ดันไบน์
dunbine.jpg

Dunbine

First appearance Aura Battler Dunbine
Designer Kazutaka Miyatake
Overall height 6.9 m
Weight 4.4 Luft tons
Armor kamai-lug shell
Aura conversion performance 0.92
Armaments

  • sword
  • wire shot claw
  • 4-barrel aura shot

ABรุ่นต้นแบบที่พัฒนาต่อมาจาก เกโด ABรุ่นแรกที่ช็อต เวพอนพัฒนาตามความใฝ่ฝันตั้งแต่ตอนเป็นวิศวกรหุ่นยนต์บนโลกเบื้องบนในการสร้างเครื่องจักรแบบเดินสองขาแบบมนุษย์ ในตอนที่ออกแบบเกโดนั้นตั้งใจให้ใช้งานร่วมกับออราบอมบ์จึงมีเพียงดาบเป็นอาวุธระยะประชิดตัวเท่านั้น ชิ้นส่วนที่ใช้ในการสร้างเกโดทั้งเกราะเปลือก ออรามัสเซิล ไบโอคอมพิวเตอร์ ฯลฯ นั้นได้มาจากสัตว์ยักษ์ คิไมลัก ซึ่งสามารถล่าและแปรรูปได้ง่าย แต่เนื่องจากเป็น ABรุ่นแรกเกโดจึงมีสมรรถนะที่ต่ำมากทั้งอัตราการแปลงพลังออราเป็นพลังงานและระดับพลังออราที่จำเป็นต่อการใช้งานซึ่งทำให้มีชาวไบส์ตอนเวลส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานเกโดได้ เกราะที่ทำจากเปลือกของคิไมลักนั้นแม้จะเบาก็มีความทนทานที่ต่ำ เดรค ลุฟท์ซึ่งเป็นผู้หนุนการพัฒนาออรามาชีนนั้นได้ทำการผลิตและขายเกโดกับออราชิป นัมวัน เป็นจำนวนมากไปทั่วไบส์ตอนเวลเพื่อหาเงินทุน ซึ่งทำให้อาณาจักรอื่นๆเริ่มพัฒนาออรามาชีนของตนเองทำให้เกิดเป็นสงครามที่รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของไบส์ตอนเวล ในตอนที่เดรคยึดอำนาจจากราชาฟลาออน เอลฟ์ซึ่งเป็นเหนือหัวของตนนั้น ฟลาออนซึ่งคิดว่าออรามาชีนเป็นเพียงของประดับบารมีก็ยังใช้งานเกโดอยู่และทั้งหมดนั้นก็อยู่ในสภาพที่ขาดการซ่อมบำรุงจึงถูกกองกำลังของเดรคทำลายอย่างง่ายดาย

ในตอนที่พัฒนาเป็นดันไบน์นั้น ช็อตกับเพื่อนนักวิจัย เซ็ต ไลท์ ก็ได้พัฒนาตามข้อมูลที่พลังของออรามาชีนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากตามระดับพลังออราของนักบิน ดันไบน์จึงได้รับการพัฒนาให้มีอัตราการแปลงพลังออราเป็นพลังงานที่สูงมาก และนอกจากดาบแล้วที่แขนทั้งสองข้างยังมีเล็บติดสายเคเบิลซึ่งสามารถปล่อยออกไปจากระยะห่างได้ ดันไบน์ยังสามารถติดปืนออราช็อตแบบสี่ลำกล้องไว้ที่แขนทั้งสองข้างได้ ดันไบน์นั้นยังคงต้องการพลังออราในการเดินเครื่องระดับสูง ซึ่งเดรคได้บังคับให้ภูคเอเฟราริโอ ซิลกี มาว เรียกมนุษย์จากโลกเบื้องบนมายังไบส์ตอนเวลซึ่งมีพลังออราสูงกว่าชาวไบส์ตอนเวลมาเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ผู้บังคับดันไบน์สามคน คือ โช ซามะ. ท็อด กินเนส และโทคามาค ร็อบสกี ดันไบน์จึงได้รับการออกแบบให้นักบินมือใหม่ใช้งานได้ง่ายด้วย แต่ดันไบน์นั้นเป็น ABที่พลังในการต่อสู้ขึ้นกับระดับพลังออราของนักบินอย่างมาก ถ้านักบินมีพลังออราในระดับธรรมดาแล้วสมรรถนะก็จะลดลงมาจนต่ำกว่าดรัมโลเสียอีก เกราะของดันไบน์ยังเป็นเปลือกคิไมลักเหมือนกับเกโดซึ่งแม้จะคล่องตัวแต่ก็มีพลังป้องกันที่ไม่สูงนัก ดันไบน์ทั้งสามเครื่องนั้นเครื่องของโทคามาคกับท็อดถูกดานาโอชีของมาเวล โฟรเซนทำลายระหว่างการบินทดสอบ ส่วนโชนั้นต่อมาก็ไปเข้ากับนี กิบุน ทำให้ดันไบน์กลายเป็นกำลังสำคัญของกลุ่มต่อต้านเดรคไป โดยหลังจากที่โชได้เปลี่ยนไปใช้บิลไบน์นั้น ดันไบน์ก็ได้รับการปรับปรุงโดยเปลี่ยนออราคอนเวอร์เตอร์เป็นรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพขึ้นและเป็น ABประจำตัวของมาเวลแทน เนื่องจากจำนวนประชากรคิไมลักนั้นลดลงมาอย่างมากจากที่ถูกล่าอย่างหนักและกองทัพเดรคก็พัฒนาวิรันบีเป็น ABรุ่นใหม่แทนแล้วจึงไม่มีการสร้างดันไบน์เพิ่มอีก

ก่อนหน้าดันไบน์ทั้งสามเครื่องนั้น ช็อตก็ได้สร้างเครื่องปรับปรุงจากเกโดคือ ไททาเนีย ซึ่งออกแบบให้นักบินหญิงใช้เพื่อวิจัยความแตกต่างของพลังออรา กับ เซอร์ไบน์ ซึ่งเป็นเครื่องต้นแบบของดันไบน์ที่มีระดับพลังเหนือกว่าดันไบน์หลายเท่า แต่เนื่องจากเน้นที่ระดับพลังออรามากไปซึ่งช็อตประเมินว่ามีโอกาสที่จะระเบิดอย่างรุนแรงได้จึงได้ตัดสินใจผนึกเซอร์ไบน์ไว้โดยไม่ได้ใช้งาน จนกระทั่ง 700 ปีให้หลัง ชิออน ซาบาจึงได้ปลดผนึกเซอร์ไบน์และนำมาใช้ต่อสู้กับกองทัพของอัศวินดำลาบาร์น ซาลามันด์ ซึ่งชิออนนั้นก็คือโชที่กลับชาติมาเกิดเป็นชาวไบส์ตอนเวลและพลังนักรบศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้นจากการช่วยเหลือของซิลกี มาวที่ถูกจาโคบา อาออนลดชั้นลงเป็นมิเฟราริโอ

gedo.jpg

Gedo

First appearance Aura Battler Dunbine
Designer Yutaka Izubuchi
Overall height 6.7 m
Weight 5.1 Luft tons
Armor kamai-lug shell
Aura conversion performance 0.78
Armaments

  • sword
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License