จิกันสคูโด
gs-1.jpg

GS-01 Giganscudo

First appearance Super Robot Wars: Original Generation
Designer Seiji Ono
Overall height 70.3 m
Weight 451.9 t
Special feature Tesla drive, AB field
Armaments

  • giga wide blaster
  • giga circle blaster
  • sheath shield

อาวุธขนาดยักษ์ซึ่งเดิมนั้นสหพันธ์โลกได้พัฒนาเพื่อใช้ในการปราบปรามการเรียกร้องอิสรภาพของชาวโคโลนีแต่ก็ถูกกลุ่มก่อการร้ายขโมยไปเก็บไว้ในโคโลนีโฮป และสหพันธ์ก็ใช้กำลังบุกชิงจิกันสคูโดคืนโดยไม่สนใจความเสียหายต่อพลเรือนทำให้ชาวโคโลนีส่วนใหญ่เสียชีวิต เหตุการณ์ที่โฮปนี้ทำให้จิกันสคูโดเป็นที่เกลียดชังของชาวโคโลนี ต่อมานั้นจินกันสคูโดก็ได้ประจำบนยานฮิริวเป็นกำลังคุ้มกันในภารกิจเดินทางสำรวจอวกาศแต่ก็ถูกฝูงเมกิลอทของแอโรเกเตอร์โจมตีระหว่างที่อยู่ในวงโครจรของดาวพลูโตจนต้องกลับโลกก่อนกำหนดในสภาพที่เสียหายอย่างหนัก ซึ่งหลังจากนั้นจิกันสคูโดก็ได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงโดยศจ.โจนาธาน คาซาฮาระ กับ ศจ.มาเรียน ราดัม ให้เป็นซูเปอร์โรบ็อตแบบมนุษย์ขนาดใหญ่กว่า 70 เมตรโดยติดแขนขาเข้าไปพร้อมกับเทสลาไดรฟ์ให้บินได้ ซึ่งในช่วงสงคราม DCนั้น ทาสุคุ ชินงูจิได้นำจิกันสคูโดออกไปใช้งานเพื่อป้องกันฮิริวรุ่นปรับปรุงจากการโจมตีของกรุนกัสต์เรชิกิ ซึ่งแม้ว่าทาสุคุจะมีปัญหาสภาพร่างกายที่ทำให้ไม่ผ่านการทดสอบนักบิน PTแต่ก็ใช้งานจิกันสคูโดได้ดีเกินคาดจึงให้เป็นหุ่นยนต์ประจำตัวทาสุคุต่อมา

จิกันสคูโดนั้นนอกจากจะมีเกราะหนาแล้วยังมีสนามพลังต่อต้านบีม ที่หน้าอกสามารถยิงลำแสงกิกาไวด์บลาสเตอร์ออกไปได้และที่ไหล่กับเข่าก็สามารถยิงกิกาเซอเคิลบลาสเตอร์ออกไปทำลายศัตรูเป็นวงกว้างรอบตัวได้ แขนทั้งสองข้างของจิกันสคูโดติดตั้งโล่ขนาดใหญ่ซึ่งที่ปลายโล่สามารถปล่อยพลังงานออกมาโจมตีศัตรูได้ ท่าไม้ตายของจิกันสดูโดก็คือ จิกันเตอุลากาโน ซึ่งเปิดสนามพลังป้องกันตัวแล้วใช้ขนาดที่ใหญ่โตกระแทกศัตรูเต็มกำลัง ข้อบกพร่องของจิกันสคูโดก็คือนอกจากขนาดอันใหญ่จะทำให้ช้ามากแล้วระบบบังคับของจิกันสคูโดซึ่งเป็นแบบเก่าตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการพัฒนาหุ่นยนต์แบบมนุษย์ยังทำให้บังคับได้ยากและไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อนได้

หลังสงคราม L5 จิกันสคูโดและยานฮิริวรุ่นปรับปรุงก็ออกเดินทางไปยังแถบดาวเคราะน้อยอิคารอส และทาสุคุก็ได้ปรับปรุงจิกันสคูโดตามแผนการที่ศจ.มาเรียนออกแบบไว้ให้เป็น GS-1D จิกันสคูโดดูโร ซึ่งเพิ่มพลังป้องกันของจิกันสคูโดให้สูงขึ้นไปพร้อมกับพลังโจมตี โล่ติดแขนทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นกรงเล็บติดสายเคเบิลขนาดยักษ์ ซึ่งในเวลาที่ใช้เป็นอาวุธชกศัตรูนั้นกรงเล็บจะหุบเข้าหากันเหมือนปลายหอกและสามารถปล่อยออกไปจับตัวศัตรูจากระยะห่างได้ จิกันสคูโดดูโรยังติดตั้งระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงไว้ซึ่งจิกันสคูโดนั้นมีกำลังพอให้สร้าง Gเทอริทอรีได้และกิกาเซอเคิลบลาสเตอร์ก็มีอานุภาพสูงขึ้น ส่วนข้อต่อเปลี่ยนเป็นแบบ TGCเหมือนกรุนกัสต์เพื่อลดแรงกดดัน ท่าไม้ตาย จิกันเตอุนเกีย นั้นจะใช้กรงเล็บจับศัตรูจากระยะห่างแล้วดึงเข้ามากระแทกกับ Gเทอริทอรี
ในการต่อสู้ที่เอิร์ธเครเดิล อาชิบัลด์ กริมส์ก็ได้ใช้ จิกันสปาดา หรือจิกันสคูโดที่มาจากมิติคู่ขนานของชาโดว์มิเรอร์ซึ่งยานฮิริวไม่ได้ถูกแอโรเกเตอร์โจมตีระหว่างการสำรวจอวกาศ จิกันสปาดาจึงมีลักษณะใกล้เคียงกับจิกันสคูโดก่อนที่จะได้รับการดัดแปลงและดูเหมือนป้องปืนเคลื่อนที่มากกว่าโดยไม่มีขาและมีปืนใหญ่ จิกันเตคาโนน สี่กระบอกติดไว้แทนแขนทั้งสองข้าง ที่หน้าอกยังมีกิกาไวด์บลาสเตอร์และติดตั้งมิสไซล์เป็นอาวุธเสริม นอกจากเครื่องของอาชิบัลด์แล้ว ชาโดว์มิเรอร์ยังใช้ข้อมูลของจิกันสปาดาผลิตเพิ่มหลังจากที่ร่วมมือกับมนุษย์ต่างดาวอินสเป็คเตอร์

gs-1d.jpg

GS-01D Giganscudo Duro

First appearance Super Robot Wars: Original Generation 2
Designer Seiji Ono
Overall height 70.3 m
Weight 487 t
Special feature Tesla drive, G-Territory
Armaments

  • sheath anchor
  • giga wide blaster
  • giga circle blaster
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License