- Maximilian Jenius Fighter
- Milia Fallyna Jenius Fighter
- Maximilian Jenius Battroid
- Milia Fallyna Jenius Battroid

VF-4G Lightning III
First appearance Macross M3
Designer Shoji Kawamori
Weight 13.95 t
Armaments
- particle beam gun
- 3-barrel 80 mm gatling gun pod
- mid-range missile
VF ที่บริษัทสโตนเวล & เบลคอมพัฒนาโดยเน้นการใช้งานในอวกาศมากกว่าวาลคีรี การพัฒนาไลท์นิงทรีนั้นเริ่มตั้งแต่ช่วงสงครามอวกาศครั้งที่หนึ่งโดยมีเครื่องต้นแบบคือ VF-X-4 ซึ่งแม้จะยังใช้ชิ้นส่วนบางส่วนเหมือนกับวาลคีรีแต่ด้านการทำงานโดยรวมก็ไม่ต่างจากเรุ่นผลิตจริง โครงสร้างของไลท์นิงทรีนั้นเปลี่ยนเป็นแบบสามส่วนคือตัวเครื่องและบล็อกเครื่องยนต์ซ้ายขวา ในร่างแบทรอยด์และเกอร์วอล์คนั้นบล็อกเครื่องยนต์ก็จะแยกเป็นแขนขาแต่ละข้าง ซึ่งที่บล็อกเครื่องยนต์นี้ยังมีปืนอนุภาคที่เป็นอาวุธหลักติดไว้ อาวุธมาตรฐานอื่นๆของไลท์นิงทรีก็คือกันพ็อดแบบ 80 มม.กับมิสไซล์ระยะกลาง สมรรถนะในอวกาศของไลท์นิงทรีนั้นสูงกว่าซูเปอร์วาลคีรีประมาณ 40% แต่สมรรถนะในชั้นบรรยากาศและการบินที่ระดับความสูงต่ำนั้นจะด้อยกว่าวาลคีรี ซึ่งทำให้ในตอนที่ไลท์นิงทรีเข้าประจำการบนยานอาณานิคมเมกาโรด 01นั้นก็ยังมีการผลิตวาลคีรีคู่กันไปอยู่ และในช่วงหลังที่ไลท์นิงทรีได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่น VF-4G นั้นก็ได้ลดกำลังการผลิตลงตามที่สตาร์มิราจที่เน้นการใช้งานในชั้นบรรยากาศเข้าประจำการ
VF-X3 Star Crusader
First appearance Super Dimension Fortress Macross: Remember Me
Designer Shoji Kawamori
Armaments
- infrered laser
- grenade
- missile
- micro missile phalanx
- particle beam launcher
VFที่วิศวกรบนมาครอสพัฒนาจากวาลคีรีสำหรับต่อสู้ในอวกาศโดยเฉพาะ สตาร์ครูเซเดอร์นั้นไม่มีปีกหรือโหมดเกอวอล์คซึ่งไม่จำเป็นต่อการใช้งานในอวกาศ มีเกราะที่หนากว่าวาลคีรีและใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าถึงสามเท่า ที่แขนสองข้างติดบีมแคนน่อนขนาดใหญ่ทำให้มีพลังในการต่อสู้ที่สูงกว่าวาลคีรีมาก แต่เทคโนโลยีของมนุษย์ในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่หนึ่งนั้นยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะสร้างระบบควบคุมที่รองรับระบบอาวุธของสตาร์ครูเซเดอร์ได้ ทำให้การบังคับสตาร์ครูเซเดอร์ยุ่งยากมาก หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างการบินทดสอบจึงยกเลิกโครงการไป
SDP-1 Stampede Valkyrie
First appearance Super Dimension Fortress Macross: Remember Me
Designer Shoji Kawamori
Overall length 15.51 m
Empty weight 13.25 t
Armaments
- 35 mm triple barrel Gatling gun
- missile launcher pod
- micro-missile launcher pod
- large-bore charged particle beam gun
วาลคีรีที่ดัดแปลงพิเศษสำหรับใช้งาน SDP-1 สแตมปีดแพ็ค ซึ่งเป็นซูเปอร์แพ็คแบบพิเศษที่มีพลังซึ่งสามารถทำลายยานรบของเซนทราดีได้โดยไม่ต้องใช้มิสไซล์ปรมาณูซึ่งมีจำนวนจำกัดมาก โดยการใช้งานสแตมปีดแพ็คนั้นจะต้องเปลี่ยนส่วนหัวและระบบให้รองรับอาวุธใหม่ได้ ส่วนแขนทั้งสองข้างใช้ติดตั้งปืนกลหนักกับปืนอนุภาคขนาดใหญ่ เนื่องจากสแตมปีดวาลคีรีนั้นต้องบินเข้าโจมตียานของเซนทราดีจึงยังคงมีร่างเครื่องบินอยู่ แต่อุปกรณ์ที่เพิ่มเข้าไปนั้นทำให้ความคล่องตัวลดลงและไม่มีโหมดเกอวอล์คจึงต้องใช้วาลคีรีอื่นๆคุ้มกันด้วย
FBz-99G Zaubergeran
First appearance Macross 7
Designer Shoji Kawamori
Overall height 22.95 m
Empty weight 22.6 t
Armaments
- pulse beam gun
- anti-air beam cannon
- rotary missile launcher
- micro missile launcher
- Spiritia Spark gun
VBของจักรวรรดิวารอตาซึ่งดัดแปลงจาก VAB-2D ที่ประจำการในกองยานมาครอส 5 และทำหน้าที่เป็นเครื่องจ่าฝูงของฝูงบินแพนเซอร์ซอร์น ซาวเบอร์เกรันเครื่องหนึ่งนั้นเป็นเครื่องประจำตัวของโปรโตเดวิลน์ กาวิล ร่างเฮฟวีแบทรอยด์มีสูงกว่า 22 เมตรและมีเกราะหนา แต่ก็ติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีกำลังมากไว้จึงมีความเร็วสูงมากและสามารถออกสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ขนาดโลกได้ด้วยตนเองแม้จะไม่คล่องตัวเท่า VF ติดอาวุธไว้เป็นมิสไซล์จำนวนมาก ซึ่งซาวเบอร์เกรันมีฮาร์ดพอยหกจุดที่สามารถติดระเบิดหรือมิสไซล์เพิ่มจากที่ติดตั้งภายในได้ถึง 60 ตัน ปืนพัลส์บีมกันสองกระบอกนั้นจะกลายเป็นมือติดกรงเล็บในร่างแบทรอยด์ ที่ไหล่มีบีมแคนน่อนต่อต้านอากาศยานสี่กระบอก เขาบนหัวนั้นเป็นปืนสปิริเทียสปาร์ค ซึ่งใช้พลังงานสปิริเทียของกาวิลยิงออกไปและใช้ได้ทั้งโจมตีและคงการล้างสมองของทหารวารอตา ค็อกพิตของซาวเบอร์เกรันนั้นกว้างและกาวิลยังได้ติดตั้งระบบป้องกันคลื่นเสียงจึงสามารถทนพลังงานเสียงของซาวน์ฟอร์ซได้ในระดับหนึ่ง








