กันดั้มเลโอปาร์ด
gt-9600.jpg

GT-9600 Gundam Leopard

First appearance After War Gundam X
Designer Kunio Okawara
Head height 16.8 m
Base weight 8.5 t
Armor lunar titanium alloy
Special feature Flash system
Armaments

  • beam knife
  • head vulcan gun
  • head cannon
  • breast gatling gun
  • grenade launcher
  • shoulder missile
  • hornet missile
  • inner arm gatling gun
  • 4-tube separate missile pod

หนึ่งในกันดั้มของสหพันธ์โลกซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่7 จึงมีระบบแฟลชซิสเต็มซึ่งเป็นระบบไซคอมมิวที่ใช้ควบคุมโมบิลบิท หุ่นยนต์ไร้คนบังคับซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยพลังจิตของนิวไทป์ กันดั้มเลโอปาร์ดนั้นได้รับการออกแบบให้ติดตั้งอาวุธหนักไว้มากที่สุดและเป็นกันดั้มรุ่นเดียวในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่เจ็ดซึ่งไม่สามารถบินได้แต่ติดล้อไว้ใต้เท้าเพื่อให้สามารถแล่นไปตามพื้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหัวนั้นนอกจากปืนวัลแคนแล้วยังมีปืนขนาดใหญ่กว่าติดตั้วไว้ด้วย ที่แขนขวาติดตั้งเกรเน็ดลันเชอร์ขนาดเล็กใหญ่รวมหกลำกล้อง ที่หน้าอกสามารถเปิดออกเพื่อยิงปืนแก็ตลิ่งสองกระบอกได้ เกราะไหล่ด้านขวานั้นก็เปิดออกเป็นมิสไซล์ลันเชอร์แปดลำกล้องได้โดยที่ใต้ฝาครอบเกราะไหล่ยังมีติดไว้อีกสามนัด เกราะหน้าแข้งก็สามารถเปิดออกเพื่อยิงฮอร์เนทมิสไซล์ซึ่งนำวีถีด้วยอินฟราเรดได้ และขาทั้งสองข้างสามารถเปิดออกเพื่อยิงมิสไซล์ได้ ซึ่งที่ขาจะเป็นแบบฮอร์เนตมิสไซล์ซึ่งนำวิถีด้วยอินฟราเรด อาวุธหลักของกันดั้มเลโอปาร์ดนั้นก็คืออินเนอร์อาร์มแก็ตลิ่งซึ่งเป็นบีมแก็ตลิ่งกันขนาดใหญ่ที่แบ็คแพ็คซึ่งเวลาใช้งานจะสวมกับแขนซ้ายทั้งข้างและระบบจะปรับการจ่ายพลังงานและทำให้ความคล่องตัวของกันดั้มเลโอปาร์ดอยู่ในระดับเดิม ส่วนในระยะประชิดนั้นมีมีดบีมเป็นอาวุธ

กันดั้มเลโอปาร์ดที่หลงเหลือมาถึงสมัยหลังสงครามนั้นเป็นของรอบบี รอย วัลเจอร์ที่จามิล นีทว่าจ้างระยะยาวให้คุ้มกันยานฟรีเดน ซึ่งรอบบีก็ได้กันดั้มเลโอปาร์ดมาจากคนรักที่ตายไปแล้ว ในช่วงที่ประจำอยู่บนฟรีเดนนี้ คิด ซาลซามิล หัวหน้าช่างของฟรีเดนก็สร้างอุปกรณ์เสริมให้อีก โดยในการสู้รบที่ฟอร์ทเซเวิร์นนั้นได้สร้างสโนว์แดชเชอร์สำหรับสวมที่เท้าเหมือนสกีขนาดเล็กสำหรับใช้ในพื้นที่หิมะ และต่อมาก็เพิ่มมิสไซล์พ็อดแบบสี่กล้องติดขา พาร์ทเสริมอีกอย่างก็คือ S-1ยูนิต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาจากเรือดำน้ำให้กันดั้มเลโอปาร์ดสามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้ โดยติดตั้งตอร์ปิโด เซนเซอร์และระบบโซนาร์ไว้ด้านหลัง อินเนอร์อาร์มแก็ตลิ่งก็เปลี่ยนเป็นยิงตอร์ปิโด เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วกันดั้มเลโอปาร์ดก็จะสามารถถอดพาร์ทด้านหลังทิ้งไปได้และต่อสู้ต่อโดยใช้เกรเน็ดลันเชอร์กับปืนแก็ตลิ่งที่หน้าอก กันดั้มเลโอปาร์ดได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับ NRX-010 กาเบิล ซึ่งคิดก็ได้ซ่อมและดัดแปลงเป็น GT-9600-D กันดั้มเลโอปาร์ดเดสทรอยให้มีพลังทำลายที่สูงขึ้นกว่าเดิมอีก โดยอินเนอร์อาร์มแก็ตลิ่งนั้นถูกเปลี่ยนเป็นทวินบีมไซลินเดอร์ซึ่งประกอบด้วยบีมแก็ตลิ่งสวมแขนขวากับบีมกันแบบต่างๆกันสวมแขนซ้าย ทวินบีมไซลินเดอร์แต่ละข้างนั้นมีอานุภาพที่เทียบได้กับอินเนอร์อาร์มแก็ตลิ่งแต่กะทัดรัดใช้งานได้ง่ายกว่ามาก เกรเน็ดลันเชอร์ก็เปลี่ยนเป็นบีมกันขนาดต่างๆกันติดข้อมือขวา มิสไซล์ลันเชอร์ในไหล่ขวาถูกเอาออกแต่เพิ่มมิสไซล์ลันเชอร์ขนาดใหญ่ติดไว้ด้านนอกของไหล่ซ้ายแทนและที่ไหล่ขวาก็ติดบีมแคนน่อนแฝดซึ่งหมุนยิงได้รอบทิศทางไว้ ด้านบนบ่าทั้งสองข้างมีโชลเดอร์ลันเชอร์รวมสี่กระบอก ปืนติดหัวก็เปลี่ยนเป็นบีมกัน และมีขวานความร้อนเป็นอาวุธระยะประชิดที่ไม่เคยใช้งาน

ใน Gundam X Hyper Guide ยังมีดีไซน์ของเลโอปาร์ดที่คิดออกแบบไว้แต่ไม่ได้ใช้งานคือ เลโอไดเวอร์ ซึ่งเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ในน้ำให้มากกว่าเดิมด้วยตอร์ปิโดลันเชอร์จำนวนมาก ฉมวก และใช้แขนเป็นกรงเล็บแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งติดบีมกันไว้ แต่แทบไม่สามารถใช้งานบนบกได้ เลโอแทงก์ ซึ่งเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ระยะไกลขึ้นหลายเท่า โดยเปลี่ยนส่วนขาเป็นตีนตะขาบรถถังให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น จึงสามารถติดอาวุธหนักไว้ได้มากกว่าเดิม ซึ่งถ้าใช้งานเลโอปาร์ดแบบปกติที่จะช่วยยิงสนับสนุนให้กันดั้มเครื่องอื่นๆก็นับว่าไม่มีปัญหา แต่จะไม่สามารถใช้งานแบบเดี่ยวได้ และ เลโอปาร์ดไออ้อน ที่เปลี่ยนมาเน้นการต่อสู้ในระยะประชิดด้วยลูกตุ้มขนาดใหญ่ โดยเสริมเกราะตามตัวให้หนักขึ้นและติดตั้งเครื่องยนต์พลาสม่าสองเครื่องไว้ด้านหลัง ทำให้เลโอปาร์ดมีกำลังและความแข็งแกร่งพอที่จะใช้ลูกตุ้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นอกจากจุดอ่อนที่ไม่มีอาวุธระยะไกลนอกจากเกรเน็ดแล้ว เกราะที่เสริมเข้าไปนั้นยังทำให้เลโอปาร์ดไออ้อนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากอีกด้วย

ในภาคบิลด์ไฟเตอร์ทรายยังมี GT-9600-DV กันดั้มเลโอปาร์ดดาวินชี (ตั้งตามลีโอนาร์โด ดาวินชีโดยไม่มีเหตุผลอะไร) ซึ่งเป็นกันพลาที่สุกะ อากิระ "สปีดดีสเล็กกา" ดัดแปลงมาจากกันดั้มเลโอปาร์ดให้เข้ากับสไตล์ของตนเอง โดยอากิระได้เอาอาวุธติดตั้งภายในเกือบทั้งหมดออกไปเหลือเพียงวัลแคนและปืนติดหัวกับอินเนอร์อาร์มแก็ตลิ่งซึ่งเปลี่ยนเป็นไฮเปอร์บีมแก็ตลิ่งติดแบ็คแพ็ค ทำให้รูปร่างเพรียวสมส่วนและคล่องตัวขึ้น แม้ว่าจะไม่มีมีดบีมแล้วแต่ก็ชดเชยได้ด้วยฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้ของอากิระ กันดั้มเลโอปาร์ดดาวินชียังมีฮาร์ดพ้อยน์ไว้ติดตั้งอาวุธเสริมที่ไหล่และขา ซึ่งในตอนที่อากิระร่วมในการต่อสู้ที่บานปลายเมย์จินคัพนั้นได้ติดมิสไซล์พ็อดห้าลำกล้องไว้กับไหล่ขวา และใช้บีมไรเฟิลซึ่งมีลูกซองบีมเป็นลำกล้องที่สองเป็นอาวุธมือถือ ซึ่งรุปแบบนี้เป็นแบบอาวุธเบาที่เน้นความคล่องตัว ถ้าใช้รูปแบบอาวุธหนักซึ่งเน้นพลังทำลายนั้นก็จะเพิ่มมิสไซล์พ็อดและย้ายไปติดไว้กับขาทั้งสองข้าง พร้อมกับติดบีมแคนน่อนแฝดไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างและเพิ่มไฮเปอร์บีมแก็ตลิ่งให้สามารถยิงได้ทั้งสองมือ

gt-9600-s1.jpg

Equipped with S-1 Unit

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License