ไซบัสเตอร์

Cybuster

First appearance 2nd Super Robot Wars
Designer Junichi Moriya
Overall height 24.48 m
Empty weight 38.4 t Full weight 74.2 t
Armor Orichaconium alloy
Special feature Laplace computer, spirit dependency link, imitation ritual converter
Armaments

  • discutter
  • vanity ripper
  • caloric missile
  • high familiar

Special attacks

  • Cyflash
  • Akashic Buster
  • Cosmo Nova
  • Tekizangeki Engetsu
  • Ranbu no Tashi
  • Akashic Nova

หนึ่งในสี่มาโซกิทั้งสิบหกซึ่งวิทยาลัยหลวงของราชอาณาจักรแลงกรันพัฒนาเพื่อเตรียมรับมือเทพมารตามคำทำนาย ไซบัสเตอร์นั้นเป็นหนึ่งในมาโซคิชินซึ่งใช้วิญญาณชั้นสูงสุดของแต่ละธาตุเป็นวิญญาณคุ้มครองและมีสำนึกของตนเอง ผู้ที่จะบังคับมาโซคิชินแต่ละเครื่องได้นั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากวิญญาณคุ่มครองของมาโซคิชินก่อน วิญญาณคุ้มครองของไซบัสเตอร์ก็คือจิตวิญญาณแห่งลม ไซฟิส และมีเวนดี ลาสซึม อิกนาร์ทเป็นผู้ออกแบบ ไซบัสเตอร์นั้นเป็นมาโซคิชินที่สร้างเสร็จเครื่องสุดท้ายและก็ถูกซาฟิเน เซโอลา โวลคลูสยึดไปก่อนที่จะหานักบินได้ แต่ไซฟิสก็ได้เลือกมาซากิ อันโดซึ่งพยายามชิงไซบัสเตอร์คืนจากซาฟิเนเป็นนักบิน เนื่องจากนักบินของมาโซคิชินนั้นได้รับการยอมรับจากวิญญาณพิทักษ์แล้วจึงเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ปกป้องลากิอัสและโลกเบื้องบนจากอันตราย นักบินของมาโซคิชินจึงมีอิสระที่สุดในอาณาจักรแลงกรันและหากเห็นว่ากษัตริย์ของแลงกรันเป็นภัยต่อลากิอัสก็อาจขัดขืนได้โดยไม่มีความผิด

ไซบัสเตอร์นั้นมีปีกขนาดใหญ่ด้านหลังหกข้างซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยอีเธอร์ทำให้สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูงอันเป็นลักษณะเด่นของมาโซกิธาตุลมส่วนใหญ่ และสามารถแปลงร่างเป็นยานไซเบิร์ดเพื่อเร่งความเร็วได้ วัสดุเกราะเป็นโลหะผสมโอริฮาโกเนียมซึ่งมีความทนทานสูง เท้าของไซบัสเตอร์เป็นกรงเล็บที่เท้าซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถขยับได้มากเพื่อให้ยืนบนพื้นผิวได้ทุกรูปแบบและจริงๆแล้วก็คล่องแคล่วพอๆกับมือจึงสามารถใช้หยิบจับสิ่งของหรือแม้แต่ใต้ต่อสู้ได้ ที่หน้าอกมีช่องยิงคาลอริคมิสไซล์ คมดาบดิสคัตเตอร์ซึ่งเป็นอาวุธนั้นสลักอักขระเวทมนตร์ไว้อย่างละเอียดมากและเมื่อใช้ท่าไม้ตาย อาคาชิกบัสเตอร์ ก็จะใช้ดิสคัตเตอร์สร้างวงเวทยิงพลังเวทมนตร์ออกไปในรูปแบบของนกไฟ ซึ่งนอกจากจะใช้ส่งออกไปโจมตีโดยตรงแล้วยังสามารถใช้รวมกับร่างไซเบิร์ดพุ่งชนศัตรูได้ ในภายหลังยังได้ดาบ วานิตีริปเปอร์ ซึ่งเป็นดาบใหญ่ที่ใช้คู่กับดิสคัตเตอร์เป็นดาบสองมือและประกอบกันเป็นเล่มเดียวได้ ดาบทั้งสองนั้นสามารถเพิ่มพลังทำลายด้วยพรานาหรือแม้แต่ฟันออกไปโจมตีจากระยะห่างก็ได้ และในภายหลังมาซากิยังได้ฝึกพิเศษเป็นท่าไม้ตาย รันบุโนะทาชิ

ต่อมามาซากิได้รับฟามิเลียร์ สัตว์รับใช้ที่สร้างจากจิตใต้สำนึกของมาซากิเองเป็น แมวดำคุโร่ กับ แมวขาวชิโร่ ซึ่งทั้งคู่จะช่วยสนับสนุนการควบคุมไซบัสเตอร์โดยเฉพาะเรื่องเล็กๆน้อยๆซึ่งมาซากิไม่เคยสนใจอย่างระบบซ่อมแซมตัวเอง คุโร่และชิโร่ยังสามารถแปลงสภาพเป็นอาวุธ ไฮฟามิเลียร์ ซึ่งไซบัสเตอร์จะส่งออกไปยิงโจมตีศัตรูจากระยะไกล ส่วนปีกของไฮฟามิเลียร์นั้นเป็นคัตเตอร์และใช้เฉือนศัตรูได้ เนื่องจากว่าจริงๆแล้วคุโร่กับชิโร่เป็นร่างจิต ฉะนั้นแม้ว่าไฮฟามิเลียร์จะโดนทำลายขณะที่ส่งออกไปก็ไม่เป็นอันตราย ไซบัสเตอร์ยังสามารถปล่อยพลังงานแคลอริคออกไปในรัศมีสิบกิโลเมตรเป็นท่าไม้ตาย ไซแฟลช ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษไม่ให้สร้างความเสียหายต่อพวกเดียวกัน ซึ่งเป็นการระเบิดพลังงานออกไปในบริเวณกว้างโดยไม่ทำร้ายพวกเดียวกัน อาวุธที่รุนแรงที่สุดที่เวนดีได้ติดตั้งไว้กับไซบัสเตอร์ก็คือ คอสโมโนวา ซึ่งส่งพลังงานออกไปให้ระเบิดจากภายในตัวศัตรู

ไซบัสเตอร์นั้นเป็นมาโซคิชินเพียงเครื่องเดียวที่สามารถในการเดินทางข้ามมิติจากโลกลากิอัสมาสู่โลกเบื้องบนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในครั้งแรกที่มาซากิได้ทดลองดูนั้นถูกพบเห็นและเข้าใจผิดว่าเป็นหุ่นยนต์ของแอโรเกเตอร์จึงได้รหัส AGX-05 ซึ่งเวลาในการปฏิบัติการและระบบยังชีพของไซบัสเตอร์นั้นสามารถบินรอบโลกได้นับสิบรอบโดยไม่หยุดพัก หลังจากที่อาณาจักรแลงกรันได้รับความเสียหายจากการโจมตีของชู ชิราคาวะ มาซากิและไซบัสเตอร์ได้ตามล่าชูขึ้นมายังโลกเบื้องบนและได้เข้าร่วมกับยานฮางาเนะในสงคราม DC และยังได้กลับจากลากิอัสเพื่อร่วมต่อสู้กับหน่วยโคริวตลอดมา ไซบัสเตอร์ยังสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้อีกเมื่อไซฟิสผนึกวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกับไซบัสเตอร์ ซึ่งในครั้งแรกนั้นไซบัสเตอร์ได้ใช้ความสามารถนี้ต่อสู้กับแกรนซอน แต่หลังจากนั้นมาซากิที่ใช้พลานาไปเกินตัวก็เกือบตายแต่เวนดีได้จูบถ่ายทอดพรานาให้เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นและรอดมาได้ หลังจากนั้นเมื่อมาซากิสามารถให้ไซฟิสผนึกวิญญาณได้ตามความต้องการไซบัสเตอร์ก็จะแปลงสภาพไปโดยมีเกราะแอสทรัลอาเมอร์เพิ่มขึ้นมาตามตัว พลังในการต่อสุ้ของไซบัสเตอร์จะสูงขึ้นอย่างมากและสามารถใช้ท่าไม้ตาย อาคาชิกโนวา ซึ่งคอมพิวเตอร์ลาปลาซของไซบัสเตอร์จะทำงานเต็มกำลังเป็นลาปลาซดีมอนโหมดและรวมอาคาชิกบัสเตอร์กับคอสโมโนวาเข้าด้วยกัน

รูปแบบของไซบัสเตอร์นั้นจริงๆแล้วเวนดีออกแบบตามมาโซคิชินโบราณ เซลวอยด์ โดยไม่รู้ตัวจากความทรงจำซึ่งทูดีที่เป็นบุคลิกแฝงของเวนดีเคยเห็นดีไซน์ของเซลวอยด์จากหอสมุดลับแห่งวิทยาลัยหลวง ไซบัสเตอร์นั้นเสียพลังของไซฟิสไปหลังการต่อสู้กับเผ่ายักษ์ในลากิอัส เมื่อกลับมาช่วยหน่วยโคริวต่อสู้บนโลกเบื้องบนอีกครั้งจึงได้ติดตั้งอิมมิเทชันริชวลคอนเวอเตอร์ซึ่งจำลองมาจากริชวลคอนเวอเตอร์ของเรย์เบลดเป็นแหล่งพลังงานแทน

cybuster.jpg

Classic version

agx-05.jpg

Original Generation version

cybuster-ti.jpg

The Inspector version

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License