บราสตา
dmb-00.jpg

DMB-00 Brasta

First appearance 2nd Super Robot Wars Z
Designer Seiji Ono
Overall height 18.3 m
Weight 62.6 t
Special feature Sphere "Swaying Scale"
Armaments

  • stun rod
  • 'EAGLE' electromagnetic gun launcher
  • bunker break shield
  • SPIGOT

DMบัสเตอร์ หุ่นรบรุ่นทดลองที่สคอทแล็บพัฒนาให้กองกำลังป้องกันตัวเองที่ 13 ของสถาบันแอ็กซิออนเพื่อใช้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจากต่างมิติ (Dimension Beast) บราสตามีรหัสว่า นัมเบอร์ 0 บราสตามีสมรรถนะที่สูงมากและสามารถปฏิบัติการได้ทั้งในภารกิจแบบสอดแนมหรือเข้าต่อสู้เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจากต่างมิติได้มากที่สุด บราสตานั้นใช้พลังงานจากระบบ VXแทนพลาสมาแบตเตอรีแบบหุ่นยนต์อื่นๆของแอ็กซิออน อาวุธหลักของบราสตาก็คือปืน อีเกิล ซึ่งเป็นปืนแบบลิเนียร์กันที่สามารถปรับโหมดการยิงได้ตามตลับกระสุนที่ใช้ ซึ่งปกติแล้วอีเกิลจะเป็นเหมือนไรเฟิลจู่โจม แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นปืนยิงตาข่าย เกรเน็ดลันเชอร์ สไนเปอร์ไรเฟิล หรือแม้แต่ต่อสู้ในระยะประชิดด้วย เบย์โอเน็ตสไปเกอร์ ซึ่งเป็นเหมือนบีมซอร์ด ที่เอวของบราสตานั้นมีสตันร็อดสำหรับใช้ยิงหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู แขนซ้ายของบราสตาติดตั้งโล่ บังเกอร์เบรค ไว้ โล่นี้จะแผ่สนามพลังออกมาจึงสามารถใช้เป็นเหมือนดาบต่อสู้ในระยะประชิดได้ และมีกลไกให้แม้แต่ยิงส่วนปลายออกไปจากระยะห่างแล้วดึงกลับด้วยสายเคเบิล นักบินทดสอบของบราสตาก็คือโครว์ บรูสต์ ซึ่งรับงานนี้เป็นการชำระหนี้สินที่พ่อตัวเองทิ้งไว้เป็นมรดกถึงหนึ่งล้านเหรียญ ในความเป็นจริงนั้น ระบบ VXก็คือที่สถิตของ ตาชั่งที่แกว่งไกว หนึ่งในสเฟียร์ทั้ง 12 ซึ่งจะเลือกมนุษย์เป็นผู้ถือครองและเข้าร่วมในสงครามศักสิทธิ์โดยมอบพลังในการใช้ ออริจินลอว์ ที่สามารถบงการมิติได้ ซึ่งหลังจากที่โครว์ชำระหนี้เดิมของตนหมดแล้ว ไทรอา สคอทก็ได้พัฒนา วงแหวนสปิกอท ซึ่งเป็นอาวุธควบคุมจากระยะไกลของบราสตาที่เชื่อมโยงกับระบบ VX และดึงพลังของสเฟียร์ออกมาได้มากขึ้น สปิกอทนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งเป็นอาวุธยิงหรือเชือดศัตรูเหมือนกงจักร และสามารถรวมศูนย์บีมของบราสตาให้แคบลงเพื่อเพิ่มพลังทำลายหรือประกอบกับเบย์โอเน็ตสไปเกอร์และเพิ่มกำลังเป็นบีมซอร์ดขนาดใหญ่ก็ได้ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสปิกอทนั้นทำให้โครว์เป็นหนี้ก้อนใหม่ทั้งหมดสองล้านเหรียญ ซึ่งเป็นผลกระทบของตาชั่งที่แกว่งไกวที่ทำให้โครว์มีเจตจำนงค์อันมุ่งมั่นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนโดยแลกกับที่เป็นคนดวงซวยและในบางครั้งก็จะจดจ่ออยู่เพียงเรื่องเดียวโดยไม่สนใจสิ่งอื่นเลย

ในเวลาต่อมานั้นสคอทแล็บก็ได้สร้าง DMB-01 บราสตา Es ซึ่งเป็นบราสตารุ่นผลิตจำนวนมากขเครื่องต้นแบบและให้เอสเธอร์ เอลฮาสเอาไปใช้งาน บราสตา Esนั้นใช้โครงสร้างแบบเดียวกับบราสตา แต่ใช้พลาสมาแบตเตอรีเป็นแหล่งพลังงานเหมือนแอ็กซิออนจึงมีกำลังที่ด้อยกว่าและระบบอาวุธก็ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายกว่าเดิมจึงไม่มีสตันร็อด โล่บังเกอร์ไม่มีระบบยิง และใช้ปืน ฟอลคอน ซึ่งเป็นปืนแบบสองลำกล้องของปืนกลกับเกรเน็ดที่สามารถพับเป็นแบบลำกล้องเดียวให้ยื่นออกเป็นไรเฟิลได้แทนอีเกิล บราสตา Esยังมีระบบ CFS (Combat Follow System) ซึ่งพัฒนาจากข้อมูลการบังคับของโครว์ ทำให้แม้เอสเธอร์จะด้อยประสบการณ์ก็สามารถต่อสู้ได้ดี ส่วนบราสตาของโครว์นั้นก็ได้รับการปรับปรุงในเวลาต่อมาเป็น ลิบราสตา ซึ่งดึงพลังของตาชั่งที่แกว่งไกวออกมามากขึ้นอีก เพื่อป้องกันไม่ให้โครว์เสียการควบคุมตนเองจากผลกระทบของตาชั่งที่แกว่งไกว ลิบราสตาจึงได้ติดตั้ง CDS (Coins Drop SYstem) โดยเมื่อใช้พลังของสเฟียร์มากขึ้นก็จะส่งเสียงเหรียญเงินหล่นให้ดังในค็อกพิต เนื่องจากโครว์นั้นสามารถแยกเสียงของเงินหล่นจากโลหะอื่นๆหรือเสียงที่บันทึกไว้ได้ CDSจึงต้องทิ้งเหรียญจริงๆและทำให้หนี้ของโครว์พอกพูนขึ้นทุกครั้งที่ CDSทำงาน ซึ่งทำให้โครว์สามารถคงสติไว้ได้แม้จะถูกตาชั่งที่แกว่งไกวครอบงำ

ลิบราสตายังสามารถใช้งานได้สองรูปแบบคือ ลิบราสตา B ซึ่งเน้นการต่อสู้ด้วยอาวุธปืนและมีลักษณะคล้ายกับบราสตา ปืนหลักของลิบราสตา Bนั้นก็คือ แรปเตอร์ ซึ่งเป็นไรเฟิลซึ่งสามารถยิงพลังงานจากต่างมิติได้ สปิกอทซึ่งได้รับการปรับปรุงแล้วนั้นปกติจะติดไว้กับแรปเตอร์ และสามารถใช้งานได้ทั้งประกอบกับแรปเตอร์เพื่อสร้างเบย์โอเน็ตสไปเกอร์ ปล่อยออกไปเพื่อใช้หักเหลำแสงของแรปเตอร์ หรือแม้แต่เป็นเหมือนประตูมิติขนาดเล็กที่ทำให้โครว์สามารถยิงโจมตีศัตรูจากมุมต่างๆกันได้ ด้านหลังติดมิสไซล์ลันเชอร์ไว้เป็นอาวุธเสริม การโจมตีที่รุนแรงที่สุด อันเบรคเอเบิลฟุลครัม นั้น จะใช้สปิกอทรวมพลังงานจากตาชั่งที่แกว่งไกวที่ใช้พลังเต็มที่แล้วยิงออกไปเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ส่วนรูปแบบที่สองก็คือ ลิบราสตา R ซึ่งเน้นการต่อสู้ระยะประชิดตัวด้วยกำลัง สปิกอทของลิบราสตา Rนั้นมีแบบขนาดใหญ่ที่แยกเป็นสองส่วนติดไว้กับไหล่สองข้างและขนาดเล็กติดข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งสปิกอทที่ข้อมือนั้นใช้ยิงลำแสง ไฮเพรชเชอร์ชูตเตอร์ สร้างประตูมิติแล้วยิงหมัดจรวด รีฟแม็กนัคเคิล และใช้สร้างดาบ VXคาลิเบอร์ ส่วนสปิกอทที่ไหล่นั้นใช้รวมกันแล้วปล่อยออกไปโจมตีศัตรูจำนวนมากเป็น VXเบลซเซอร์ หรือเพิ่มกำลังของลำแสงที่ยิงออกไป ด้านหลังของลิบราสตา Rติดตั้ง EAมอเตอร์แคนน่อน เป็นอาวุธเสริม ส่วนอันเบรคเอเบิลฟุลครัมนั้นจะใช้สปิกอทที่ไหล่รวมกัน ก่อนที่ลิบราสตา Rจะพุ่งเข้าไปแล้วใช้พลังงานจากตาชั่งที่แกว่งไกวที่ใช้พลังเต็มที่พุ่งเข้าปะทะศัตรู ลิบราสตายังได้รับารพัฒนาต่อมาเป็น ลิบราสตา T โดยใช้รูปแบบของลิบราสตา B และเสริมโครงสร้างให้สามารถต่อสู้ในระยะประชิดได้แบบ ลิบราสตา R ปืนแรปเตอร์มีอานุภาพสูงกว่าของลิบราสตา B โล่บังเกอร์นั้นก็เปลี่ยนเป็นแบบสองชั้นซึ่งชั้นนอกนั้นติดบูสเตอร์ไว้และสามารถปล่อยให้แยกออกไปบังคับจากระยะไกลแบบได้

dmb-01.jpg

DMB-01 Brasta Es

Overall height 18.3 m
Weight 69.6 t
Armaments

  • stun rod
  • 'FALCON' accelerate gun
  • bunker shield
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License