ไอน์แฮนเดอร์
frs-mkii.jpg

FRS Mk.II Endymion

First appearance Einhänder
Designer Kazuaki Fukumura
Armaments

  • 20 mm machine cannon
  • laser blade
  • 'Vulcan' 30 mm gatling gun
  • 'Wasp' 127 mm missile launcher
  • 120 mm cannon
  • 'Spreader' 105 mm shotgun
  • 155 mm grenade launcher
  • 'Hedgehog' flares dispenser
  • 'Riot' electric cannon
  • 'Juno' 40 mm gatling cannon
  • 'Mosquito' guide missile
  • 'Python' chain bomb dispenser
  • 'Flash' railcannon

ยานรบที่กองทัพจันทรา เซเลเน ใช้ในการต่อสู้กับกองทัพโลก โซดอม ซึ่งโซดอมนั้นเรียกยานซีรีส์นี้ว่าไอน์แฮนเดอร์ตามลักษณะเด่นที่มีแขนข้างหนึ่งพร้อมมือจับสำหรับใช้งานกันพ็อดแบบต่างๆซึ่งเป็นอาวุธที่ทั้งโซดอมและเซเลเนใช้งานอย่างแพร่หลาย นอกจากกันพ็อดแล้ว ไอน์แฮนเดอร์ยังมีปืนกลอัตโนมัติ 20มม.เป็นอาวุธมาตรฐาน ไอน์แฮนเดอร์รุ่นที่เป็นแบบมาตรฐานก็คือ FRSมาร์คทูว์ เอนดีเมียน หรือที่โซดอมเรียกว่า ไอน์แฮนเดอร์ทิวป์ซไว ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก FRSมาร์ควัน โดยติดตั้งระบบต้านแรงโน้มถ่วงซึ่งทำให้เอนดีเมียนมีความคล่องแคล่วสูงมาก นอกจากกันพ็อดที่ใช้งานอยู่แล้ว เอนดีเมียนยังสามารถเก็บกันพ็อดสำรองไว้ในตัวได้อีกสองกระบอกจึงสามารถใช้งานได้หลากหลาย

เซเลเนนั้นได้พัฒนา FGAมาร์ควัน แอสเทรีย หรือที่โซดอมเรียกว่า ไอน์แฮนเดอร์ทิวป์ไดร ซึ่งเน้นที่พลังในการต่อสู้มากขึ้นโดยมีจุดติดตั้งกันพ็อดอยู่ด้านบนตัวเครื่องโดยตรงจึงสามารถใช้งานกันพ็อดได้รวมกับที่ถือด้วยแขนกลพร้อมกันสองกระบอก แต่แม้จะมีพลังในการต่อสู้ที่สูงกว่าเอนดีเมียนมาก นักบินที่สามารถใช้งานกันพ็อดสองกระบอกได้พร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องมีฝีมือสูงทีเดียวจึงไม่ได้ผลิตออกมามากเท่าเอนดีเมียน และเมื่อสงครามดำเนินไปซึ่งเซเลเนเหลือกำลังพลน้อยลงไปมากและเริ่มมีปัญหาขาดแคลนนักบินจึงได้ยุติการผลิตแอสเทรียและพัฒนาเอดีเมียนออกมาอีกรุ่นคือ FRSมาร์คทรี หรือที่โซดอมเรียกว่า ไอน์แฮนเดอร์ทิวป์เฟีย ที่นักบินมือใหม่สามารถใช้งานได้ง่ายออกมา เอนดีเมียนมาร์คทรีสามารถใช้งานกันพ็อดได้เพียงกระบอกเดียวเท่านั้น แต่ได้ติดตั้งปืนอัตโนมัติเพิ่มเป็นสองกระบอกจึงมีความรุนแรงและสามารถยิงได้ต่อเนื่องกว่าเดิม พลังในการต่อสู้ขณะที่ไม่ติดตั้งกันพ็อดจึงสูงขึ้น ระบบบังคับอาวุธของเอนดีเมียนมาร์คทรียังได้ปรับปรุงเป็นระบบอัตโนมัติที่ใช้งานง่ายขึ้น

เซเลเนยังได้พัฒนาแอสเทรียต่อมาเป็นแอสเทรียมาร์คทูว์สีแดงซึ่งสามารถบรรทุกกระสุนได้มากขึ้น แต่หลังจากนั้นเซเลเนก็เน้นไปที่การพัฒนายานรบแบบไร้คนบังคับเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนนักบิน โดยตอนแรกนั้นใช้รูปแบบของเอนดีเมียนมาร์คทรีซึ่งรูปแบบการใช้งานที่เรียบง่ายที่สุด จนกระทั่ง UFGมาร์คไนน์ อีออส ซึ่งเป็นรุ่นสมบูรณ์ที่ใช้งานติดกันพ็อดสองกระบอกคล้ายกับแอสเทรีย ซึ่งในการทดสอบนั้นแอสเทรียมาร์คทูว์ถูกอีออสทำลายจึงไม่มีการพัฒนาต่อมาอีก

frs-mkiii.jpg

FRS Mk.III Endymion

fga-mki.jpg

FGA Mk.I Astraea

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License