JMSX-11 Crossbone Gundam X-11
First appearance Mobile Suit Crossbone Gundam X-11
Head height 15.9 m
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature bio-computer, Core Block system, Fatamogana Vogel
Armaments
- beam saber
- heat dagger
- scissor anchor
- vulcan gun
- butterfly buster B
- brand marker
- Brennen Kürer
ครอสโบนกันดั้มที่สาธารณรัฐดาวพฤหัสสร้างใหม่โดยใช้ข้อมูลของครอสโบนกันดั้ม X-0 ครอสโบนกันดั้ม X-11 นั้นตั้งใจให้เหมือนกับ X-0 มากที่สุดและใช้ชิ้นส่วนใหม่ของดาวพฤหัสในส่วนที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อใช้เก็บข้อมูลพื้นฐานก่อนปรับปรุงสำหรับผลิตจำนวนมากต่อไป ส่วนลักษณะภายนอกนั้นตั้งใจให้คล้ายกับครอสโบนกันดั้ม X-1 สกัลฮาร์ท เนื่องจากเคอร์ติส รอสโคที่เป็นนักบินทดสอบนั้นตาบอด นอกจากระบบจำลองเสียงรอบทิศทางเหมือนกับของ X-0 แล้ว X-11 ยังมี AI ฮาโรโรโร ที่ก็อปปีมาจากฮาโรโรซึ่งเป็น AI ผู้ช่วยของฟอนท์ บอด์และสามารถบอกสิ่งที่เห็นจากระบบเซนเซอร์ให้เคอร์ติสฟังแทนระบบเสียงได้
กลุ่มข้ารับใช้แห่งโอลิมปัสซึ่งเป็นสายเหยี่ยวของดาวพฤหัสนั้นก็ได้พัฒนา JMSX-12 ซึ่งก็เป็นเครื่องที่ปรับปรุงจาก X-11 โดยใช้เทคโนโลยีของดาวพฤหัสจำลองการทำงานทั้งหมดของครอสโบนกันดั้มทำให้ดูแตกต่างออกไปมากและไม่เรียกว่าครอสโบนกันดั้ม การพัฒนา X-12 นั้นนับว่าเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ปี UC 158 แต่เนื่องจากสมรรถนะยังอยู่ในระดับเดียวกับ X-11 จึงได้ปรับปรุงต่อมาอย่างยาวนานรวมถึงใช้ทดสอบระบบขับเคลื่อนใหม่ด้วย โดยในตอนที่กลุ่มข้ารับใช้แห่งโอลิมปัสมอบ X-12 ให้อุซุเบนิฮิเมะใช้ในภารกิจสังหารเคอร์ติสนั้จะใช้แบ็คแพ็คท่อขับดันแบบเทนทาเคิลที่สามารถเคลื่อนไหวให้โค้งได้มากกว่าของครอสโบนกันดั้มโดยแต่ละข้างนั้นติดท่อขับดันขนาดเล็กไว้ 10 จุดจึงเลี้ยวได้ง่ายกว่ามาก เดิมทีนั้นส่วนขาของ X-12 จะมีท่อขับดันตามสไตล์ MS ของดาวพฤหัส แต่เนื่องจากประเมินว่าไม่จำเป็นแล้วจึงได้ใช้เป็นจุดเก็บอาวุธแทน เนื่องจากอุซุเบนิฮิเมะนั้นมีฝีมือด้านกระบี่จึงใช้บีมเซเบอร์แบบกระบี่เข็มซึ่งบีมใช้พลังงานในระดับที่ไม่สามารถใช้โล่ป้องกันได้ และก็ติดผ้าคลุมบีมโคตไว้เฉพาะที่ไหล่ซ้ายซึ่งเป็นด้านที่จะหันเข้าหาศัตรูตามท่าวิชากระบี่ อุซุเบนิฮิเมะยังได้ทาสี X-12 ใหม่เป็นสีชมพูตามความชอบของตนเอง
แท้จริงแล้ว ภายในท่อขับดันแบบเทนทาเคิลนั้นมีฟาตามอกานาฟอเกล ซึ่งเป็นมินอฟสกีไดรฟ์ที่มีสมรรถนะในระดับเดียวกับของแฟนธอมและออกแบบให้สามารถพับได้สำหรับควบคุมทิศทางของปีกแสงเพื่อให้เร่งสมรรถนะได้จนถึงระดับเดียวกับ V2 กันดั้ม แต่ในที่สุดก็ทำได้เพียง 45% ของที่ต้องการเท่านั้น ฟาตามอกานาฟอเกลยังสามารถใช้งานได้เพียง 15 นาทีและหลังจากนั้นก็ต้องทำการซ่อมบำรุงเต็มรูปแบบจึงจะใช้งานได้อีกครั้ง จึงได้ประกอบท่อขับดันแบบเทนทาเคิลไว้เป็นชั้นนอกและอุซุเบนิฮิเมะก็ไม่เคยใช้งานเอง จนกระทั่งถูกเคอร์ติสจับได้และเคอร์ติสก็ได้เปลี่ยนคอร์ไฟเตอร์มาใช้กับ X-11 เมื่ออุซุเบนิฮิเมะใช้รหัสปลดล็อกให้ทำงานนั้นก็จะกลายเป็น ครอสโบนกันดั้ม X-11 ฟาตามอกานาฟอเกล โดยในสภาพนี้จะสามารถใช้งาน เบรเนนคูเรอร์ ซึ่งเป็นอาวุธที่ที่ดัดแปลงการทำงานจากเฟลมไรเฟิลของโกสท์กันดั้มให้เป็นแบบเครื่องพ่นไฟที่เน้นการสร้างความเสียหายแบบฉาบฉวยอย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้างโดยที่ไม่ต้องตั้งใจเล็งมากนัก แต่การใช้งานเบรเนนคูเรอร์นั้นจะใช้ I ฟิลด์จึงจำเป็นจะต้องเปิดฟาตามอกานาฟอเกลด้วย

JMSX-12 X-12
First appearance Mobile Suit Crossbone Gundam X-11
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature bio-computer, Core Block system, Fatamogana Vogel, anti-beam coating cloak
Armaments
- Needle Fleur
- heat dagger
- scissor anchor
- brand marker
- Brennen Kürer

