
God Gravion
First appearance Gravion
Designer Kunio Okawara
Armaments
- graviton sword
- graviton pressure punch/graviton tornado punch
- graviton wiper
- gravity vulcan
- graviton laser
- graviton buster
- graviton missile
- graviton rifle
- gravity crescent
- Chojuken
Special attacks
- Graviton Clash
- Graviton Arc
- Chojuzan
หุ่นยนต์ของทีมแกรนไนท์ที่มหาเศรษฐี ไคลน์ แซนด์แมน พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ต่อสู้กับผู้รุกรานลึกลับ เซลาไวร์ กราเวียนนั้นมีแกนหลักคือหุ่นยนต์ แกรนไกเซอร์ ของ เทนคูจิ โทกะ ซึ่งแซนด์แมนรับมาอุปการะจากสถานเด็กกำพร้าและฝึกฝนให้เป็นนักบินของแกรนไกเซอร์ตั้งแต่เด็ก แกรนไกเซอร์นั้นสามารถสร้างสนามพลังงานแรงโน้มถ่วง (เออร์โกฟอร์ม) ซึ่งจะเพิ่มพลังให้พาหนะสนับสนุน แกรนดีวา สี่ลำ และประกอบกันเป็น ก็อดกราเวียน โดยยาน G สไตรเกอร์กับ G แอ็ทแท็คเกอร์จะประกอบกับขาแต่ละข้าง รถสว่าน G ดริลเลอร์ จะแยกเป็นสองส่วนแล้วประกอบเป็นแขนทั้งสองข้าง และยาน G ชาโดว์ จะสวมเป็นเกราะอก ก็อดกราเวียนนั้นมีอาวุธอยู่มากมายเพื่อใช้ตอบโต้เซลาไวร์ที่สามารถพัฒนาตนเองและมีความต้านทานต่ออาวุธที่เคยพ่ายแพ้มาแล้ว โดยสามารถยิงอาวุธปืนและมิสไซล์ทั้งหมดที่ติดอยู่กับแกรนดีวาได้ และก็สามารถดึงปืน กราวิตอนไรเฟิล ที่เก็บไว้ใน G แอ็ทแท็คเกอร์ออกมาได้โดยมิซึกิ ทาจิบานะซึ่งเป็นนักบินของ G แอ็ทแท็คเกอร์จะเป็นผู้เล็งยิงเอง ที่หน้าอกมีแส้แสง กราวิตอนไวเปอร์ ส่วนที่เหมือนผลึกก็สามารถแยกออกมาและกางออกเป็นดาบกราวิตอนซอร์ด ส่วนแขนที่แปลงมาจาก G ดริลเลอร์นั้นสามารถยิงออกไปเป็นหมัดจรวด กราวิตอนเพรชเชอร์พันช์ และก็สามารถเพิ่มอานุภาพขึ้นไปอีกโดยเก็บส่วนมือและยืดสว่านออกมาก่อนยิงออกไปเป็น กราวิตอนทอร์นาโดพันช์ ท่าไม้ตายของก็อดกราเวียนนั้นประกอบด้วยท่าตีเข่ากลางอากาศ กราวิตอนแคลช รวมพลังงานยิงออกไปเป็นลำแสงอานุภาพสูง กราวิตอนอาร์ค และ แยกส่วนปีกของยาน G ชาโดว์ออกมาจากเกราะอกเป็นบูมเมอแรง กราวิตีเครสเซนท์ ก่อนประจุพลังงานแรงโน้มถ่วงแล้วขว้างออกไป ก็อดกราเวียนนั้นสามารถต่อสู้ได้เป็นเวลาจำกัดเนื่องจากแกรนดีวาสามารถรับพลังงานแรงโน้มถ่วงจากแกรนไกเซอร์ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อระดับพลังงานของแกรนดีวาถึงจุดวิกฤตก็อดกราเวียนก็จะแยกร่างเอง (เออร์โกเบรค) แม้ว่าแกรนไกเซอร์จะมีอาวุธของตัวเองอย่างปืนกลแก็ตลิงแต่เนื่องจากอาวุธเหล่านี้ไม่สามารถทนพลังงานแรงโน้มถ่วงได้จึงไม่มีอานุภาพนักและปกติแล้วแกรนไกเซอร์ก็จะต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท่านั้น แกรนไกเซอร์นั้นแม้จะบินได้ด้วยความจำเป็นในการประกอบร่างเป็นก็อดกราเวียนแต่ก็นับว่าไม่เหมาะจะบินเป็นเวลานาน แกรนดีวาสามารถทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ แกรนแฟนธอมซิสเต็ม แต่จะมีประสิทธิภาพลดลงมาจากนักบินบังคับประมาณ 10% และเมื่อประกอบเป็นก็อดกราเวียนแล้วโทกะจะต้องควบคุมระบบอาวุธในส่วนที่นักบินขาดไปด้วยตนเองความแม่นยำจึงลดลงไปด้วย ส่วนแกรนไกเซอร์นั้นหากว่าคนอื่นนอกจากโทกะที่ฝึกใช้งานมาตั้งแต่เด็กเป็นนักบินแทนแล้วร่างกายก็จะรับภาระถึงขั้นบาดเจ็บได้ ในการต่อสู้กับฮิวเดล ซึ่งเป็นเซลาไวร์ที่เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อกำจัดกราเวียนโดยเฉพาะแทนการกวาดล้างมนุษย์แบบเซลาไวร์ที่ปรากฏตัวก่อนหน้านั้นจึงมีความต้านทานอาวุธทั้งหมดของก็อดกราเวียนรวมถึงดาบกราวิตอนเบรคเกอร์ที่เพิ่งสร้างใหม่ แซนด์แมนก็ได้เรียกดาบ โชจูเค็น มาจากดวงจันทร์ให้ก็อดกราเวียนใช้งาน ซึ่งเมื่อใช้โชจูเค็นนั้นส่วนหน้าของก็อดกราเวียนก็จะกางหน้ากากออกมาสวมปิดปากไว้และสามารถใช้ดาบท่าไม้ตาย โชจูซัน โดยยิงพายุพลังงาน เออร์โกสตอร์ม ออกไปกักการเคลื่อนไหวของศัตรูก่อนกระโดดฟันจากกลางอากาศ โชจูเค็นนั้นนับว่าเป็นอาวุธที่มีอานุภาพสูงสุดของก็อดกราเวียนแต่หลังจากที่ใช้โชจูซันพลังงานของแกรนดีวาถึงจุดวิกฤตในทันทีด้วยเช่นกัน
ตัวจริงของแซนด์แมนนั้นเป็นมนุษย์ดาวแลมเบียส ซีก เอริคไมเยอร์ ซึ่งในอดีตนั้นชาวดาวแลมเบียสได้ทำสงครามอย่างยืดเยื้อกับดาวเซเรียส และซีกซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้วิจัยพลังงานแรงโน้มถ่วงก็ได้สร้างหุ่นยนต์ แกรนซิกมา ด้วยความตั้งใจจะใช้ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสียหายอย่างหนักจากสงครามของดาวทั้งสอง แต่ฮิวกี เซลาไวร์ ซึ่งเป็นพี่เขยของซีกนั้นได้พัฒนาระบบเจโนไซดรอนที่สามารถยุติสงครามโดยการทำลายดาวเซเรียสให้สิ้นซากได้ ซีกพยายามใช้แกรนซิกมาหยุดยั้งเจโนไซดรอนซิสเต็มแต่เมื่อทำลายระบบควบคุมของเจโนไซดรอนซิสเต็มก็กลายเป็นว่าทำให้ระบบหลุดจากการควบคุมโดยสมบูรณ์แบบและดวงดาวทั้งสองก็ถูกเจโนไซดรอนซิสเต็มที่ต่อมานั้นเรียกว่าเซลาไวร์ทำลายไป เมื่อซีกมาถึงโลกนั้นก็รู้ว่าเซลาไวร์จะมาที่โลกนี้ในอนาคตด้วยเช่นกันจึงได้ใช้ฐานะของไคลน์ แซนด์แมนและเตรียมตัวรอรับมือเซลาไวร์ แกรนไกเซอร์นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นรุ่นจำลองที่มีพลังต่ำกว่าแกรนซิกมา ตาข้างซ้ายของแกรนซิกมานั้นแตกไปในตอนที่พยายามหยุดเจโนไซดรอนซิสเต็มโดยที่แซนด์แมนปล่อยไว้อย่างนั้นเพื่อเตือนใจถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ของตนเอง ซึ่งในตอนที่เซลาไวร์เริ่มโจมตีโลกนั้นแซนด์แมนก็ได้เก็บแกรนซิกมาไว้ในฐานลับบนดวงจันทร์พร้อมกับไซบอร์กโปรโตแกรนดีวา เอย์นาซไว ซึ่งเป็นร่างต้นที่หลับอยู่ของเอย์นาที่เป็นนักบินคนหนึ่งของ G ดริลเลอร์ จนกระทั่งเมื่อเอย์นาได้สละตนเองเพื่อปกป้องโทกะในการต่อสู้กับซาโรกรอส ข้อมูลความจำทั้งหมดของเอย์นาจึงได้ถ่ายอดไปยังเอย์นาซไวให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่แทน โดยเอย์นาซไวนั้นปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกับ โซลซิกมากราเวียน ซึ่งก็คือแกรนซิกมาที่ประกอบกับโซลแกรนดีวา ยานสนับสนุนที่พัฒนามาจากแกรนดีวา และเข้าช่วยพวกโทกะที่กำลังย่ำแย่ในการต่อสู้กับกองทัพเซลาไวร์ พลังของแกรนซิกมาที่เดิมทีนั้นได้รับการออกแบบให้ฟื้นฟูสภาพของดาวเคราะห์ทั้งดวงนั้นทำให้มีพลังที่เหนือกว่าก็อดกราเวียนอย่างมาก (โชจูเค็นนั้นแท้จริงแล้วก็เป็นดาบที่หน้าอกของโซลซิกมากราเวียน) แต่ระดับพลังของโซลซิกมากราเวียนก็นับว่าอาจจะทำลายโลกไปด้วยตนเองได้ หลังจากนั้นจึงให้แกรนไนท์ย้ายมาใช้โซลแกรนดีวาประกอบกับแกรนไกเซอร์เป็น โซลกราเวียน แทน โดยใช้ยาน Geo คาลิเบอร์ กับ Geo สติงเกอร์ ประกอบกับขา ยาน Geo จาเวลิน แยกประกอบเป็นแขน และ ยาน Geo มิราจประกอบเป็นเกราะอกและหน้ากาก ยาน Geo มิราจนั้นสามารถสร้างสนามพลังแรงโน้มถ่วงได้ด้วยตนเองเพื่อช่วยลดภาระของโทกะในตอนที่ประกอบร่างได้ เนื่องจากประเมินว่าริล เซลาไวร์ซึ่งเป็นนักบินเดิมของ G ชาโดว์นั้นจะไม่สามารถใช้งาน Geo มิราจได้จึงให้สลับกับชิกุเระ เอย์จิ นักบินของ G สไตรเกอร์ที่เคยบังคับแกรนไกเซอร์แทนโทกะมาแล้วแทน โซลแกรนดีวายังสามารถประกอบกันเองเป็นยาน G กลาดิอุส ซึ่งในสภาพนี้ก็ยังคงสามารถใช้งานอาวุธทั้งหมดนอกจากโชจูเค็นได้และด้วยความสามารถในการสร้างสนามพลังแรงโน้มถ่วงจึงสามารถบรรทุกแกรนไกเซอร์บินได้ด้วยความเร็วสูง หมัดของโซลกราเวียนยังคงยิงออกไปเป็น โซลกราวิตอนครัชเชอร์พันช์ ได้ และเมื่อประกอบหมัดทั้งสองแล้วยิงออกไปก็จะเป็นท่าหมัดควงสว่าน โซลกราวิตอนสไปรัลครัชเชอร์พันช์ สว่านที่ติดอยู่กับแขนซ้ายสามารถหมุนด้วยความเร็วสูงเป็นเปลวไฟก่อนทะลวงศัตรู โซลกราวิตอนบริงเกอร์ และมีปืนใหญ่โซลกราวิตอนแคนน่อนสองกระบอกประทับบ่า ซึ่งเมื่อรวมพลังงานยิงออกไปก็จะเป็น โซลกราวิตอนโนวา และเมื่อใช้โชจูเค็นนั้นนอกจากจะใช้เออร์โกสตอร์มหยุดการเคลื่อนไหวก่อนใช้โชจูซันแล้วยังสามารถใช้เออร์โกสตอร์มทำลายศัตรูในตอนที่แทงอยู่ได้ด้วย
สหพันธ์โลกนั้นได้ข้อมูลของก็อดกราเวียนจากมิซึกิซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสายลับของสหพันธ์และสร้างเป็น แกรนทรูเปอร์ จำนวนห้าเครื่องของทีม G ทรูเปอร์ ซึ่งก็สามารถนับได้ว่าเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากของก็อดกราเวียน แกรนทรูเปอร์นั้นได้รับการออกแบบให้แต่ละเครื่องสามารถแปลงร่างเป็นยานได้และทำงานเป็นทีมโดยใช้อาวุธที่แตกต่างกันไป โดยมีเครื่องจ่าฝูงเป็นของ เฟยซิงลู่ ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมสถานเด็กกำพร้าที่สนิทกับโทกะและแซนด์แมน ซึ่งส่วนปีกที่ไหล่แกรนทรูเปอร์ของเฟยนั้นสามารถถอดออกมาและประกอบกันเป็นบูมเมอแรง กราวิตีแรง หรือใช้เป็นธนูยิงศรแสง กราวิตีแอร์โร ได้ และมีท่าไม้ตายคือ ไลท์นิงเดโทเนเตอร์ ซึ่งแกรนทรูเปอร์อีกสี่เครื่องจะเชื่อมระบบพลังงานถ่ายทอดมาให้เฟยยิงออกไปเป็นลำแสงที่มีอานุภาพเป็น 150% ของกราวิตอนอาร์ค และในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับเซลาไวร์นั้น แซนด์แมนก็ได้ดัดแปลงแกรนดีวาและประกอบกับแกรนซิกมาเป็น ก็อดซิกมากราเวียน ร่วมในการต่อสู้ด้วยตนเอง ซึ่งแม้ว่าแกรนดีวาจะใช้แกรนแฟนธอมซิสเต็มทั้งหมดแต่ด้วยพลังของแกรนซิกมาและฝีมือบังคับของแซนด์แมนจึงนับว่ามีพลังในการต่อสู้ที่ทัดเทียมกับโซลกราเวียน โดยมีอาวุธใหม่เป็นหอกที่นำมาประกอบแบบสองปลาย กราวิตอนแลนเซอร์ แทนโชจูเค็นที่กลับไปอยู่กับโซลกราเวียนแล้ว โซลกราเวียนกับก็อดซิกมากราเวียนยังสามารถแยกร่างแล้วประกอบกันใหม่โดยใช้ชิ้นส่วนทั้งหมดเป็น อัลติเมทกราเวียน ได้ ซึ่งในสภาพนี้นั้นเมื่อได้รับพลังงานแรงโน้มถ่วงจากยานกราวิกอลัสก็จะประจุเข้าไปในโชจูเค็นและฟันเป็นท่า โชจูเอ็นโอซัน ซึ่งสามารถทำลายได้แม้แต่โกมาซึ่งเป็นแกนของเซลาไวร์และมีพลังงานทั้งหมดของดาวเซเรียสกับแลมเบียสที่ถูกทำลายไปแล้วในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

Grankaiser

Gran Σ
First appearance Gravion Zwei





