กันดั้มแอสเทรย์เรดเฟรม
mbf-p02.jpg

MBF-P02 Gundam Astray Red Frame

First appearance Mobile Suit Gundam SEED ASTRAY
Designer Junichi Akutsu
Head height 17.53 m
Weight 49.8 t
Armor foam metal
Armaments

  • beam saber
  • 'Gerbera Straight' katana
  • 'Tiger Pierce' katana
  • 'Igelstellung' 75 mm anti-air vulcan gun
  • beam rifle
  • 'Caletvwlch' multi-purpose tool
  • shield

หนึ่งในกันดั้มแอสเทรย์ที่สถาบันมอเกนเรทลักลอบสร้างจากข้อมูลที่รวบรวมจากการช่วยกลุ่มพันธมิตรโลกพัฒนา GAT-Xซีรีส์ที่เฮลิโอโพลิส ซึ่งในตอนที่เอริกา ซิมมอนบอกข่าวให้โปรเฟสเซอร์ที่เป็นเพื่อนสนิทในจังค์กิลด์ไปกู้มาหลังจากที่ถูก ZAFTโจมตีนั้นทีมกู้ซากได้เรียกว่าเรดเฟรมตามสี ในตอนที่รอนโด ซาฮาคุทำลายโรงงานเพื่อปิดบังหลักฐานนั้นได้ติดตั้ง OSที่ออกแบบสำหรับคนปกติไว้ในเรดเฟรม ซึ่งทำให้นักกู้ซากโลว กิลสามารถบังคับได้และใช้เป็น MSประจำตัวของตนเองโดยมีคอมพิวเตอร์พกพา 8 (ฮาจิ) เป็นผู้ช่วย นักบินปกติสามารถใช้งานได้พอๆกับโคออดิเนเตอร์ เมื่อโลวได้เป็นลูกศิษย์เรียนวิชาดาบจากอุน โน ผู้เฒ่าแห่งเกรฟยาร์ด โลวก็ได้ตีดาบคาตะนะ เกอเบราสเตรท เป็นอาวุธใหม่ซึ่งมีความคมที่สูงกว่าดาบที่จินน์ใช้มาก อีกทั้งยังหุ้มบีมโค้ตไว้จึงสามารถใช้ฟันป้องกันบีมได้ในขณะที่ไม่ใช้พลังงานเหมือนบีมเซเบอร์ แต่การใช้งานคาตะนะนั้นสำคัญที่การเคลื่อนไหวมากกว่ากำลังจึงต้องลงข้อมูลใหม่ให้ OSของเรดเฟรมด้วย โลว์ยังมีท่าไม้ตายลับโดยปล่อยพลังงานจากแฮนด์ปลั๊กใส่ศัตรูโดยตรง ซึ่งหลังจากการต่อสู้กับโกลด์เฟรม เรดเฟรมก็ได้เปลี่ยนแขนขวาเป็นของโกลด์เฟรมที่เก็บเอาไว้แทน

เนื่องจากเป็นนักกู้ซากโลวจึงได้ดัดแปลงอุปกรณ์เสริมของเรดเฟรมเอาไว้มากมาย โดยเมื่อโลวนำเรดเฟรมไปส่งให้อ็อบเก็บข้อมูลก็ได้เอาแบ็คแพ็คของ M1แอสเทรย์มาดัดแปลงให้เรดเฟรม โดยสามารถถอดแยกจากเรดเฟรมและบังคับจากระยะไกลได้ รวมถึงมีปีกเสริมซึ่งเป็นถังเชื้อเพลิงในตัวทำให้บินได้ดีกว่าแบ็คแพ็คเดิม โลวยังเคยประมูลได้ส่วนหัวของบาคูวมาดัดแปลงเป็นถุงมือให้เรดเฟรมให้สามารถใช้บีมเซเบอร์ของบาคูวเป็นดาบสองปลายได้ แต่โลวทำหัวบาคูวนี้หายไประหว่างที่ต่อสู้กับหน่วยรบของ ZAFT และยังมีโครงของกูนที่ถุกดัดแปลงให้สวมท่อนบนของเรดเฟรมเพื่อใช้เป็นเครื่องจักรทำงานในน้ำ

ต่อมาโลวก็ได้ใช้โลหะหายากโอเมกาตีเกอเบราสเตรท Vol.2 ที่ยาวถึง 150 เมตร แต่ดาบที่ใหญ่ขนาดนี้แม้จะอยู่ในอวกาศก็ยังมีน้ำหนักจากแรงโน้มถ่วงของตัวเองจึงไม่สามารถให้เรดเฟรมใช้งานได้ โลวจึงได้ใช้แนวคิดของยูนิตมีเทียสร้างพาวเวอร์โหลดเดอร์ซึ่งเหมือนกับเป็นหุ่นยนต์ทำงานขนาดยักษ์ให้เรดเฟรมบังคับ พาวเวอร์โหลดเดอร์นั้นมีกำลังมากพอที่จะเหวี่ยงเกอเบราสเตรท Vol.2 ได้และยังให้ MSเครื่องอื่นๆของยานรีโฮมบังคับได้ด้วย แต่จริงๆแล้วโลวไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานในการต่อสู้จริงนักจึงมีความคล่องตัวต่ำมาก เมื่อพาวเวอร์โหลดเดอร์ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้กับรีเจเนเรตกันดั้ม โลวก็ได้ปรับปรุงเรดเฟรมอีกครั้งเป็น พาวเวิร์ดเรด ด้วยความช่วยเหลือของฌอน แครี โดยเสริมพาวเวอร์ไซลินเดอร์ให้ส่วนแขนมีกำลังมากขึ้นและเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างคล้ายกับกระดูกสันหลังของมนุษย์ พาวเวิร์ดเรดนั้นมีรุปร่างที่บึกบึนและขณะที่ใช้งานนั้นชิ้นส่วนที่เสริมเข้าไปจะกางออก นอกจากจะมีกำลังที่เหวี่ยงเกอเบราสเตรท Vol.2 ได้ด้วยตนเองแล้วพลังชกของพาวเวิร์ดเรดยังรุนแรงมากจนสร้างความเสียหายกับเกราะ PSได้ ในเวลาต่อมานั้นหลังจากที่โลวพัฒนาพาวเวอร์ไซลินเดอร์ให้เล็กลงได้แล้วก็ได้ใช้ดัดแปลงแขนของเรดเฟรมกลับไปเป็นแบบปกติ

โลวยังได้ประดิษฐ์ คาเล็ทเวลค อุปกรณ์เอนกประสงค์ซึ่งต่อมาได้นำไปเสนอในที่ประชุมของจังค์กิลด์และได้รับการผลิตออกขายเป็นจำนวนมาก คาเล็ทเวลคนั้นดูเหมือนดาบเล่มใหญ่แต่จริงๆแล้วเป็นเหมือนมีดอเนกประสงค์ซึ่งมีทั้งมีด เครื่องกระจายมิราจคอลลอยด์ แบตเตอรีและเครื่องเชื่อมโลหะ แต่ละส่วนของคาเล็ทเวลคนั้นสามารถถอดออกมาแล้วเปลี่ยนรูปแบบการประกอบได้ตามการใช้งานซึ่งทำให้ใช้เหมือนปืนได้ด้วยแต่เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ทำงานของจังค์กิลด์จึงมีลิมิเตอร์ทำให้ใช้เป็นอาวุธได้ไม่เต็มที่จนกว่าจะปลดลิมิเตอร์ด้วยพาสเวิร์ด ต่อมาโลวยังได้ดัดแปลงแบ็คแพ็คบินโดยเสริมแขนกลให้ติดคาเล็ทเวลคได้สามอัน ซึ่งรูปร่างของเรดเฟรมในขณะที่ใช้แบ็คแพ็คนี้จะคล้ายกับมังกรกางปีก โลวจึงตั้งชื่อให้ว่าเรดเฟรมเรดดรากอน ซึ่งการกระจายอนุภาคมิราจคอลลอยด์ของเรดดรากอนนั้นทำให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวกลางอากาศได้ดีกว่าเดิมมาก ส่วนหัวของเรดดรากอนเป็นไดรค์เฮดซึ่งใช้เสาอากาศ Vฟินแบบบีม

ในช่วงที่อยู่ดาวอังคาร โลวก็ได้สร้างเกราะ มาร์สแจ็คเก็ต สำหรับใช้บนดาวอังคาร โดยเป็นเกราะหุ้มเรดเฟรมไว้ทั้งตัวและมีลักษณะที่คล้ายกับ MSรุ่นนิวมิลเลเนียมซีรีส์ของ ZAFTโดยมีเซนเซอร์แบบโมโนอาย เกราะมาร์สแจ็คเก็ตนั้นสามารถใช้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยตนเองได้และถ้าจำเป็นก็สามารถถอดออกได้เกือบทั้งหมดเพื่อเพิ่มความคล่องตัว บีมไรเฟิลนั้นเป็นแบบพิเศษซึ่งด้านบนลำกล้องสามารถดึงมาใช้เป็นบีมซอร์ดสองปลายได้ ด้านหลังของมาร์สแจ็คเก็ตมีไบน์เดอร์คู่คล้าบกับปีกซึ่งใช้เก็บดาบคาตะนะขนาดใหญ่และก็ติดบีมแคนน่อนกับเวอเนียร์ไว้ด้วย เรดเฟรมมาร์สแจ็คเก็ตนั้นถูกดิเอโก โลเวลขโมยและพาไปยังโลกก่อนจะนำมาคืน โดยโลวได้ถอดมาร์สแจ็คเก็ตออกไปติดตั้งไว้กับซิวิเลียนแอสเทรย์รุ่น JGแล้วยกให้ดิเอโกไปใช้งาน

ในภายหลังยังมีเรดเฟรมเครื่องที่สองซึ่งกลุ่มไลบราเรียนได้สร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเครื่องแรกซึ่งมีพาวเวอร์ไซลินเดอร์และมีคาร์บอนฮิวแมนของอุน โนเป็นนักบินพร้อมกับใช้ดาบคาตะนะ ไทเกอร์เพียร์ส เป็นอาวุธหลัก ซึ่งหลังการต่อสู้โลวก็ได้เก็บเอาไทเกอร์เพียร์สไป ในเวลาต่อมานั้นเรดเฟรมของโลวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้กับเนบูลาบลิทซ์ โลวจึงได้ปรับปรุงเรดเฟรมอีกครั้งโดยใช้ชิ้นส่วนของเทิร์นเดลตา เรียกว่า MBF-P02KAI กันดั้มแอสเทรย์เรดเฟรมรุ่นปรับปรุง โลวนั้นตั้งใจให้เรดเฟรมรุ่นปรับปรุงเป็น MSที่รวมเทคโนโลยีทั้งหมดไว้จึงพยายามติดตั้งอุปกรณ์พิเศษให้มากที่สุด โดยติดดาบไว้ทั้งเกอเบราสเตรทและไทเกอร์เพียซ และได้เพิ่มแท็คติคอลอาร์มทูว์ Lซึ่งดัดแปลงมาจากแท็คติคอลอาร์มทูว์ของบลูเฟรมเซคันด์รีไวส์ โดยนอกจากจะใช้เป็นดาบและถอดใบมีดออกมาเป็นซอร์ดอาร์มได้แล้ว ยังปรับรูปร่างเป็นเหมือนธนูบีมขนาดใหญ่แทนปืนแก็ตลิ่งได้และยังสามารถใช้งานแบบตอขอมากะโนะอิคุทาจิของโกลด์เฟรมอามัตสึได้ แท็คติคอลอาร์มทูว์ Lยังคงใช้เป็นไฟลท์แพ็คได้และได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยแสง วอลทัวร์ลูมิเอล ของเทิร์นเดลตาไว้ด้วย โลวยังออกแบบให้แท็คติคอลอาร์มทูว์ Lเพิ่มการทำงานอย่างระบบกระจายอนุภาคมิราจคอลลอยด์หรือติดโลเอนกรีนลันเชอร์แต่จะต้องติดเตาปฏิกรณ์เป็นแหล่งพลังงานซึ่งโลวไม่มีแผนจะใช้งาน แท็คติคอลอาร์มทูว์ Lยังสามารถแปลงเป็นขนกลขนาดใหญ่สำหรับทำงานได้

mbf-p02-flight.jpg

Equipped with flight unit

mbf-p02-salvage.jpg

Equipped with salvage unit

mbf-p02-powerloader.jpg

Docked with Power Loader

First appearance Mobile Suit Gundam SEED ASTRAY R

mbf-p02-caletvwlch.jpg

Equipped with Caletvwlch

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY ASTRAY R

mbf-p02-dragon.jpg

MBF-P02 Gundam Astray Red Frame Red Dragon

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License