สกายแกรสเปอร์

FX-550 Sky Grasper

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kimitoshi Yamane
Overall length 12.46 m
Armaments

  • 20 mm machine gun
  • medium bore cannon
  • large cannon turret
  • anti-ship missile

เครื่องบินรบที่บริษัท PMP (Propulsion & Machinery Progress) พัฒนาให้กลุ่มพันธมิตรโลกต่อจาก F-7D สเปียร์เฮด ซึ่งเป็นกำลังหลักภาคอากาศของพันธมิตรโลกก่อนหน้าที่เรเดอร์สเป็กดั้งเดิมและเจ็ตแด็กเกอร์ Lจะเข้าประจำการ สเปียร์เฮดนั้นเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงและสามารถนำเครื่องขึ้นแบบ VTOL ได้และนับเป็นอาวุธที่สามารถใช้ต่อสู้กับ MSของ ZAFTบนโลกได้ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรโลกจะพัฒนา MSของตนเอง ซึ่งในสมัยที่เป็นนักบินของสเปียร์เฮดนั้น เอ็ดเวิร์ด ฮาเรลสันเคยขับไปชนกับดินน์รุ่นติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ซึ่งปีกของสเปียร์เฮดนั้นผ่าดินน์ขาดสองท่อนเป็นที่มาของฉายา เอ็ดเดอะริปเปอร์

จุดประสงค์ดั้งเดิมในการพัฒนาสกายแกรสเปอร์นั้นก็เพื่อให้เป็นยูนิตสนับสนุนของสไตรค์กันดั้ม แต่เนื่องจากเบื้องบนของกลุ่มพันธมิตรโลกบางส่วนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ MSเป็นกำลังหลักจึงให้เป็นเครื่องบินสมรรถนะสูงเผื่อจะใช้เป็นกำลังรบหลักด้วย ค็อกพิตของสกายแกรสเปอร์นั้นเป็นแบบสองที่นั่งและสามารถแบ่งหน้าที่กันระหว่างนักบินกับพลนำร่องได้ สหายแกรสเปอร์นั้นพัฒนาร่วมกับ GAT-Xซีรีส์จึงมีระบบอัตโนมัติที่ทำให้นักบินคนเดียวก็สามารถบังคับได้และแม้แต่มือใหม่ก็บังคับได้ง่าย สกายแกรสเปอร์นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถติดตั้งและใช้งานสไตรเกอร์แพ็คกับโล่และบีมไรเฟิลของสไตรค์กันดั้มได้ ซึ่งแม้ว่ารูปร่างของสกายแกรสเปอร์ที่ติดสไตรเกอร์แพ็คนั้นจะต้านลมมากขึ้นแต่ด้วยสมรรถนะของสกายแกรสเปอร์จึงยังมีความเร็วและความคล่องตัวที่สูงอยู่ สกายแกรสเปอร์ยังคงสามารถนำเครื่องขั้นแบบ VTOLได้และไท่ต้องใช้คาทาพัลท์ส่งตัวจากยาน สกายแกรสเปอร์เองนั้นมีอาวุธเป็นปืนกล ป้อมปืนด้านบน ปืนข้างปีก และมีช่องเก็บอาวุธที่ปีกซึ่งปกติแล้วจะใช้เก็บมิสไซล์ต่อต้านยานรบเป็นอาวุธมาตรฐานแต่ก็สามารถเปลี่ยนมาบรรทุกระเบิดได้และยังมีอุปกรณ์เสริมของตนเองอย่างบูสเตอร์หรือระบบเลเซอร์ชี้เป้า

สกายแกรสเปอร์เครื่องต้นแบบสองลำนั้นประจำการบนยานอาร์คแองเจิล โดยลำแรกนั้นมูว์ ลา ฟลากา เป็นนักบินประจำหลังจากที่ลงมาบนโลกแล้ว ส่วนลำที่สองนั้นมีคางาริ ยูระ อัสฮาเป็นนักบินในช่วงที่อยู่กับอาร์คแองเจิล จนกระทั่งเมื่อคางาริลงจากยานที่อาณาจักรอ็อบจึงได้โทล เคนิกเป็นนักบินก่อนจะถูกอีจิสกันดั้มทำลาย ซึ่งหลังจากปฏิบัติการสปิตเบรคที่อาร์คแองเจิลหนีทัพไปนั้นกลุ่มพันธมิตรโลกก็ได้พิจารณาการระงับใช้งานสกายแกรสเปอร์แต่ก็ได้ผลิตจำนวนมากหลังจากที่แด็กเกอร์เข้าประจำการ ซึ่งเครื่องผลิตจำนวนมากนี้จะใช้สีเทาแทนและมีลำหนึ่งที่เป็นของทหารรับจ้าง ไคท์ มาดิแกน

บริษัท PMP ยังได้ร่วมมือกับบริษัทแอดวานซ์สเปซไดนามิคกับบริษัทฟุจิยามะและสถาบันมอเกนเรทพัฒนา FXet-565 คอสโมแกรสเปอร์ซึ่งเป็นรุ่นใช้งานในอวกาศของสกายแกรสเปอร์เพื่อใช้เป็นกำลังภาคอวกาศแทนโมเบียสก่อนที่แด็กเกอร์จะเริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก นอกจากจะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นแบบใช้งานในอวกาศแล้ว คอสโมแกรสเปอร์ยังใช้การพ่นแก็สเย็นปรับทิศทางได้ซึ่งทำให้ความคล่องตัวที่สูงกว่า MS ส่วนปีกเป็นครีบระบายความร้อนในตัว ค็อกพิตเป็นแบบหุ้มเกราะมิดชิดซึ่งนักบินจะรับรู้สภาพภายนอกได้จากระบบ VRในห้องบังคับ คอสโมแกรสเปอร์นั้นยังคงใช้งานสไตรเกอร์แพ็คได้และโดยปกตินั้นจะใช้เอลสไตรเกอร์ที่บริษัทฟุจิยามะปรับปรุงซึ่งไม่มีบีมเซเบอร์ และยังมีฮาร์ดพอยน์เพิ่มให้ติดปืนกลแก็ตลิ่งหรือเรลกันได้

fx-550+aqme-x01.jpg

FX-550+AQM/E-X01 Aile Sky Grasper

First appearance Mobile Suit Gundam SEED

fx-550+aqme-x02.jpg

FX-550+AQM/E-X02 Sword Sky Grasper

fx-550+aqme-x03.jpg

FX-550+AQM/E-X03 Launcher Sky Grasper

fx-550+p204qx.jpg

FX-550+AQM/E-X01 Aile Sky Grasper

First appearance Gundam SEED Mobile Suit Variations

fx-550-g-flight.jpg

FX-550 G-Flight Sky Grasper

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY ASTRAY

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License