ไลน์บาเรล

Linebarrel

First appearance Linebarrels of Iron
Designer Shimizu Eiichi
Head height 19.1 m
Weight 51.27 t
Armor neuro carbon, nano ceramic
Special feature Override
Armaments

  • blade
  • hyper compression field emitter
  • Executor

หนึ่งในหุ่นยนต์ลึกลับที่เรียกว่ามาคินาซึ่ง AIมีความคิดของตนเอง สามารถซ่อมแซมความเสียหายของตัวเองได้ด้วยนาโนมาชีน (ภาคอนิเมเรียกว่า เดรกซ์เลอซอยล์ หรือ Dซอยล์) ปกติแล้วมาคินาจะยังมีกฏทำให้ไม่สามารถทำร้ายมนุษย์ได้ แต่สามารถเลือกมนุษย์มาเป็นนักบินเรียกว่าแฟคเตอร์ได้โดยถ่ายทอดนาโนมาชีนให้ แฟคเตอร์นั้นมีพลังเหนือมนุษย์และสามารถเรียกมาคินามาได้ตามต้องการ ส่วนมาคินานั้นเมื่อมีแฟคเตอร์แล้วก็จะถือเอากฏที่ต้องปกป้องแฟคเตอร์เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งจึงสามารถต่อสู้กับมนุษย์ได้ตามคำสั่งของแฟคเตอร์ ระบบการบังคับของมาคินานั้นใช้การเชื่อมความคิดผ่านนาโนมาชีนให้ทำงานเป็นหลักจึงบังคับได้ง่ายมาก ไลน์บาเรลนั้นเดิมทีมีเอมิ คิซากิเป็นแฟคเตอร์ แต่ด้วยอุบัติเหตุที่ทำให้โคอิจิ ฮายาเสะเกือบตายนั้น เอมิได้ให้ไลน์บาเรลใช้นาโนมาชีนช่วยโคอิจิไว้และกลายเป็นแฟคเตอร์คนที่สอง เนื่องจากไลน์บาเรลนั้นเป็นห่วงเอมิมากกว่า เมื่อมีแฟคเตอร์สองคนจึงไม่ค่อยยอมตอบสนองการควบคุมของเธอไปทำให้โคอิจิเป็นแฟคเตอร์หลักแทน เมื่อเทียบกับมาคินาเครื่องอื่นๆแล้ว ไลน์บาเรลมีสมรรถนะและความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองที่สูงผิดปกติ อาวุธหลักของไลน์บาเรลก็คือดาบที่เก็บไว้ที่แขนทั้งสองข้าง ส่วนหางของไลน์บาเรลนั้นเป็นยูนิตขับเคลื่อนซึ่งสามารถบินได้เป็นเวลา 15 - 20 นาที แต่ก็สามารถดึงออกมาใช้เป็นอาวุธที่เรียกว่า เอ็กเซคิวเตอร์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งยิงบีมโจมตีศัตรูจากระยะไกลหรือจะเร่งกำลังเต็มที่เป็นดาบบีมขนาดใหญ่ก็ได้ ฝ่ามือสองข้างของไลน์บาเรลยังสามารถสร้างสนามพลังแรงอัดแล้วยิงออกไปได้ ในภายหลัง เอมิยังได้ทำให้ไลน์บาเรลใช้ความสามารถลับคือ โอเวอร์ไดรฟ์ ซึ่งไลน์บาเรลจะใช้เคาเตอร์นาโนมาชีนเปลี่ยนร่างเป็นสีดำ เกราะไหล่และเกราะหางจะกางออกเพื่อเร่งความเร็วถึงขีดสุดจนดูเหมือนกับหายตัวได้ การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงนี้เรียกว่า โอเวอร์ไรด์ เนื่องจากร่างกายของแฟคเตอร์ต้องรับภาระหนักจนเป็นอันตรายได้และนับว่าขัดต่อกฏของมาคินาที่ต้องปกป้องแฟคเตอร์ ในภาคอนิเมนั้นเรียกโอเวอร์ไรด์ว่า mode-B

ในภาคมังงะนั้น ผู้ที่เป็นแฟคเตอร์ตัวจริงของไลน์บาเรลก็คืออามากัตสุ คิซากิซึ่งเป็นพ่อของเอมิและเป็นผู้พัฒนาเหล่ามาคินาขึ้นมา สมองของอามากัตสุนั้นยังอยู่ในไลน์บาเรลและเป็นผู้บังคับไลน์บาเรลที่แท้จริง ซึ่งเมื่ออามากัตสุควบคุมไลน์บาเรลเต็มที่โดยไม่สนใจโคอิจิ ไลน์บาเรลก็จะกลายเป็นไลน์บาเรลอามากัตสุ ซึ่งเกราะส่วนหน้าจะเปิดออก แต่ในที่สุดนั้นอามากัตสุก็ตัดสินใจฝากให้โคอิจิเป็นแฟคเตอร์ที่แท้จริงและหายไปจากโลก ก่อนหน้าที่ไลน์บาเรลจะเป็นของเอมินั้นไลน์บาเรลเป็นรุ่นต้นแบบซึ่งดูต่างอออกไป ซึ่งในภายหลังนั้นสถาบันคาโตก็ได้ใช้รูปแบบดังกล่างผลิตจำนวนมากเป็นอาร์มารุ่นใหม่ เนื่องจากมีคุณสมบัติคล้ายกับมาคินามากเพียงแต่ไม่มี AIเท่านั้นจึงมีอีกชื่อว่า พารามาคินา (ในภาคอนิเมซึ่งไม่มีไลน์บาเรลรุ่นต้นแบบนั้นจะเรียกว่า มาคินารุ่นผลิตจำนวนมาก และนอกจากดาบแล้วก็มีปืนกลเป็นอาวุธเสริม) ในการต่อสู้ตัดสินกับเดอุสเอ็กซ์มาคินา ไลน์บาเรลก็ได้รับอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มพลังป้องกันและเนื่องจากคาดว่าจะไม่สามารถใช้งานระบบเคลื่อนย้ายได้จึงได้ติดท่อขับดันเสริมไว้ตามตัวเพื่อดชดเชยการเคลื่อนไหวที่จำกัดกว่าเดิม ด้านหลังมีเครื่องกำเนิดพลังงานขนาดใหญ่กับราวเก็บดาบสำรอง นอกจากนั้นยังมีอาวุธเสริมอย่างเรลกันหรือมิสไซล์แต่ไม่เคยได้ใช้งาน โดยโคอิจิได้รวมเป็นหนึ่งกับไลน์บาเรลและปลดอุปกรณ์เสริมทิ้งไป กลายเป็น ไลน์บาเรลโอเวอร์ลอร์ด ซึ่งเกราะชั้นนอกนั้นสลายไปเพื่อให้ใช้กำลังได้เต็มที่ทำให้เกราะส่วนที่เป็นสีขาวกลายเป็นสีแดงทั้งตัว ในภาคอนิเมนั้นเมื่อเอมิถูกเนคเก็ด มาคินาของมาซากิ สุงาวาระฆ่าตาย ความโกรธของโคอิจิก็ได้เปลี่ยนไลน์บาเรลเป็น mode-C ซึ่งเป็นสภาพที่ไลน์บาเรลใช้กำลังทั้งหมดเพื่อทำลายเน็คเกด และมีสีแดงคล้ายกับไลน์บาเรลโอเวอร์ลอร์ด ซึ่งจริงๆนั้นก็เป็นโหมดที่ใช้กำลังแบบเกินความจำเป็นไปมากเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าแท้จริงแล้ว ไลน์บาเรลไม่มี AI โดยอามากัตสุเป็นผู้บังคับไลน์บาเรลมาตลอดและหลังจากที่ให้โคอิจิเป็นผู้สืบทอดก็สามารถควบคุมไลน์บาเรลได้โดยตรงจึงไม่ใช่มาคินา มาคินาหมายเลข 12 ที่แท้จริงนั้นก็คือ ลอสต์บาเรล ซึ่งเป็นมาคินาเครื่องแรกที่อามากัตสุพัฒนาขึ้นและเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของมาคินาทั้งหมด ฮิซาคาตะ คาโตนั้นได้นำลอสต์บาเรลไปซ่อนไว้ในมาคินา แชงกรีลา ของตนเองเพื่อไม่ให้ลอสต์บาเรลหาแฟคตเอร์ของตนเองได้ แต่ในที่สุดก็ได้ทาคุโร ซาวาตาริมาเป้นแฟคเตอร์ สมรรถนะของลอสต์บาเรลนั้นนับว่าอยู่ในระดับเดียวกับไลน์บาเรล แม้ว่าความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของลอสต์บาเรลเท่ากับมาคินาเครื่องอื่นๆ แต่เนื่องจากเป็นมาคินาเครื่องแรกจึงมีการใช้ชิ้นส่วนรุ่นทดลองที่ทำให้สมรรถนะในบางด้านสูงกว่าไลน์บาเรล อาวุธของลอสต์บาเรลนั้นเป็นดาบบีมสองเล่ม ซึ่งที่จริงแล้วส่วนด้ามดาบทั้งสองเป็นเพียงจุดปล่อยพลังงานเท่านั้นและมีสายเคเบิลที่เชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นตัวอาวุธจริงๆก็คือส่วนหางของลอสต์บาเรล จึงเรียกได้ว่าเป็นเอ็กเซคิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง ลอสต์บาเรลยังมีโอเวอร์ไดรฟ์แบบของตนเองซึ่งนอกจากจะเพิ่มสมรรถนะแล้วยังแผ่สนามพลังออกมาป้องกันตัวโดยรอบด้วย นอกจากนั้นยังมี วาแดนท์ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นบาเรลซีรีส์เครื่องสุดท้ายสำหรับผลิตจำนวนมาก มีจุดเด่นที่แผงวาริเอเบิลไบน์เดอร์ซึ่งติดไว้กับหาง (ในภาคอนิเมจะติดไว้ด้านหลังแบบปีก) สำหรับใช้เก็บอาวุธทั้งดาบคาตานะที่เป็นอาวุธหลักและปืนกล ไบน์เดอร์นี้ยังเป็นเหมือนหางเสือช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วและสามารถพลิกมาเป็นโล่ได้ ทั้งยังสามารถถอดไบน์เดอร์ออกและติดตั้งอาวุธอย่างเรลกันหรือมิสไซล์แทนเพื่อให้เหมาะกับการต่อสู้ระะยะกลางมากกว่าเดิม หรือติดตั้งยูนิตเรลกันขนาดใหญ่กับแบ็คแพ็คมิสไซล์ลันเชอร์เพื่อใช้ยิงสนับสนุนระยะไกล วาแดนท์เครื่องหนึ่งนั้นเป็นของเรย์จิ โมริทซึงุ ซึ่งได้แผลที่ตาข้างหนึ่งจากเรย์จิก่อนจะเป็นแฟคเตอร์และเจ้าตัวก็ปล่อยไว้แบบนั้น

linebarrel_prototype.jpg

Prototype

ex-linebarrel.jpg

Final Battle Form

Weight 108.5 t

linebarrel-overlord.jpg

Linebarrel Overlord

Weight 51.28 t

para_machina.jpg

Para Machina

First appearance Linebarrels of Iron
Head height 18.8 m
Weight 46.88 t
Armor neuro carbon, nano ceramic
Armaments

  • sword
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License