MS/MAอื่นๆ
ms-50a.jpg

MS-50A Zaku 50

First appearance SD Gundam G Generation 0
Designer Junya Ishigaki
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • large beam saber
  • large mega particle cannon
  • large beam shield

MAซึ่งบริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์สร้างขึ้นเป็นที่ระลึก 50 ปีของการสิ้นสุดสงครามหนึ่งปี เนื่องจากสร้างขึ้นสำหรับอีเวนท์จึงให้ออกมาดูเหมือนหุ่นยนต์รุ่นเก่า โดยสร้างให้มีขนาดใหญ่เพื่อให้ขัดกับ MSขนาดเล็กที่เป็นที่แพร่หลายในขณะนั้น และมีรูปลักษณ์เก่าๆที่ไม่มีการใช้งานแล้วในสมัย UC 0130 ไม่ว่าจะเป็นเซนเซฮร์ตาแบบโมโนอายและสายเคเบิลเชื่อมต่อพลังงานด้านนอก ส่วนแขนนั้นเป็นถังเชื้อเพลิง และมีขาเป็นกรงเล็บคีมติดบีมเซเบอร์ขนาดใหญ่ ที่หน้าอกนั้นมีปืนใหญ่มหาอนุภาคติดอยู่และมีบีมชิลด์ขนาดใหญ่ไว้ป้องกันตัวซึ่งด้วยขนาดทำให้ทำงานเหมือนสนามพลัง Iฟิลด์เสียมากกว่า


gb-9700.jpg

GB-9700 Gundam Belphagor

First appearance SD Gundam G Generation F
Designer Junya Ishigaki
Head height 20 m
Weight 10.5 t
Armor luna titanium alloy
Special feature Flash system
Armaments

  • claw arm (large beam saber, beam gun)
  • heat wire
  • atomic scissor
  • sonic smasher cannon

หนึ่งในกันดั้มของสหพันธ์โลกซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่7 กันดั้มเบลเฟกอร์นั้นแตกต่างจากกันดั้มเครื่องอื่นๆเนื่องจากได้รับการออกแบบให้เป็น MSสำหรับให้นิวไทป์ต่อสู้กับนิวไทป์ด้วยกันโดยเฉพาะ กันดั้มเบลเฟกอร์มีสมรรถนะที่สูงกว่ากันดั้มเครื่องอื่นๆและใช้แฟลชซิสเต็มเพื่อให้นักบินที่เป็นนิวไทป์สามารถบังคับกันดั้มเบลเฟกอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ระบบของเบลเฟกอร์นั้นไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของนักบินเลย ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของนักบินที่บังคับเบลเฟกอร์นั้นต้องรับภาระหนักมากจากการใช้งานแฟลชซิสเต็มและแรงกดจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งสหพันธ์โลกก็ใช้งานนิวไทป์ที่เป็นนักบินของเบลเฟกอร์โดยไม่ต่างจากชิ้นส่วนหนึ่งที่ต้องคอยถอดเปลี่ยนหลีงเสื่อมสภาพเท่านั้น

แขนของกันดั้มเบลเฟกอร์มีแขนติดกรงเล็บกับบีมเซเบอร์ขนาดใหญ่และบีมกันพับไว้ที่ไหล่ ส่วนขามีคีมอตอมมิคซิสเซอร์พับไว้กับเข่า ที่ข้อมือของเบลเฟกอร์นั้นเก็บลวดความร้อนซึ่งใช้ยิงทำลายอาวุธบิต และที่ลำตัวก็ติดปืนคลื่นเสียง โซนิคสแมชเชอร์ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างได้ ซึ่งในยุคหลังสงครามนั้น สถาบันวิจัยนิวไทป์ของสหพันธ์โลกใหม่ก็ได้ใช้ข้อมูลของเบลเฟกอร์เป็นพื้นฐานในการสร้างกันดั้มเวอร์ซาโกและกันดั้มแอชทารอน


centurio.jpg

Centurior

First appearance SD Gundam G Generation DS
Special feature Realm Dominatus
Armaments

  • wing (Blade Luminarium/Launcher Geminus)

Armaments

  • Field Emperium
  • Deus ex Machina

MSออริจินัลจาก SD G Generation DS และไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์จริงของ UC เซนจูริโอเป็น MSที่นักวิจัยของซีอ้อนซึ่งเหลือรอดจากสงครามหนึ่งปีพัฒนาเป็นการลับๆโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาจากเทิร์นเอกันดั้มกับเทิร์น X และสามารถเรียกได้ว่าเป็น MSแบบเทิร์นรุ่นผลิตจำนวนมากซึ่งสร้างจากนาโนมาชีนทั้งตัว รอบตัวเซนจูริโอมีวงแหวนเรลุม โดมินาทัสลอยอยู่ซึ่งบนวงแหวนนี้จะมีปีกติดอยู่ ปีกของเซนจูริโอนั้นจะเปลี่ยนสภาพเป็นดาบนาโนมาชีน เบลดลูมินาเรียม หรือประกอบกันสองอันเป็นปืนลันเชอร์เจมินัสซึ่งสามารถยิงได้ทั้งกระสุนและบีม ในเวลาปกตินั้นแขนของเซนจูริโอจะพับเก็บไว้จนเมื่อใช้อาวุธจึงกางแขนออกมา เซนจูริโอนั้นมีรุ่นพลทหารคือเซนจูริโอ อาวซิเลียสซึ่งมีสามปีก ส่วนรุ่นที่พัฒนาขึ้นคือเซนจูริโอ เลกาทุสจะมีห้าปีกและสามารถปล่อยปีกออกไปกระจายนาโนมาชีนเหมือนผีเสื้อแสงจันทร์เป็นฟิลด์อิมเพอเรียมได้ และเซนจูริโอ คอนสราเลซึ่งมีเจ็ดปีกนั้นสามารถร่วมกันใช้ เดอุสเอ็กมาคินา ที่แผ่นาโนมาชีนออกไปเป็นบริเวณกว้างยิ่งกว่าฟิลด์อิมเพอเรียมได้

นักบินของเซนจูริโอนั้นเป็นมนุษย์ดัดแปลงที่เรียกว่าเลกิออนซึ่งมีสมรรถนะทางกายที่เทียบได้กับโคออร์ดิเนเตอร์และมีพลังจิตแบบนิวไทป์ และในเวลาคับขันนั้นระดับความสามารถของเลกิออนก็จะสูงขึ้นไปอีกด้วยความสามารถโอเวอร์บูสต์ เลกิออนทั้งหมดนั้นสร้างด้วยกระบวนการโคลนนิงและมีจิตสำนึกรวมโดยมีนอร์มา เลกิโอ เป็นเหมือนหัวหน้าหน่วย ซึ่งนอร์มาเองนั้นมีเซนจูริโอของตนเองคือเซนจูริโอ อินเพอเรเตอร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคอนสราเลแต่มีสมรรถนะสูงกว่า นอกจากนั้นก็มีเซนจูริโอ ไทรอา ซึ่งเป็นเครื่องต้นแบบเครื่องแรกของเซนจูริโอและเป็นแบบไร้คนบังคับ ไทรอานั้นปรากฏตัวครั้งแรกโดยเข้าช่วยเหลือ ดี ทริเอล ในการต่อสู้กับเซนจูริโอ อาวซิเลียส ซึ่งทริเอลหรือเซโนเซียนั้นแท้จริงแล้วเป็นเลกิออนซึ่งเป็นต้นแบบของพวกนอร์มาแต่ได้รับความช่วยเหลือจากนักวิจัยให้หนีไปได้และเข้ากับเอวโก

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License