ราวน์เฟสเซอร์

H8 Roundfacer

First appearance Fang of the Sun Dougram
Designer Kunio Okawara
Overall height 10.02 m
Base weight 29.965 t Full weight 30.669 t
Generator output 54 point
Armaments

  • 25 mm chaingun
  • mag launcher
  • hand linear gun
  • 9-tube missile pod
  • shield

CBอาเมอร์ของบริษัทโซลติคและเป็น CBอาเมอร์รุ่นแรกที่มีรูปร่างแบบมนุษย์ ชื่อราวน์เฟสเซอร์นั้นมาจากที่ค็อกพิตส่วนหัวมีลักษณะเป็นรอบแก้วโค้งแบบเฮลิคอปเตอร์ให้มีมุมมองที่กว้าง เนื่องจากดาวเดรอยเยอร์นั้นถูกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเนบิวลา Xทำให้ระบบคอมพิวเตอร์รวน ระบบบังคับของราวน์เฟสเซอร์จึงไม่มีระบบคอมพิวเตอร์สนับสนุนและได้เลือกใช้ระบบควบคุมที่คล้ายกับเครื่องบินรุ่นเก่าเพื่อให้ใช้งานได้ไม่ยากนัก อาวุธหลักของราวน์เฟสเซอร์นั้นเป็นปืนมือถือซึ่งเลือกได้ระหว่างลิเนียร์กันกับแม็กลันเชอร์ซึ่งมีอานุภาพน้อยกว่าแต่ไม่ใช้พลังงานจากตัวเครื่อง เสริมด้วยมิสไซล์พ็อดแบบ 9ลำกล้องและปืนลูกโซ่ 25 มม. นอกจากจะเป็นกำลังของสหพันธ์โลกแล้วยังมีราวน์เฟสเซอร์ที่ถูกกองโจรปลดปล่อยเดรอยเยอร์ยึดไปใช้งานด้วย

ส่วนลำตัวและแขนขาของราวน์เฟสเซอร์นั้นสามารถแยกส่วนให้ขนย้ายได้ง่ายและยังสามารถใช้แฮงไกลเดอร์ร่อนกลางอากาศเป็นเวลาสั้นๆได้ แต่เกราะของราวน์เฟสเซอร์ไม่ได้บุฉนวนกันน้ำ ถ้าจมน้ำก็จะทำให้ระบบรวนจนใช้การไม่ได้ เกราะของราวน์เฟสเซอร์ยังได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง หากว่าถอดเกราะบางส่วนออกแล้วก็จะทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักของตนเองได้ แต่หากว่าถอดเกราะเกือบทั้งหมดนอกจากส่วนหัวและเท้าออกแล้วก็จะใช้งานได้โดยมีความเร็วสูงขึ้นมาก ซึ่งการใช้งานแบบนี้จะสวมชุดพรางตาแบบกันน้ำและใช้โล่ติดแขนป้องกันตัวแทน

โซลติคยังใช้โครงสร้างของราวน์เฟสเซอร์พัฒนา H102 บุชแมน สำหรับใช้งานในพื้นที่แบบภูเขา ซึ่งผลกระทบจากเนบิวลา Xนั้นทำให้ต้องลดน้ำหนักลงมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัว บุชแมนจึงมีเกราะที่บางมาก เนื่องจากใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังต่ำกว่าจึงเปลี่ยนลิเนียร์กันเป็นปืนอาเมอร์ไรเฟิลที่มีอานุภาพต่ำกว่า ที่มือของบุชแมนมีส่วนที่เหมือนสนับมืออยู่ แต่เพราะเกราะที่บางมากจึงไม่เหมาะจะใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดตัว ด้านข้างหัวของบุชแมนยังมีมิสไซล์พ็อด 6ลำกล้องติดไว้ซึ่งเป็นส่วนที่นักบินตำหนิว่าบดบังทัศนวิสัยอย่างมาก

ในภายหลัง โซลติคได้ดัดแปลงราวน์เฟสเซอร์จำนวนหนึ่งเป็น 8RF ราวน์เฟสเซอร์นโคชิมาสเปเชียล ตามครูฝึกนักบินซึ่งเป็นผู้ร่วมพัฒนาให้บริษัทโซลติค โคชิมาสเปเชียลสี่เครื่องแรกนั้นเป็นของทีมนักบินฝีมือดี หน่วย 24 ก่อนจะมีเครื่องที่ดัดแปลงเพิ่มอีกในภายหลัง ระบบคอมพิวเตอร์ของโคชิมาสเปเชียลนั้นมีการป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเนบิวลา Xเหมือนดาแกรม นอกจากนั้นยังมีแบ็คแพ็คที่คล้ายกับเมอร์โบแซ็คของดาแกรมแต่มีขนาดเล็กกระทัดรัดกว่าและไม่มีอาวุธเสริม ซึ่งลิเนียร์กันของโคชิมาสเปเชียลก็เป็นแบบติดแขนและใช้สายเคเบิลเชื่อมกับเทอร์โบแซ็คเพื่อเพิ่มอานุภาพ

โซลติคยังได้พัฒนารูปแบบของราวน์เฟสเซอร์ต่อมาเป็น CBอาเมอร์รุ่นติดอาวุธหนักคือ HT128 บิ๊กฟุต โดยใช้ลิเนียร์กันแบบสองลำกล้องและมีมิสไซล์พ็อดหกลำกล้องติดอยู่ด้วย แต่เนื่องจากเลือกใช้ค็อกพิตแบบสองที่นั่งตามแบบของบล็อกเฮดซึ่งไม่ได้รับความนิยมจากนักบิน และหลังจากที่เฮสตีของบริษัทไอออนฟุตซึ่งนับว่าเป็น CBอาเมอร์ที่ใช้งานได้ดีมากเข้าประจำการในกองทัพสหพันธ์การพัฒนาบิ๊กฟุตก็ถูกระงับไป แต่ในภายหลังนั้นก็ได้นำกลับมาดัดแปลงเพื่อใช้งานในเขตหนาวโดยเอาเกราะกันน้ำของแม็คเคเรลมาใช้ป้องกันความเย็นไม่ให้นำ้แข็งจับแทน

h8rf.jpg

H8RF Roundfacer "Kochima Special"

First appearance Fang of the Sun Dougram
Designer Kunio Okawara
Overall height 10.09 m
Base weight 21.004 t Full weight 34.381 t
Generator output 57.78 point
Armaments

  • 25 mm chaingun
  • arm linear gun
  • 9-tube missile pod
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License