คอร์ไฟเตอร์
ff-x7.jpg

FF-X7 Core Fighter

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 8.6 m
Base weight 8.9 t
Armor lunar titanium alloy
Armaments

  • 2-barrel 25 mm vulcan gun
  • missile launcher

ยานขับไล่ของสหพันธ์โลกที่บริษัทเฮอวิคออกแบบมาเป็นพิเศษให้สามารถพับและประกอบเป็นค็อกพิตของ MSที่พัฒนาในโปรเจ็คท์ V นั่นคือกันดั้ม กันแคนน่อน และกันแทงก์ ซึ่งข้อมูลมีความสำคัญในการพัฒนา MSของสหพันธ์โลกอย่างมาก ในคอร์ไฟเตอร์จะมีระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีความสามารถในการประมวลผลสูงกว่าเครื่องบินขับไล่ทั่วๆไปมากสำหรับบันทึกข้อมูลการใช้งานของ MS และเมื่อ MSได้รับความเสียหายอย่างหนักก็จะสามารถแยกตัวเป็นยานหนีภัยหนีออกมาได้ บริษัทเฮอวิคนั้นได้พัฒนารูปแบบของคอร์ไฟเตอร์มาจากเครื่องบินขับไล่ FF-6 TINค็อดซึ่งมีสมรรถนะสูงแต่ใช้อาวุธที่ไม่มีอานุภาพนัก คอร์ไฟเตอร์ใช้ระบบขับเคลื่อนที่ผสานกันทั้งเครื่องยนต์เจ็ตและท่อขับดันจึงใช้งานได้ทั้งบนโลกและในอวกาศ คอร์ไฟเตอร์รุ่นต้นแบบคือ FF-X5 นั้นใช้ในการศึกษาปัญหาของระบบรวมร่างและแยกร่างจาก MSมากกว่าจึงไม่ได้ติดตั้งอาวุธและต่อมาก็ใช้เป็นค็อกพิตของกันดั้มรุ่นต้นแบบก่อนจะเปลี่ยนเป็นคอร์ไฟเตอร์ในเวลาต่อมา เมื่อพัฒนาต่อเป็นคอร์ไฟเตอร์จึงได้ติดตั้งอาวุธไว้เป็นปืนวัลแคน 25 มม.และมิสไซล์ลันเชอร์จึงสามารถต่อสู้กับศัตรุขนาดเล็กอย่างเครื่องบินด็อปของซีอ้อนได้ ในภาค Thunderbolt คอร์ไฟเตอร์ยังสามารถพับและติดไว้กับปีกของยานขนส่ง มีเดีย โดยจะแยกและกางออกมาเมื่อต่อสู้กับศัตรู

เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ของคอร์ไฟเตอร์นั้นมีสมรรถนะสูงมากแต่คอร์ไฟเตอร์เองมีขนาดเล็กซึ่งนอกจากตอนที่ประกอบกับ MSแล้วก็ไม่มีประโยชน์นัก บริษัทเฮอวิคจึงได้พัฒนาแผนเพิ่มพลังในการต่อสู้ของคอร์ไฟเตอร์ นั่นคือประกอบกับยาน Gไฟเตอร์ หรือติดตั้งบูสเตอร์ยูนิตเป็นยาน FF-X7-Bst คอร์บูสเตอร์ ซึ่งในบูสเตอร์นี้นอกจากท่อขับดันที่ช่วยเพิ่มความเร็วของคอร์ไฟเตอร์แล้วยังติดตั้งปืนอนุภาคสองกระบอกไว้เป็นอาวุธเสริมและมีช่องเก็บอาวุธเสริมเพื่อใช้เป็นเหมือนเครื่องบินทิ้งระเบิด ในช่วงที่เฮอวิคพัฒนาคอร์บูสเตอร์นั้นได้สร้างเครื่องต้นแบบตามแผนสี่คือ FF-X7Bst PLAN004 ซึ่งที่บูสเตอร์มีปีกขนาดใหญ่และใช้การเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนตามการใช้งานในอวกาศหรือบนโลกเพื่อให้มีสมรรถนะสูงสุดและปกติแล้วในช่องเก็บอาวุธเสริมก็จะติดปืนแก็ตลิ่งไว้ ซึ่งหลังจากที่ทำการทดสอบแล้วก็ได้ปรับรูปแบบของบูสเตอร์ให้เรียบง่ายขึ้นซึ่งไม่มีปีกขนาดใหญ่อีก ปีกของคอร์ไฟเตอร์จะพับขึ้นและระบบขับเคลื่อนก็มีทั้งเครื่องยนต์เจ็ตและท่อขับดันให้ใช้งานได้ทั้งบนโลกและในอวกาศ คอร์บูสเตอร์สองเครื่องนั้นได้เข้าประจำการบนยานไวท์เบสก่อนที่สหพันธ์โลกจะผลิตใช้งานเพิ่มต่อมา รูปแบบของคอร์บูสเตอร์ Plan 004ยังได้รับการพัฒนาต่อมาเป็น FFB-7Bst คอร์อีซี หรือ เจ็ตคอร์บูสเตอร์ ซึ่งเป็นแบบเครื่องบินทิ้งระเบิดสำหรับใช้งานบนโลกโดยเฉพาะและมีปีกเสริมเพิ่มสมรรถนะกลางอากาศและสามารถบรรทุกอาวุธได้มากขึ้นแต่ไม่มีปืนอนุภาค คอร์อีซีนั้นสร้างเป็นลำเดียวแต่แรกจึงไม่สามารถแยกเป็นคอร์ไฟเตอร์จากบูสเตอร์ได้ อีกรูปแบบหนึ่งก็คือ FF-X7-Bst-II คอร์บูสเตอร์ทูว์แบบอินเตอร์เซป ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบไว้ใช้ในระดับบรรยากาศที่สูงมากเพื่อใช้สกัดศัตรูจากอวกาศและคุ้มกันยานรบขณะออกจากบรรยากาศโลก ติดปืนกลแก็ตลิ่งกับมิสไซล์ต่อต้านอากาศยานไว้แทนปืนอนุภาค

ในตอนที่เริ่มการพัฒนาคอร์ไฟเตอร์นั้น บริษัทเฮอวิคยังได้พัฒนา FF-S5 เรเวนซอร์ด เพื่อเตรียมเข้าประจำการแทนเซเบอร์ฟิชและทอริอาส แต่เนื่องจากสหพันธ์โลกให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนา MSมากกว่าจึงล่าช้าไปมาก เรเวนซอร์ดนั้นใช้โครงสร้างแบบคอร์ไฟเตอร์แต่เนื่องจากไม่ต้องคำนึงถึงการประกอบร่างกับ MSจึงมีขนาดใหญ่และมีสมรรถนะที่สูงกว่า แต่กว่าที่เรเวนซอร์ดจะได้เข้าประจำการสงครามหนึ่งปีก็จบลงแล้ว และในปี 085 เทคโนโลยี MSที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วก็ทำให้เรเวนซอร์ดทั้งหมดซึ่งมีประมาณ 300 ลำก็ถูกปลดระวางไป

ff-x7-bst.jpg

FF-X7-Bst Core Booster

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 13.8 m
Full weight 18.3 t
Armor lunar titanium alloy
Armaments

  • 2-barrel 25 mm vulcan gun
  • missile launcher
  • mega particle cannon
  • bomb
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License