บัสเตอร์กันดั้ม
gat-x103.jpg

GAT-X103 Buster Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Junichi Akutsu
Head height 18.86 m
Weight 84.2 t
Armor Phase Shift armor
Armaments

  • 6-barrel 220 mm missile pod
  • 94 mm high-energy beam rifle (high impulse sniper rifle)
  • 350 mm gun launcher (anti-armor shotgun)

หนึ่งใน GAT-X ซีรีส์ที่พันธมิตรโลกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโต้ MSของ ZAFT บัสเตอร์กันดั้มนั้นได้รับการออกแบบให้เป็น MSแบบยิงสนับสนุนเครื่องอื่นๆจากระยะไกลโดยมีอาวุธหลักเป็นปืนสองกระบอกซึ่งในขณะที่ไม่ใช้งานนั้นจะเก็บไว้กับแบ็คแพ็คและในตอนที่เตรียมยิงก็จะใช้แขนกลซึ่งอยู่ที่ข้างเอวช่วยจับไว้ ที่ส่วนหัวของบัสเตอร์กันดั้มนั้นมีเซนเซอร์เสริมสำหรับจับเป้าหมายในระยะไกลซึ่งใช้ตะแกรงปิดป้องกันไว้ เนื่องจากใช้ปืนถึงสองกระบอกและยังใช้เกราะ PS ในตัวของบัสเตอร์กันดั้มและที่เข่าทั้งสองจึงมีเครื่องจ่ายพลังงานเสริมไม่ให้พลังงานหมดเร็วเกินไป ปืนทั้งสองกระบอกของบัสเตอร์กันดั้มนั้นประกอบด้วยกันลันเชอร์ 350 ม.ม.ซึ่งเป็นปืนแบบเรลกันที่สามารถยิงกระสุนได้หลายแบบทั้งกระสุนเจาะเกราะและหัวระเบิด กับไรเฟิลพลังงานสูงซึ่งมีอานุภาพเหนือกว่าบีมไรเฟิลของ GAT-Xซีรีส์เครื่องอื่นๆ ปืนทั้งสองกระบอกนี้สามารถนำมาประกอบกันเป้นปืนยาวกระบอกเดียวเพื่อเพิ่มพลังทำลายและระยะยิงได้ โดยเมื่อใช้กันลันเชอร์เป็นลำกล้องก็จะกลายเป็นปืนลูกซองเจาะเกราะยิงกระสุนกันลันเชอร์ออกไปแบบสาดกระจายซึ่งเหมาะกับการทำลายเป้าหมายจำนวนมากหรือเคลื่อนไหวได้เร็ว และเมื่อใช้ไรเฟิลพลังงานเป็นลำกล้องก็จะกลายเป็นอิมพัลส์สไนเปอร์ไรเฟิลซึ่งมีอานุภาพและระยะหวังผลสูงสุด ที่ไหล่ทั้งสองข้างของบัสเตอร์กันดั้มมีมิสไซล์ลันเชอร์แบบหกลำกล้องเป็นอาวูธเสริม แต่เนื่องจากตั้งใจให้ใช้งานในระยะไกลจึงไม่มีอาวุธระยะประชิดหรือโล่ ในตอนที่ ZAFTบุกขโมย GAT-Xซีรีส์ไปจากโคโลนีเฮลิโอโพลิสนั้น ดิอัคกา เอลส์แมนได้เป็นคนขโมยบัสเตอร์กันดั้มไปและใช้เป็น MSประจำตัวต่อมา

เมื่อได้เริ่มการพัฒนา MSรุ่นผลิตจำนวนมากของตัวเองคือแด็กเกอร์นั้น กลุ่มพันธมิตรโลกก็ได้ดัดแปลงรูปแบบปืนคู่ของบัสเตอร์กันดั้มเป็นสไตรเกอร์แพ็คของแด็กเกอร์ แต่เนื่องจากใช้งานได้ไม่ดีตามที่ต้องการจึงออกแบบใหม่เป็นรุ่นแยกเฉพาะคือ GAT-A01/E2 บัสเตอร์แด็กเกอร์ บัสเตอร์แด็กเกอร์นั้นยังคงใช้เกราะลามิเน็ตป้องกันตามส่วนสำคัญของเครื่องเหมือนแด็กเกอร์ มิสไซล์พ็อดนั้นเปลี่ยนเป็นแบบสามลำกล้องแต่ได้ติดตั้งบีมเซเบอร์ไว้เพื่อให้สามารถต่อสู้ในระยะประชิดตัวได้ดี บัสเตอร์แด็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นของร้อยโทเรนา อิเมเลีย ผู้มีฉายาว่าซากุระสะพรั่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการยึดออสเตรเลียคืนจาก ZAFT กลุ่มพันธมิตรยังได้สร้างบัสเตอร์กันดั้มเพิ่มขึ้นในภายหลังอีก ซึ่งบริษัทแอ็คทายออนได้นำไปพัฒนาต่อเป็น GAT-X103AP เวอร์เดบัสเตอร์กันดั้ม ซึ่งเป็น MSประจำตัวของสมาชิกหน่วยแฟนธอมเพน ชาม โคซา บริษัทแอ็คทายออนนั้นได้ปรับรูปแบบของอาวุธโดยย้ายกันลันเชอร์กับปืนพลังงานไปติดไว้แบบตายตัวประทับบ่าทั้งสองข้างจึงไม่สามารถนำมาประกอบกันได้อีก แต่ได้เพิ่มบีมไรเฟิลยาวสองกระบอกซึ่งสามารถนำมาประกอบกันเป็นแบบสองลำกล้องแนวนอนเพื่อใช้ยิงระยะไกลได้ ที่ลำกล้องของบีมไรเฟิลนี้ยังติดดาบปลายปืนไว้จึงสามารถต่อสู้ในระยะประชิดตัวได้ ระบบควบคุมอาวุธของเวอร์เดบัสเตอร์ก็ได้รับการปรับปรุงและระบบเซนเซอร์ก็มีประสิทธิภาพขึ้น เนื่องจากว่าเวอร์เดบัสเตอร์นั้นคำนึงถึงการต่อสู้ในระยะประชิดด้วยจึงได้ใช้ตะแกรงกันที่ใหญ่จนปิดส่วนตาได้

นอกจากนั้นยังมี LH-GAT-X103 เฮลบัสเตอร์กันดั้มของกลุ่มไลบราเรียน เฮลบัสเตอร์ได้รับการปรับปรุงให้ใช้สไตรเกอร์แพ็คได้เหมือนMSเครื่องอื่นๆของไลบราเรียน รูปแบบมาตรฐานนั้นจะคงอาวุธแบบเดิมของบัสเตอร์กันดั้มโดยใช้บัสเตอร์สไตรเกอร์ซึ่งมีปืนแบบเดิมทั้งสองกระบอกและเพิ่มปืนวัลแคนต่อต้านยานรบไว้บนฝาครอบของมิสไซล์พ็อด ที่หน้าอกของเฮลบัสเตอร์มีเซนเซอร์เสริมเพื่อเพิ่มความเร็วในการจับเป้าหมายจึงสามารถยิงโจมตีศัตรูได้อย่างต่อเนื่องกว่าเดิม ส่วนเข่าของเฮลบัสเตอร์นั้นได้เสริมเกราะให้นั่งเล็งในท่าคุกเข่าได้ดีขึ้น เฮลบัสเตอร์ยังสามารถใช้มิราจคอลลอยด์พรางตัวได้ ซึ่งเมื่อรวมกับระบบเซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพจึงทำให้เฮลบัสเตอร์สามารถสอดแนมเก็บข้อมูลเป้าหมายได้ดี โดยข้อมูลที่เฮลบัสเตอร์รวบรวมไว้นั้นจะส่งไปยังฐานข้อมูลของไลบราเรียนโดยตรงและสามารถประมวลผลวิเคราะห์จุดอ่อนของศัตรูได้ เฮลบัสเตอร์จึงสามารถลอบเก็บข้อมูลของเป้าหมายก่อนจะเริ่มทำการโจมตีในตำแหน่งที่สามารถโค่นศัตรูได้โดยเร็ว

gat-x103ap.jpg

GAT-X103AP Verde Buster Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED C.E. 73 STARGAZER
Designer Junichi Akutsu
Head height 18.46 m
Weight 99.36 t
Armor Variable Phase Shift armor
Armaments

  • composite bayonet-equipped beam rifle
  • 6-barrel 220 mm missile pod
  • 94 mm high-energy beam cannon
  • 350 mm gun launcher
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License