MS อื่นๆ

MRC-F20 SUMO

First appearance ∀ Gundam
Designer Syd Mead
Head height 20.3 m
Base weight 34.2 t Operating weight 27.4 t
Armor MFE gundium FGI composite
Powerplant HPHGCP type
Power output 34000 +/- 5000 kW
Special feature I-Field Beam Drive
Armaments

  • heat fan
  • hand beam gun
  • IF generator (IF bunker)

MSของชาวจันทรา ชื่อ SUMO มาจาก Strike Unit for Maneuver Operation ระบบขับเคลื่อนของซูโมนั้นเป็นแบบ Iฟิลด์บีมไดรฟ์เหมือนกับเทิร์นเอกันดั้มซึ่งเมื่อเดินเครื่องจะทำให้น้ำหนักของซูโมลดลงไปและมีความคล่องแคล่วสูง Iฟิลด์บีมไดรฟ์ของซูโมนั้นสามารถลอยตัวบนโลกได้อย่างคล่องแคล่วและซูโมก็สามารถติดบูสเตอร์แบบกระโปรงเพื่อเพิ่มความสามารถในการบินให้สูงขึ้นอีกได้ เครื่องกำเนิดพลังงานของซูโมเป็นแบบ Helical Phase Hyper oscillation Gauge Collapser Pile (HPHGCP) อาวุธของซูโมนั้นประกอบด้วยบีมกันแบบมือถือ พัดความร้อนซึ่งส่วนปลายนั้นสามารถปล่อยบีมเซเบอร์ออกมาได้ กับ IFเจเนเรเตอร์ติดแขนซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุม Iฟิลด์ IFเจเนเรเตอร์นี้ทำให้ซูโมสามารถสร้าง Iฟิลด์ที่มีความหนาแน่นสูงซึ่งสามารถใช้ป้องกันการโจมตีหรือหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ และยังสามารถรวม Iฟิลด์เป็นเหมือนบีมเซเบอร์สำหรับโจมตีได้เรียกว่า IFบังเกอร์ ลักษณะพิเศษอีกประการของซูโมก็คือเกราะส่วนหน้านั้นสามารถเปิดออกได้เพื่อให้สแกนเซนเซอร์ทำงานได้ดีขึ้น เกราะของซูโมนั้นใช้วัสดุแบบ Moduration Fractal Edge Gundium Functionally Gradient Intelligent ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวจันทราในอดีตออกแบบด้วยวิทยาการนาโนมาชีนให้สามารถคืนสภาพจากความเสียหายที่ไม่รุนแรงมากนักและปรับโครงสร้างเพิ่มความแข็งแกร่งต่อการโจมตีที่โดนมาแล้วได้ แต่การพัฒนาเกราะชนิดนี้ได้ยกเลิกไปโดยไม่เสร็จสมบูรณ์

ซูโมนั้นเป็นเหมือน MSสมรรถนะสูงของกองกำลังไดอานาเคาเตอร์ ซึ่งเท่าที่ปรากฏในเรื่องนั้นมีสองสีคือเครื่องสีเงินซึ่งเป็นสีมาตรฐานกับเครื่องสีทองซึ่งเป็นสีประจำตัวของแฮรี ออร์ด ราชองครักษ์ของราชินีไดอานา เนื่องจากระบบของซูโมนั้นคล้ายกับเทิร์นเอกันดั้มมาก ในตอนที่กิงกานัมยึดเทิร์นเอกันดั้มไปได้ซึ่งโลรันได้ถอดคอร์ไฟเตอร์หนีออกมาก่อนนั้นก็ได้ใช้ค็อกพิตของซูโมมาดัดแปลงแล้วติดตั้งแทนคอร์ไฟเตอร์ให้ใช้งานได้ตามปกติ


nrs-p701.jpg

NRS-P701 Gozzo

First appearance ∀ Gundam
Designer Kunio Okawara
Head height 16 m
Armaments

  • vulcan gun
  • 14-tube micro missile launcher
  • railgun
  • spike shield

MS ของบรูโนกับยาคอบซึ่งติดตามโคเรน นันเดอร์มายังโลก ค็อกพิตของก็อซโซนั้นเป็นแบบเดียวกับ MS ของสหพันธ์โลกใหม่จากยุคประวัติศาสตร์มืดและเป็น MS แบบต่อสู้ในระยะไกลโดยมีอาวุธเป็นเรลกันแบบพับลำกล้องติดหลัง แขนทั้งสองข้างติดไมโครมิสไซล์ลันเชอร์ไว้ ไหล่ซ้ายติดโล่หนามซึ่งช่วยถ่วงน้ำหนักของเรลกัน และที่หัวก็มีปืนวัลแคน แต่ก็อซโซนั้นได้รับการออกแบบให้ต่อสู้ในอวกาศ เมื่อใช้งานบนโลกจะหนักช่วงบนและมีสมดุลเครื่องแย่มาก หลังจากที่ได้รับความเสียหายในการต่อสู้กับเทิร์นเอกันดั้มซึ่งบรูโนกับยาคอบได้สละเครื่องหนีไป มิลิชาก็ได้เก็บก็อซโซมาใช้งานและดัดแปลงเป็น NRS-P701R ก็อดวินด้วยชิ้นส่วนที่มีอยู่ เรลกันนั้นถูกเปลี่ยนเป็นปืนต่อต้านอากาศยาน แขนสองข้างนั้นใช้แขนของบอร์จานอนมาติดไว้แทน ส่วนโล่หนามถูกถอดออก แต่ก็มีขวานความร้อนไว้ต่อสู้ในระยะประชิด ส่วนเท้าของก็อดวินยังกว้างขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะใช้ชิ้นส่วนที่มีคุณภาพต่ำลงแต่ก็ใช้งานบนโลกได้ดีขึ้นมาก

nrs-p701r.jpg

NRS-P701R Godwin

First appearance ∀ Gundam
Designer Kunio Okawara
Head height 16 m
Armaments

  • vulcan gun
  • heat hawk
  • cannon

spa-51.jpg

SPA-51 Cannon Illefuto

First appearance ∀ Gundam
Designer Junya Ishigaki
Armaments

  • vulcan gun
  • gatling gun
  • shield

MSจากสมัยประวัติศาสตร์มืดที่วิล เกมที่สามค้นพบพร้อมกับยานอวกาศที่คิงส์เล แคนน่อนอิลฟุตมีอาวุธเป็นปืนกลแก็ตลิ่งห้าลำกล้องติดแบ็คแพ็คกับปืนวัลแคนติดหัวหนึ่งกระบอก มีโล่ขนาดกลางไว้ป้องกันตัว แคนน่อนอิลฟุตนั้นสูงไม่ถึง 15เมตรและนับว่ามีพลังในการต่อสู้ที่ไม่สูงนัก ซึ่งในตอนที่วิล เกมค้นพบนั้นก็ยังใช้งานไม่ได้จนกระทั่งได้เข้าร่วมกับไดอานาเคาเตอร์ตามที่เทเทธ ฮาเลซึ่งเป็นสายลับของชาวจันทราเกลี้ยกล่อม ซึ่งไดอานาเคาเตอร์ก็ได้ปรับแต่งแคนน่อนอิลฟุตจนใช้งานได้ แต่ในการต่อสู้จริงนั้นวิล เกมที่ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้ด้วย MSมาก่อนก็แตกแถวเข้าโจมตีกองกำลังของมิลิชาด้วยตัวคนเดียวและเสียชีวิต


mrc-f31.jpg

MRC-F31 Muttowooo

First appearance ∀ Gundam
Designer Takumi Sakura
Head height 30 m
Armaments

  • vulcan gun
  • heat saber/beam rifle
  • mega particle cannon

MSแบบแปลงร่างได้ที่ไดอานาเคาเตอร์ขุดพบจากลอสต์เมาเทนพร้อมกับหัวรบนิวเคลียร์ ชื่อมุทโตวูและรหัส MRC-F31นั้นมาจากที่ฟิล แอ็กแมนตั้งให้ ส่วนชื่อเดิมนั้นปรากฏเพียงรหัส J-2126 ในยุคประวัติศาสตร์มืดนั้นมุทโตวูเป็น MS ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานในบรรยากาศของดาวพฤหัสจึงมีกำลังขับเคลื่อนสูงและมีระบบที่ใช้ Iฟิลด์ดึงแก๊สของดาวพฤหัสมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ ชาวจันทรานั้นยังไม่สามารถฟื้นสภาพระบบขับเคลื่อนของมุทโตวูได้สมบูรณ์แต่ก็สามารถบินบนโลกได้ มีอาวุธเป็นดาบความร้อนสองเล่มที่มีบีมไรเฟิลเก็บไว้ในตัวด้วยกับมีปืนอนุภาคติดที่เกราะเอว


g-m1f.jpg

G-M1F Bandit

First appearance ∀ Gundam
Designer Syd Mead
Special feature Oozie armor
Armaments

  • beam saber
  • squeeze arm
  • chest missile
  • back missile pod

MSจากสมัยประวัติศาสตร์มืดซึ่งกองกำลังของกิงกานัมขุดขึ้นมาจากเมาเทนไซเคิลบนดวงจันทร์ แบนดิตนั้นเดิมมีรหัสว่า XM-0754 และในสมัยประวัติศาสตร์มืดก็เป็น MSตำรวจจึงได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับจับกุม MSของคนร้ายได้โดยไม่ต้องทำลาย บีมเซเบอร์ของแบนดิตเป็นแบบใช้พลังงานในตัวและเปิดปิดด้วยสวิตช์ ที่ตัวของแบนดิตมีอาวุธเพียงมิสไซล์ที่หน้าอกเท่านั้น อาวุธส่วนใหญ่นั้นจะติดไว้กับแผงด้านหลังซึ่งในยุคของกิงกานัมนั้นก็มีมิสไซล์พ็อดกับเครื่องยิงอาวุธแบบกรงเล็บติดสายเคเบิล ลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งของแบนดิตก็คือเกราะแบบยืดหยุ่นได้ที่เรียกว่าอูซซีอาเมอร์ซึ่งเมื่อเกราะได้รับความเสียหายส่วนโครงก็จะฉีดนาโนมาชีนออกมาซ่อมแซมได้ทันทีทำให้มีความทนทานสูงมาก แบนดิตนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็น MSแบบไร้คนบังคับด้วยระบบโมบิลวอริเออร์ แต่ก็มีเครื่องหนึ่งที่เป็น MSประจำตัวของแมรีเบล แก็ดเจ็ต คนสนิทของกิงกานัม


g-838.jpg

G-838 Mahiroo

First appearance ∀ Gundam
Designer Mahiro Maeda
Armaments

  • arm cutter
  • hand gun
  • Toroidal shield (mega particle gun)

MSซึ่งเป็นกำลังหลักของกองกำลังกิงกานัม โครงสร้างของมาฮิโรนั้นออกจะเรียบง่ายและสามารถปลดชิ้นส่วนที่เสียหายทิ้งระหว่างการต่อสู้ได้ จุดเด่นก็คือโล่ขนาดใหญ่ที่ไหล่ขวาซึ่งติดปืนอนุภาคที่รุนแรงเอาไว้ ในระยะประชิดนั้นมีคัตเตอร์ติดไว้ที่แขนทั้งสองข้างและสามารถใช้ปืนพกขนาดเล็กเป็นอาวุธมือถือได้ ส่วนหัวของมาฮิโรนั้นเป็นระบบเซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพ มาฮิโรยังมีกำลังขับเคลื่อนสูงจนสามารถบินบนโลกได้ และค็อกพิตก็มีลักษณะเด่นคือสามารถปรับระบบการบังคับจากแบบปกติไปเป็นโมบิลเทรซได้ ซึ่งทีมมาฮิโรนำโดยสเวทสัน สเทโรนั้นได้ซ้อมรบด้วยซิมูเลเตอร์มาอย่างโชกโชนและได้วางแผนฟอร์เมชันต่างๆเอาไว้ตามสถานการณ์โดยที่อาศัยจุดเด่นจากสมรรถนะของมาฮิโรเป็นจุดเด่น แต่เมื่อนำมาใช้ในการรบจริงและถูกคู่ต่อสู้เข้าประชิดจนเสียขบวนแล้วก็รับมือไม่ถูกและไม่สามารถแสดงฝีมือได้เต็มที่

เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License