บราวโบร & เอลเมธ
man-03.jpg

MAN-03 Braw Bro

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 62.4 m
Base weight 1735.3 t Full weight 2602.6 t
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 74000 kW
Special feature Psycommu system
Armaments

  • wire-guided 2-barrel mega particle gun
  • wire-guided mega particle gun

MAขนาดใหญ่ที่สถาบันฟลานากันของซีอ้อนพัฒนาเพื่อให้นิวไทป์ใช้งาน ซึ่งรุ่นแรกนั้นก็คือ MAN-03 บราวโบร อาวุธของบราวโบรนั้นเป็นปืนอนุภาคแบบสองลำกล้องและลำกล้องเดี่ยวอย่างละคู่ ซึ่งปืนอนุภาคทั้งสี่นั้นสามารถปล่อยออกไปจากตัวบราวโบรแล้วบังคับด้วยพลังจิตผ่านระบบไซคอมมิวได้ ซึ่งปืนอนุภาคของบราวโบรนั้นใช้สายเคเบิลจ่ายพลังงานจากบราวโบรเองโดยตรงจึงสามารถยิงได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบราวโบรนั้นมีขนาดใหญ่จึงไม่สามารถใช้ AMBAC บังคับทิศทางในอวกาศได้จึงใช้วิธีติดท่อขับดันไว้ทั่วตัวแทน เนื่องจากว่านักบินที่เป็นนิวไทป์นั้นมีจำนวนน้อย บราวโบรจึงได้รับการออกแบบให้สามารถแยกค็อกพิตบล็อกซึ่งเป็นแกนกลางออกมาจากตัวเครื่องเพื่อใช้หนีภัยได้ โดยปืนอนุภาคแบบสองลำกล้องก็จะติดไว้กับส่วนค็อกพิตบล็อก คนธรรมดานั้นก็สามารถบังคับบราวโบรได้แต่ต้องใช้นักบินถึงสามคนช่วยกันบังคับแบ่งหน้าที่ระหว่างนักบินซึ่งบังคับตัวเครื่องและพลปืนซึ่งบังคับปืนอนุภาค ในขณะที่นิวไทป์คนเดียวสามารถควบคุมระบบทั้งหมดได้

หลังจากบราวโบรแล้ว สถาบันฟลานากันก็ได้พัฒนา MAN-08 เอลเมธและเป็น MAรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้นิวไทป์ใช้งานได้เท่านั้น โดยมีอาวุธหลักเป็นบิท ซึ่งเป็นอาวุธบังคับด้วยพลังจิตจากระยะไกลแบบไร้สาย บิทของเอลเมธนั้นเคลื่อนไหวด้วยเวอเนียร์และติดอาวุธไว้เป็นบีมแคนน่อนรวมถึงมีเครื่องกำเนิดพลังงานขนาดเล็กในตัว เนื่องจากคลื่นจิตนั้นไม่ถูกอนุภาคมินอฟสกีรบกวนจึงสามารถบังคับบิทโจมตีเป้าหมายได้จากนอกระยะสายตาของศัตรูและยังมีระยะที่ไกลกว่าปืนอนุภาคของบราวโบร เอลเมธมีอาวุธรองเป็นปืนมหาอนุภาคสองกระบอกซึ่งสามารถปรับทิศทางการยิงขึ้นลงได้เป็นมุมฉาก เอลเมธนั้นได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงจึงมีเกราะหนาและในค็อกพิตก็มีระบบรับแรงกดขณะขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพด้วย ระบบบังคับของเอลเมธยังนับว่าเรียบง่ายกว่า MSมาก แต่ทีมพัฒนาไม่ได้ออกแบบให้เอลเมธทำการต่อสู้โดยตรงจึงไม่มีแขนหรือขาสำหรับใช้บังคับทิศทางด้วย AMBAC และเนื่องจากตั้งใจให้พลังป้องกันสูงจึงมีเวอเนียร์อยู่น้อยเพื่อไม่ให้เป็นจุดอ่อน ความคล่องตัวของเอลเมธจึงค่อนข้างต่ำ เอลเมธที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือเครื่องของลาลา ซูน ซึ่งเข้าโจมตีกองกำลังของสหพันธ์ที่สถานีดาวเคราะห์น้อยโซโลมอน การโจมตีแบบไม่เห็นตัวนั้นทำให้เอลเมธได้รับฉายาว่า ปิศาจแห่งโซโลมอน

ในเวลาต่อมา กลุ่มซีอ้อนมาร์สซึ่งอยู่บนดาวอังคารได้แก้ไขดีไซน์ของเอลเมธไปอีกเป็น MAN-08S เฮลิออส โดยได้แก้ไขโครงสร้างของเอลเมธให้เป็นแบบบล็อกสามส่วนคือลำตัวหลักซึ่งมีค็อกพิต เซนเซอร์โมโนอาย ระบบไซคอมมิว และปืนอนุภาค กับไบน์เดอร์ขนาดใหญ่อีกสองข้างซึ่งใช้เก็บเครื่องกำเนิดสนามพลัง Iฟิลด์ อาวุธเสริมคือมิสไซล์กับปืนอนุภาคแบบสาดกระจาย และระบบชับเคลื่อน ทำให้เฮลิออสมีพลังในการต่อสู้แบบซึ่งหน้าที่สูงกว่าเอลเมธมาก หลังจากการปฏิวัติของกลุ่มเรซิอ้อน เฮลิออสก็ถูกดัดแปลงไปอีกให้เป็นMAสำหรับใช้้ในน้ำ โดยดัดแปลงโครงสร้างให้เก็บอากาศและเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนในไบน์เดอร์เป็นแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (MagnetoHydrodynamic Drives = MHD)

man-08.jpg

MAN-08 Elmeth

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 85.4 m
Base weight 163.7 t Full weight 291.8 t
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 14200 kW
Special feature Psycommu system
Armaments

  • mega particle cannon
  • bit
man-08s.jpg

MAN-08S Hellios

First appearance Advance of Zeta Re-Boot
Designer Kenki Fujioka

man-08s-m.jpg

MAN-08S-M Hellios Marine

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License