
Daibouken
First appearance Gogo Sentai Boukenger
Overall height 47 m
Weight 3000 t
Power output 12000000 hp
Armaments
- 'Gogoken' sword (Go scooper, Go picker)
- 'Zubaan' holy sword
Special attack
- Adventure Drive
หุ่นยนต์ของทีมโบเคนเจอร์ ทีมพิเศษในสังกัดของสถาบัน SGS (Search Guard Successor) ซึ่งมีหน้าที่ขุดค้นและปกป้องดูแลสมบัติล้ำค่าอันทรงอำนาจจากสมัยโบราณที่เรียกรวมๆกันว่า พรีเซียส ไม่ให้ตกไปอยู่ในการครอบครองของเหล่าองค์กรชั่วร้ายที่เรียกรวมกันว่า เนกาทีฟซินดิเคท ไดโบเคนนั้นใช้การประกอบจากพาหนะทำงานขนาดใหญ่ของโบเคนเจอร์ โกโกวิเคิล หมายเลข 1 ถึง 5 โดยใช้โกโกดัมป์เป็นส่วนประกอบหลัก โกโกฟอร์มูลาเป็นช่วงอก โกโกไจโรเป็นแบ็คแพ็คกับเกราะหมวก และโกโกโดเซอร์กับโกโกมารีนเป็นแขนแต่ละข้าง เมื่อประกอบเป็นไดโบเคนนั้นเครื่องยนต์พาราเลลเอนจินของโกโกวิเคิลทั้งห้าจะทำงานประสานกันทำให้มีกำลังมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากเดิมทีนั้นตั้งใจให้ไดโบเคนทำหน้าที่ขุดค้นโบราณสถานจึงมีอุปกรณ์เป็นพลั่ว โกสค็อปเปอร์ กับฆ้อนเจาะ โกปิคเกอร์ แต่อุปกรณ์ทั้งสองก็สามารถใช้ต่อสู้ได้ โดยนอกจากใช้ฟาดโจมตีแล้ว โกสค็อปเปอร์ยังสามารถตักดินงัดให้ศัตรูเสียหลัก และโกปิคเกอร์ก็สามารถฟาดส่งคลื่นกระแทกไปตามพื้นได้ด้วย โกสค็อปเปอร์กับโกปิคเกอร์ยังสามารถประกอบกันเป็นดาบ โกโกเค็น ได้ ซึ่งเมื่อประจุพลังงานเข้าไปก็จะใช้ฟันเป็นเพลงดาบไม้ตาย แอดเวนเจอร์ไดรฟ์ ที่หน้าอกของไดโบเคนยังมีช่องที่ทำให้สามารถใช้พลังจากพรีเซียสได้ โกโกวิเคิลทั้งห้ายังสามารถประกอบกันเป็นรถบรรทุก โกโกเทรลเลอร์ ได้ด้วย
ไดโบเคนยังสามารถถอดและเปลี่ยนส่วนแขนจากโกโกโดเซอร์กับโกโกมารีนไปเป็นโกโกวิเคิลที่พัฒนาต่อมาในภายหลังได้ โดยแขนที่ถอดออกไปนั้นจะย้ายไปประกอบกับที่ขาเพื่อคงการเชื่อมโยงของพาราเลลเอนจินไว้ และพาราเลลเอนจินของโกโกวิเคิลที่สร้างเพิ่มนั้นก็มีกำลังมากกว่าของโกโกโดเซอร์และโกโกมารีน แต่เนื่องจากว่าชุดแอคเซลสูทของโบเคนเจอร์นั้นรับพลังงานจากพาราเลลเอนจินด้วยเช่นกันและการใช้งานตามปกติก็ทำให้ต้องฝึกฝนร่างกายมาเป็นพิเศษอยู่แล้ว การใช้งานโกโกวิเคิลเพิ่มจึงทำให้ร่างกายของโบเคนเจอร์ต้องรับภาระหนักขึ้นไปด้วย ส่วนแขนขวานั้นปกติแล้วจะเปลี่ยนเป็นรถสว่าน โกโกดริล ส่วนแขนซ้ายนั้นจะใช้รถตัก โกโกโชเวล ซึ่งส่วนมือตักนี้มีความทนทานสูงทำให้โจมตีได้รุนแรงและก็ป้องกันตัวได้ดี รถผสมปูน โกโกมิกเซอร์ ซึ่งใช้ฉีดคอนกรีตแห้งเร็วออกไปหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู และโกโกเครน ซึ่งยิงตะขอติดสายเคเบิลออกไปโจมตีเป้าหมายจากระยะห่าง ไดโบเคนนั้นสามารถเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างพร้อมกันได้โดยในกรณีนี้ก็เคยใช้โกโกโชเวลเป็นแขนขวาด้วยเช่นกัน และเมื่อปิดลิมิเตอร์ของพาราเลลเอนจินก็จะสามารถใช้โกโกวิเคิลทั้งเก้าประกอบกันเป็น ซูเปอร์ไดโบเคน ได้ โดยเปลี่ยนแขนเป็นโกโกดริลกับโกโกโชเวล ส่วนโกโกมิกเซอร์กับโกโกเครนจะประกอบเป็นเท้า โดยตะขอของโกโกเครนจะประกอบเป็นหมวกติดเขาของซูเปอร์ไดโบเคนให้ใช้โขกศัตรูได้ การทำงานประสานกันของพาราเลลเอนจินทั้งเก้านั้นทำให้มีกำลังเป็นสองเท่าของไดโบเคน และเท้าติดล้อของโกโกมิกเซอร์กับโกโกเครนก็สามารถแล่นไดเร็วมากด้วยเช่นกัน โกโกมิกเซอร์ที่เป็นเท้าขวายังสามารถฉีดคอนกรีตออกไปหยุดการเคลื่อนไหวของเป้าหมายได้เช่นเดิม ท่าไม้ตาย ดับเบิลอาร์มครัช นั้นจะใช้ความเร็วพุ่งเข้าโจมตีด้วยแขนทั้งสองข้าง
โกโกวิเคิลหมายเลข 10 นั้นก็คือเครื่องบิน โกโกเจ็ต ซึ่งสามารถประกอบกับซูเปอร์ไดโบเคนเป็น อัลติเมทไดโบเคน ได้ ซึ่งนอกจากกำลังที่เพิ่มขึ้นแล้วยังสามารถบินได้ พัดลมของโกโกไจโรที่ย้ายมาติดที่ลำตัวนั้นสามารถปล่อยลมหมุน วาริเอเบิลไทฟูน ออกไปป้องกันตัวได้และก็มีอาวุธใหม่คือปืนอัลติเมทบีมที่ติดอยู่กับโกโกเจ็ตด้านหลัง ท่าไม้ตายของอัลติเมทไดโบเคนนั้นจะรวมพลังงานจากพาราเลลเอนจินทั้งสิบยิงออกไปเป็นนกเพลิงจากแผงบลาสต์มิเรอร์ที่หน้าอก อัลติเมทบลาสเตอร์ โกโกเจ็ตยังสามารถแปลงสภาพให้ไดโบเคนถือเป็นบัสเตอร์โหมดสำหรับยิงอาวุธโดยตรงได้ แต่ไม่เคยใช้งานจริง นอกจากนั้นยังสามารถประกอบกับโกโกวิเคิลหมายเลข 6 ถึง 9 เองเป็น ไดทังเคน ได้ ไดทังเคนนั้นไม่มีค็อกพิตรวมและสามารถให้โบเคนเจอร์คนเดียวบังคับได้เต็มที่ มีท่าไม้ตายคือแยกส่วนหัวออกไปเป็นยานขนาดเล็กพุ่งทะลวงศัตรู บิ๊กเรดบอมเบอร์ กับท่ายิงลำแสงออกไปจากแขนและขาทั้งสี่ข้าง โบเคนแฟลช
หลังจากที่เจอกับกอร์ดอมเอนจิน ซึ่งนักบวชกาจาแห่งอารยธรรมกอร์ดอม หนึ่งในเนกาทีฟซินดิเคท พัฒนาตามที่เคยเห็นดีไซน์ต้นแบบของพาราเลลเอนจิน โดยกอร์ดอมเอนจินนั้นยังรบกวนการทำงานของพาราเลลเอนจินทำให้โบเคนเจอร์ไม่สามารถต่อสู้ได้ จนกระทั่งสถาบัน SGS ได้เปลี่ยนพาราเลลเอนจินของโกโกวิเคิลเดิมเป็นนีโอพาราเลลเอนจินตามโกโกวิเคิลหมายเลข 11 ถึง 13 จึงไม่มีปัญหานี้อีก และไดโบเคนก็สามารถเปลี่ยนแขนเป็นโกโกเอดเดอร์กับโกโกโปลิศ ซึ่งเป็นโกโกวิเคิลหมายเลข 12 และ 13 ได้ด้วยเช่นกัน ในเวลาต่อมา พวกโบเคนเจอร์ยังได้พบกับ ซูบาน ดาบทองคำซึ่งเป็นพรีเซียสของเลมูเรียที่สามารถแปลงเป็นนักรบแบบมนุษย์ได้ ซูบานนั้นเห็นอาคาชิ ซาโตรุ (โบเคนเรด) เป็นนายจากที่อาคาชิทำให้ซูบานตื่นจากสภาพดาบโดยบังเอิญและก็กลายเป็นสมาชิกผู้ช่วยเหลือของโบเคนเจอร์ไป รูปแบบการต่อสู้ของซูบานนั้นจะเน้นที่ท่าเตะจากที่ขาทั้งสองเป็นคมดาบ ซูบานยังสามารถแปลงร่างกลับเป็นดาบตามเดิมให้โบเคนเจอร์ใช้ได้ ซึ่งซูบานจะรับพลังงานจากความรู้สึกด้านบวกของมนุษย์จึงมีพลังเพิ่มขึ้นตามจิตใจอันสงบและกล้าหาญของคนที่ใช้ แต่ขณะเดียวกันนั้นหากว่าผู้ที่ใช้ซูบานมีอารมณ์โกรธก็จะทำให้ซูบานอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน ซูบานยังสามารถขยายร่างใหญ่ขึ้นให้ไดโบเคนใช้งานได้ด้วยเช่นกัน


