สแต็กยังสามารถประกอบกับโกบัสเตอร์เอซเป็น โกบัสเตอร์เอซสแต็กคัสตอม ได้ โดยนอกจากจะได้สแต็กลันเชอร์กับสแต็กชิลด์เป็นอาวุธเสริมแล้วยังมีความสามารถในการต่อสู้กลางอากาศที่สูงขึ้นอย่างมาก

go-buster_oh.jpg

Go-Buster Oh

Overall height 53.5 m
Weight 3700 t
Power output 14000000 hp
Armaments

  • boost buster sword
  • rotor shield

Special attacks

  • Dimension Clash
  • Explosion Kick
go-buster_kero-oh.jpg

Go-Buster Kero-Oh

Overall height 52 m
Weight 3500 t
Power output 13000000 hp
Armaments

  • Ene-tan screw
  • tadpole missile
เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License