คาลามิตีกันดั้ม
gat-x131.jpg

GAT-X131 Calamity Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kunio Okawara
Head height 18.26 m
Weight 81.48 t
Armor Trans Phase armor
Armaments

  • 'Todesblock' 337mm plasma-sabot bazooka
  • 'Scylla' 580mm multi-phase energy cannon
  • 'Schlag' 125mm high-energy long-range beam cannon
  • shield ('Kaefer Zwei' 115mm dual ram cannon)

หนึ่งใน GAT-Xซีรีส์รุ่นใหม่ที่กลุ่มพันธมิตรโลกพัฒนาตามการสนับสนุนของสถาบันอัซราเอล คาลามิตีกันดั้มนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้ยิงโจมตีระยะไกลแบบบัสเตอร์กันดั้ม นอกจากจะใช้แขตเตอรีที่เก็บพลังงานได้มากขึ้นแล้ว คาลามิตีกันดั้มยังใช้เกราะ TP (Trance Phase) ซึ่งปรับปรุงมาจากเกราะ PSของ GAT-Xซีรีส์รุ่นแรกให้เป็นเกราะแบบมัลติเลเยอร์ซึ่งชั้นนอกนั้นเป็นเกราะธรรมดาที่ปิดทับบนเกราะ PS เมื่อถูกโจมตีนั้นเซนเซอร์บนเกราะชั้นนอกก็จะทำให้ชั้นเกราะ PSทำงานจึงทำให้ไม่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา เกราะ TPยังได้รับการออกแบบให้เปิดใช้งานเฉพาะส่วนที่ได้รับความเสียหายได้ จึงใช้พลังงานน้อยกว่าเกราะ PSมาก คาลามิตีกันดั้มจึงสามารถติดตั้งอาวุธที่มีอานุภาพสูงยิ่งกว่าบัสเตอร์กันดั้มได้ โดยด้านหลังของคาลามิตีกันดั้มนั้นติดตั้งบีมแคนน่อนกำลังสูง ชลาร์ก สองกระบอกไว้ด้านหลัง ที่หน้าอกติดตั้งปืนใหญ่ซิลลาซึ่งดัดแปลงมาจากของอีจิสกันดั้มซึ่งมีประโยชน์ที่ใช้ยิงป้องกันตัวจากศัตรูที่พยายามเข้าประชิดตัวด้านหน้าได้ดี ที่โล่มีบีมกันติดไว้สองกระบอก และมีอาวุธมือถือเป็นบาซูก้าแบบกระสุนฝาครอบพลาสมา เนื่องจากใช้อาวุธที่มีน้ำหนักมาก คาลามิตีกันดั้มจึงได้เสริมท่อขับดันไว้ตามตัวไม่ให้ช้าเกินไป ซึ่งท่อขับดันของคาลามิตีกันดั้มนั้นมีกำลังมากพอให้ใช้ลอยตัวเหนือพื้นได้ คาลามิตีกันดั้มนั้นยังไม่ได้ติดตั้ง OSที่คนทั่วไปใช้งานได้และใช้มนุษย์ดัดแปลงที่เรียกว่าบูสต์แมนเป็นนักบิน โดยคาลามิตีกันดั้มนั้นเป็น MSประจำตัวของออร์กา แซบนัค

กลุ่มพันธมิตรโลกยังได้มีโครงการดัดแปลงรูปแบบของคาลามิตีกันดั้มให้ผลิตใช้งานทั่วไป โดยเริ่มจากการดัดแปลงเป็น GAT-X133 ซอร์ดคาลามิตีซึ่งเปลี่ยนมาเป็น MSสำหรับต่อสู้ในระยะประชิดตัวแทนโดยใช้รูปแบบที่ดัดแปลงมาจากซอร์ดสไตรค์กันดั้มและปรับปรุงให้น้ำหนักเบาคล่องตัวขึ้น ที่แขนติดคีมแพนเซอร์ไอเซน ที่ขาติดมีดอาเมอร์ชไนเดอร์ และที่ไหล่ติดบูมเมอแรงบีม ส่วนอาวุธหลักนั้นได้เปลี่ยนชลาร์กเป็นดาบต่อต้านยานรบสองเล่มซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ใช้เป็นปืนเลเซอร์ในระยะไกลได้ และปืนซิลลาที่ลำตัวก็ถูกลดพลังลงมาเหลือ 70% ซอร์ดคาลามิตียังใช้ OSที่คนธรรมดาควบคุมได้ แต่แผนการผลิตคาลามิตีกันดั้มใช้งานทั่วไปนั่นก็ถูกยกเลิกและเปลี่ยนไปผลิตแด็กเกอร์แทน โดยที่ได้ผลิตซอร์ดคาลามิตีเพียงสามเครื่องเท่านั้น ซึ่งเครื่องที่มีชื่อเสียงนั้นเป็นของเอ็ดเวิร์ด ฮาเรลสัน ผู้มีฉายาว่า เอ็ดเดอะริปเปอร์

บริษัทแอ็คทายออนนั้นก็ได้ปรับปรุงรูปแบบของคาลามิตีกันดั้มโดยมีวาเลริโอ วาเลรีเป็นผู้ดูแลโครงการ เป็น GAT-X131B บลาวคาลามิตี โดยออกแบบให้มีพลังทำลายเป็นสองเท่าของคาลามิตีกันดั้ม ด้านหลังนั้นติดชลาร์กเพิ่มเป็นสี่กระบอก ที่ลำตัวติดซิลลาเพิ่มไว้ที่ท้องอีกกระบอก ส่วนโล่นั้นได้ย้ายไปติดไว้ที่ไหล่ให้หมุนปรับมิศทางได้และเพิ่มเป็นสองแผงซ้ายขวา ส่วนอาวุธมือถือนั้นเปลี่ยนมาเป็นโล่ประกอบปืนแก็ตลิ่งที่ดัดแปลงมากจากโล่ของ IWSPสองแผงโดยเอาบีมบูมเมอแรงออกไป เนื่องจากบลาวคาลามิตีนั้นหนักกว่าเดิมถึงสองเท่า วาเลริโอจึงได้เสริมท่อขับดันที่เกราะกระโปรงและขาเพื่อไม่ให้ความเร็วลดลงมามากนัก ในบรรดา GAT-Xซีรีส์ที่วาเลริโอเป็นผู้พัฒนานั้นมีเพียงบลาวคาลามิตีเท่านั้นที่สร้างขึ้นใหม่ตามแผนการเดิมของแอ็คทายออนและทำให้งบประมาณบานปลายจนต้องดัดแปลงอีกสองเครื่องที่เหลือจากรุ่นผลิตจำนวนมาก

gat-x133-ed.jpg

GAT-X133 Sword Calamity

First appearance Gundam SEED Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 18.26 m
Armor Trans Phase armor
Armaments

  • 'Armor Schneider' combat knife
  • 'Schwert Gewehr' anti-ship sword
  • 'Midas Messer' beam boomerang
  • 'Panzer Eisen' rocket anchor
  • 'Scylla' 580mm multi-phase energy cannon
gat-x133-rena.jpg

Unit 1

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License