ลิออน
dcam-004.jpg

DCAM-004 Lion

First appearance Super Robot Wars: Original Generation
Designer Seiji Ono
Overall height 20.1 m
Weight 32.9 t
Special feature Tesla drive
Armaments

  • machine cannon
  • homing missile
  • railgun

AMรุ่นแรกที่ได้รับการผลิตจำนวนมากและเป็นกำลังหลัก DC ในช่วงที่ทำสงครามกับสหพันธ์โลก ซึ่งฟิลิโอ เพรสตีที่เป็นหัวหน้าโครงการนั้นได้พัฒนาจากเครื่องบินขับไล่ F-32 ชเวอร์ทของบริษัทอุตสาหกรรมอิซุรุกิ ชื่อลิออนนั้นมาจากรูปร่างของลิออนนั้นมาจากระบบปฏิบัติการ LIEON (Learning-automation Integrated EO-technology and coNventional maneuvering) ซึ่งออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเทสลาไดรฟ์แต่แรกและเมื่อเทียบกับ TC-OSของ PTแล้วก็นับว่าบังคับได้ง่ายกว่ามาก นักบินเครื่องบินขับไล่จึงสามารถขึ้นเรียนรู้การบังคับลิออนได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างของลิออนที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องบินติดแขนขานั้นเรียบง่ายและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ต่ำ อาวุธมาตรฐานของลิออนนั้นประกอบด้วยปืนอัตโนมัติที่ลำตัว และเรลกันกับมิสไซล์นำวิถีติดแขนแต่ละข้าง ในช่วงสงคราม DCซึ่งสหพันธ์โลกมีเกชเพนสท์มาร์คทูว์ประจำการอยู่ไมามากนักจากที่สายการผลิตของบริษัทเหมาอินดัสทรีเกิดปัญหาขึ้นมา ลิออนจึงได้เปรียบทั้งด้านกำลังรบ ความสามารถในการบิน และการโจมตีระยะไกลที่เหนือกว่า

ลิออนเครื่องแรกที่ใช้ในการต่อสู้ก็คือ DCAM-004T ซึ่งเป็นรุ่นทดสอบที่เทนซัน นาคาจิมะใช้ต่อสู้กับกองกำลังของสหพันธ์โลกก่อนสงครามโดยพลการ ระหว่างสงคราม DCนั้นก็ได้มีรุุ่นปรับปรุงทั่วไปคือ DCAM-004F ซึ่งเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของเรียวโตะ ฮิคาวะที่หลังจากถูกจับเป็นเชลยในการต่อสู้กับยานฮางาเนะก็ได้หันมาช่วยสหพันธ์ต่อสู้แทน กับ DCAM-004V ซึ่งเพิ่มความคล่องตัวให้ต่อสู้ในระยะประชิดตัวได้ดีขึ้นและมีมีดแอสซอล์ทเบลดเป็นอาวุธเสริม โครงสร้างที่เรียบง่ายของลิออนยังทำให้ปรับแต่งได้มาก โดยกองกำลังของสหภาพโคโลนีนั้นจะใช้งาน DCAM-004C คอสโมลิออน ที่เหมาะกับการใช้งานในอวกาศมากขึ้น โดยเปลี่ยนท่อขับดันสำหรับใช้บนโลกเป็นบูสเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังซึ่งมีมิสไซล์คอนเทนเนอร์ติดไว้ด้วย คอสโมลิออนนั้นยังคงใช้งานบนโลกได้โดยบินด้วยเทสลาไดรฟ์แต่จะใช้งานยากกว่าลิออนมาก ในบรรดาคอสโมลิออนนั้นก็มีรุ่นปรับปรุงเป็นแบบ F และแบบ V เหมือนลิออน โดยแบบ Vนั้นเป็นเครื่องของหน่วยนักบินหญิง ทรอยเอ ซึ่งเครื่องของยูเรีย ไฮน์เคลที่เป็นหัวหน้าหน่วยนั้นจะมีเขาเสาอากาศอยู่ที่หัวด้วย และยังมีเครื่องสีดำแดง คอสโมลิออนทรอมเบ ของเอลซัม ฟอน บรันชไตน์

นอกจากนั้นก็มี DCAM-004L แลนด์ลิออน สำหรับใช้ในการรบภาคพื้นดินโดยเปลี่ยนส่วนขาเป็นตีนตะขาบที่เรียกว่า สติคมูฟเวอร์ สี่ข้าง ซึ่งแม้จะรวดเร็วมากแต่ก็ยังด้อยกว่าลิออนแบบมาตรฐาน แลนด์ลิออนนั้นปกติแล้วจึงมักใช้ในภารกิจป้องกันพื้นที่และใช้เรลกันที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมากเพื่อเพิ่มพลังในการต่อสู้ระยะไกล มิสไซล์นำวิถีนั้นย้ายไปติดไว้ด้านหลัง ทั้งยังมีเกราะที่ค่อนข้างหนา แลนด์ลิออนนั้นยังคงสามารถใช้เทสลาไดรฟ์ลอยตัวได้แต่สมรรถนะก็ต่ำมากจนไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้เลย และ DCAM-004S ซีลิออนสำหรับใช้ต่อสู้ใต้น้ำโดยใช้ระบบขับเคลื่อนที่ตรวจจับได้ยากจึงเหมาะสำหรับภารกิจสอดแนมและสามารถใช้เทสลาไดรฟ์กับบูสเตอร์เพื่อบินขึ้นเหนือน้ำเป็นเวลาสั้นๆได้ แต่มีอาวุธแค่มัลติเจ็ตมิสไซล์ติดด้านหลังเท่านั้นจึงมีพลังในการต่อสู้ที่ต่ำกว่ารุ่นอื่นๆมาก

ในช่วงสงคราม L5 สหพันธ์โลกก็ได้ใช้ AMเป็นกำลังหลักแทนเกชเพนสท์มาร์คทูว์โดยเปลี่ยนรหัสของลิออนเป็น RAM-004 เรียวโตะยังได้ออกแบบ XRAM-004FA ฟุลอาเมอร์ลิออน หรือ อาเมอรลิออน ซึ่งเป็นลิออนแบบ Fที่ติดเกราะเสริมเข้าไปตามแบบของอัลท์ไอเซนโดยใช้อะไหล่ของ PT และ AMผสมกัน ที่แขนทั้งสองข้างติดตั้งดาบรอชเซเบอร์ซึ่งสามารถยิงเป็นบีมกันได้ ส่วนหัวติดเขาความร้อนที่มีขนาดใหญ่กว่าของอัลท์ไอเซนและที่ไหล่ก็มีสแควร์คลัสเตอร์ซึ่งเป็นมิสไซล์ลันเชอร์คล้ายกับสแควร์เคลย์มอร์ของอัลท์ไอเซ่น ไม้ตายของอาเมอร์ลิอ้อนก็คือท่าเตะโซนิคบูสต์ซึ่งดัดแปลงมาจากโซนิคเบรคเกอร์ของกาลิออน เทสลาไดรฟ์ของลิออนนั้นมีกำลังที่สามารถเปิดเบรคฟิลด์ได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากโครงสร้างที่เปราะบางจึงไม่สามารถใช้งานได้ เกราะของอาเมอร์ลิออนจึงมีไว้ใช้เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างให้ใช้เบรคฟิลด์ได้ด้วย ในช่วงที่สร้างอาเมอร์ลิออนใช้งานจึงไม่สามารถติดอาวุธเสริมได้อีก แต่ในช่วงสงครามผนึกก็ได้แก้ไขเรื่องนี้พร้อมกับเปลี่ยนสนามพลังบีมโคตเป็น Gวอลล์

xram-004fa.jpg

XRAM-004FA Armorlion

First appearance Super Robot Wars: Original Generations
Designer Seiji Ono
Overall height 21.9 m
Weight 45.8 t
Special feature Tesla drive, beam coating, G-Wall
Armaments

  • roche saber/split beam
  • hard heat horn
  • square cluster

Special attack

  • Sonic Boost Kick
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License