ฟุลอาเมอร์กันดั้ม
fa-78-1.jpg

FA-78-1 Full Armor Gundam

First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 18.5 m
Base weight 62.5 t Full weight 93.1 t
Armor lunar titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1380 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • missile
  • 360 mm shoulder rocket cannon
  • 2-barrel beam rifle

แผนการเพิ่มพลังการต่อสู้ของกันดั้มตามโครงการ Full-armour System and Weapon System (FSWS) ฟุลอาเมอร์กันดั้มนั้นได้ติดตั้งเกราะให้หนาขึ้นอีกในหลายๆจุดจึงมีพลังป้องกันที่สูงมาก ภายในเกราะเสริมนี้ยังมีมิสไซล์เป็นอาวุธเสริมและแบ็คแพ็คก็ติดเครื่องยิงจรวด 360 ม.ม.ไว้ บีมไรเฟิลนั้นเป็นแบบสองลำกล้องติดแขนขวา ที่ไหล่ซ้ายติดกล้องเสริม พลังในการต่อสู้ของฟุลอาเมอร์กันดั้มนั้นนับว่าสูงขึ้นกว่าเดิมมาก แต่เกราะฟุลอาเมอร์นั้นหนักมากจึงทำให้ความคล่องแคล่วลดลงและต่อสู้ในระยะประชิดได้ลำบาก บีมเซเบอร์จึงกลายเป็นอุปกรณ์เสริมติดเอวด้านหลัง ซึ่งที่ขากับแบ็คแพ็คของฟุลอาเมอร์กันดั้มก็มีท่อขับดันเสริมติดไว้เพื่อลดปัญหาด้านน้ำหนั แม้จะมีข้อมูลว่าไฮนซ์ บาเออ ซึ่งเป็นนักบินระดับเอซคนหนึ่งของสหพันธ์โลกนั้นใช้ฟุลอาเมอร์กันดั้มเป็น MS ประจำตัว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีการสร้างฟุลอาเมอร์ใช้งานจริงๆหรือเป็นแค่ข้อมูลในซิมูเลเตอร์ สหพันธ์โลกยังได้ใช้ซิมูเลเตอร์พัฒนารูปแบบของฟุลอาเมอร์กันดั้มต่อมาเป็นเป็น FA-78-1B หรือ แบบ B ซึ่งออกแบบโดยเน้นที่การทำลายเป้าหมายขนาดใหญ่อย่างยานแม่ โดยเพิ่มบีมกันติดแขนเป็นสามกระบอกและติดมิสไซล์ลันเชอร์ ซึ่งแบบจำลองซิมูเลเตอร์ของฟุลอาเมอร์กันดั้มแบบ B นั้นใช้โครงสร้างของกันดั้ม G-3 เกราะฟุลอาเมอร์อีกรุ่นซึ่งมีแต่ข้อมูลซิมูเลเตอร์ก็คือ FA-78[G] ฟุลอาเมอร์กันดั้มภาคพื้นดิน ซึ่งใช้โครงหลักเป็นกันดั้มรุ่นต้นแบบและออกแบบให้ใช้งานบนโลกโดยเฉพาะจึงลดชิ้นส่วนให้มีน้ำหนักเบาลงและติดอาวุธได้จำกัดกว่ารุ่นก่อนๆ บีมเซเบอร์นั้นติดไว้ที่แขนซ้ายสองเล่ม ส่วนบีมไรเฟิลสองลำกล้องติดแขนขวาเป็นแบบลำกล้องสั้น และมิสไซล์ถูกรวมไปไว้เป็นมิสไซล์ลันเชอร์ที่ไหล่ซ้าย

รูปแบบของฟุลอาเมอร์กันดั้มนั้นยังพัฒนาต่อมาเป็น FA-78-2 เฮฟวีกันดั้ม โดยแทนที่จะเป็นเกราะเสริมของกันดั้มก็สร้างใหม่ทั้งเครื่องให้มีเกราะที่หนาและที่ขาก็ติดท่อขับดันไว้แต่แรก แบ็คแพ็คถอดบีมเซเบอร์ด้านขวาออกและเปลี่ยนเป็นบีมแคนน่อนแทน ส่วนอาวุธมือถือนั้นเปลี่ยนเป็นปืนเฟรมลันเชอร์ซึ่งเป็นปืนกลแก็ตลิ่งขนาดใหญ่รวมกับมิสไซล์ลันเชอร์สี่ลำกล้อง ส่วนเซนเซอร์ตาของเฮฟวีกันดั้มจะมีมีครอบแก้วปิดไว้ การพัฒนาเฮฟวีกันดั้มนั้นยุติไปในช่วงปลายสงครามหนึ่งปีเนื่องจากว่าปัญหาของกันดั้มนั้นอยู่ที่ปฏิกิริยาตอบสนองซึ่งไม่สามารถตามการบังคับของอามุโร่ เรย์ได้ แต่หลังสงครามหนึ่งปีก็ได้นำกลับมาพัฒนาอีกครั้งโดยนอกจากเฟรมลันเชอร์แล้วยังมีอาวุธมือถือเพิ่มเป็นไฮเปอร์บาซูก้ากับบีมไรเฟิลซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าของกันดั้ม

ในภาค Thunderbolt ยังมี FA-78 ซึ่งสหพันธ์โลกส่งไปให้กลุ่มภราดามัวร์ใช้ในการชิงซากอาณานิคมมัวร์ที่ไซด์ 4คืนจากซีอ้อนเพื่อเป็นการทดลองไปในตัว ฟุลอาเมอร์กันดั้มเครื่องนี้เป็น MSประจำตัวของเรือตรี อิโอ เฟลมมิง โดยนอกจากมิสไซล์ตามตัวแล้วยังมีเครื่องยิงจรวดห้าลำกล้องแบบติดแขน ซึ่งทั้งบีมไรเฟิลสองลำกล้องและเครื่องยิงจรวดนี้สามารถติดโล่ทับไว้อีกชั้นได้ บีมไรเฟิลสองลำกล้องนั้นมีขนาดใหญ่และเป็นแบบใช้พลังงานจากตลับพลังงาน ตามข้อต่อนั้นจะหุ้มฉนวนและช่องระบายต่างๆนั้นก็จะปิดตะแกรงกันเศษเทหวัตถุซึ่งมีมากในธันเดอร์โบลท์เซคเตอร์ไว้ ตามตัวมีอโพจีมอเตอร์เพิ่มความคล่องตัว จุดเด่นของฟุลอาเมอร์กันดั้มเครื่องนี้ก็คือแบ็คแพ็คขนาดใหญ่ด้านหลังซึ่งติดบีมแคนน่อนขนาดใหญ่และมิสไซล์ลันเชอร์หกลำกล้องไว้ รวมทั้งมีแขนกลสำหรับถือโล่เพิ่มทำให้ฟุลอาเมอร์กันดั้มถือโล่ได้สี่แผงพร้อมกันและใช้หยิบบีมเซเบอร์ที่อยู่ในแบ็คแพ็คส่งให้ฟุลอาเมอร์กันดั้มถือ ในแบ็คแพ็คยังมีตลับพลังงานสำรองของบีมไรเฟิลอยู่และติดร็อคเก็ตบูสเตอร์ซึ่งทำให้มีกำลังขับเคลื่อนอยู่ในระดับสูงทีเดียว ที่เอวใต้เกราะด้านหลังของฟุลอาเมอร์กันดั้มเครื่องนี้ยังมีบีมเซเบอร์เก็บไว้อีกเล่มเป็นอาวุธฉุกเฉินหลังจากที่ถอดเกราะออกแล้ว

นอกจากเกราะฟุลอาเมอร์แล้ว โครงการ FSWS ยังได้พัฒนายูนิตสนับสนุนของฟุลอาเมอร์กันดั้มไว้ด้วย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ เบิร์สท์ไลเนอร์ ซึ่งเดิมนั้นออกแบบเป็นยานแบบซับไฟลท์ซิสเต็มที่ MSใช้ยืนเพื่อเพิ่มการขับเคลื่อนและพลังทำลายของอาวุธคล้ายกับยาน Gไฟเตอร์ เนื่องจากเบิร์สท์ไลเนอร์นั้นออกแบบให้ฟุลอาเมอร์กันดั้มซึ่งหนักและมีพลังทำลายสูงอยู่แล้วใช้งานจึงได้ติดตั้งบีมลันเชอร์ขนาดใหญ่มากเอาไว้ ทำให้ต้องติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานที่มีกำลังมากไปด้วย เบิร์สท์ไลเนอร์จึงมีขนาดใหญ่ หนัก และมีรูปทรงทางหลักพลศาสตร์ที่แย่มาก จึงสามารถใช้งานได้ในอวกาศเท่านั้น

fa-78-1-fix.jpg

Gundam Fix Figuration version

Designer Hajime Katoki

fa-78-1b.jpg

FA-78-1B Full Armor Gundam Type B

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 68.4 t
Armor lunar titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1380 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • 7-tube missile launcher
  • 6-tube missile launcher
  • shoulder rocket cannon
  • 3-barrel hand beam gun
fa-78g.jpg

FA-78[G] FA-78[G] Full Armor Gundam Ground Type

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 63.4 t
Armor lunar titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1380 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • missile launcher
  • rocket cannon
  • 2-barrel beam rifle
fa-78.jpg

FA-78 Full Armor Gundam (Thunderbolt Sector)

First appearance Mobile Suit Gundam Thunderbolt
Designer Yasuo Ohtagaki
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • beam saber
  • missile
  • 2-barrel beam rifle
  • 6-tube missile launcher
  • rocket launcher
  • large beam cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License