กันดั้มแอสเทรย์บลูเฟรม
mbf-p03.jpg

MBF-P03 Gundam Astray Blue Frame

First appearance Mobile Suit Gundam SEED ASTRAY
Designer Junichi Akutsu
Overall height 17.53 m
Weight 49.8 t
Armor foam metal
Armaments

  • beam saber
  • 'Armor Schneider' combat knife
  • 'Igelstellung' 75 mm anti-air vulcan gun
  • beam rifle
  • shield

หนึ่งในกันดั้มแอสเทรย์ที่สถาบันมอเกนเรทลักลอบสร้างจากข้อมูลที่รวบรวมจากการช่วยกลุ่มพันธมิตรโลกพัฒนา GAT-Xซีรีส์และได้ทีมกู้ซากของโลว กิลกู้มาจากเฮลิโอโพลิส ก่อนจะยกให้ทีมทหารรับจ้าง เซอร์เพนท์เทลซึ่งรับงานทำลายหลักฐานแต่ได้หันมาช่วยพวกโลวเมื่อรู้ว่านายจ้างทรยศ โดยเป็น MSประจำตัวของไก มุราคุโมะ ในตอนที่รอนโด ซาฮาคุทำลายโรงงานเพื่อปิดบังหลักฐานนั้นได้ลงข้อมูลของเครื่องและอุปกรณ์เสริมต่างๆของกันดั้มแอสเทรย์ไว้ในระบบของบลูเฟรม ซึ่งทำให้เซอเพนท์เทลสามารถสร้างอุปกรณ์เสริมและดัดแปลงอาวุธที่ ZAFTใช้งานให้บลูเฟรมได้ โดยบีมไรเฟิลที่บลูเฟรมใช้นั้นเป็นของสร้างใหม่ที่มีอานุภาพกว่าเดิมและปกติแล้วไกก็จะใช้มีดอาเมอร์ชไนเดอร์เป็นอาวุธถนัด ในตอนที่เซอเพนท์เทลรับงานคุ้มกันสถานีดาวเคราะห์น้อยอาร์เทมิสนั้นได้ใช้รูปแบบที่เรียกว่าฟุลเวพอน โดยติดบาซูก้ากับมิสไซล์พ็อดซึ่งเป็นอาวุธเสริมของจินน์พร้อมกับมิสไซล์ลันเชอร์ของบาคูว บลูเฟรมยังสามารถใช้งานในน้ำได้โดยติดเซนเซอร์หัวแบบกันน้ำ ด้านหลังติดระบบไฮโดรเจ็ต และแขนขาติดสเกลซิสเต็มที่ได้ชื่อตามที่ใช้การสั้นสะเทือนเลียนแบบเกล็ดปลาเพื่อขับเคลื่อนในน้ำซึ่งต่างจากที่ ZAFTใช้ ในขณะที่ใช้ในน้ำนี้บลูเฟรมจะใช้ปืนยิงตอร์ปิโดความเร็วสูงเป็นอาวุธหลัก อุปกรณ์อื่นๆนอกจากนั้นก็คือบูสเตอร์ความเร็วสูง และส่วนหัวแบบคอมพลีทเซนเซอร์ซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถตรวจจับการพรางตัวด้วยมิราจคอลลอยด์ได้ แต่เนื่องจาก OSต้องรับข้อมูลและประมวลผลมากมายจึงไม่เหมาะจะใช้งานเป็นเวลานาน

บลุเฟรมนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักในการสู้กับลองแด็กเกอร์ของอีเลฟเวน โซเซียส ซึ่งไกก็ได้ปรับปรุงบลูเฟรมด้วยความช่วยเหลือของโลวและศจ.เอริกา ซิมมอนจากมอเกนเรท เรียกว่าบลูเฟรมเซคันด์ โดยที่ไหล่ทั้งสองข้างมีท่อขับดันแบบครีบเสริมความคล่องแคล่ว และบริเวณรอบค็อกพิตจะเป็นเกราะสองชั้นซึ่งทำงานเหมือนเกราะ TP บลูเฟรมเซคันด์นั้ยมีมีดอาเมอร์ชไนเดอร์หกเล่ม โดยสองเล่มนั้นอยู่ใต้เท้าแต่ละข้าง ส่วนหัวนั้นมีเฟซการ์ดแบบเลื่อนปิดได้และติดตั้งระบบรีโมตคอนโทรลสำหรับบังคับแบ็คแพ็คแบบต่างๆ ซึ่งโลวนั้นได้สร้างแท็คติคอลอาร์มส์ซึ่งเป็นแบ็คแพ็คแบบบินได้และก็สามารถแยกออกมาได้ เมื่อพับส่วนปีกลงก็จะใช้ปืนกลแก็ตลิ่ง 90 มม.ที่ติดเอาเอาไว้หรือพับเข้าเป็นดาบขนาดใหญ่ แท็คติคอลอาร์มส์นั้นหุ้มเกราะลามิเน็ตไว้จึงทนบีมได้ ในขณะที่ติดแท็คติคอลอาร์มส์นี้จะเรียกว่า บลูเฟรมเซคันด์ L และยังมีอุปกรณ์เสริมคือปืนโพซิตรอน โลเอนกรีนลันเชอร์ ที่แยกเป็นสองส่วนติดไว้ที่ขาซึ่งจะประกอบเข้าด้วยกันตอนใช้งาน แต่ปืนนี้ใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานแยกต่างหาก ซึ่งบลูเฟรมเซคันด์นั้นไม่มี Nแจมเมอร์แคนเซลเลอร์จึงใช้งานปืนนี้ได้อย่างจำกัดมาก เมื่อถอดแท็คติคอลอาร์มส์ออกก็จะเรียกว่า บลูเฟรมเซคันด์ G ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมที่ไกคิดไว้ นอกจากใช้งานแบบปกติแล้วก็สามารถติดสไนเปอร์แพ็คซึ่งเป็นบีมแคนน่อนขนาดใหญ่และมีเซนเซอร์ยูนิตเสริมความแม่นยำอยู่กับแบ็คแพ็ค

บลูเฟรมนั้นได้รับการดัดแปลงอีกครั้งเป็นบลูเฟรมเธิร์ดเพื่อใช้ต่อสู้ในป่าทึบโดยเฉพาะ โดยเพิ่มประสิทธิภาพของเสาอากาศ Vฟิน ด้านหลังติดยูนิตท่อขับดันแบบปรับตำแหน่งได้ซึ่งก็ใช้ติดปืนไรเฟิลด้วย เกราะไหล่เปลี่ยนเป็นแบบปกติ ที่แขนติดตั้งตะขอและใบมีดเพื่อใช้ตัดสิ่งกีดขวาง ปลายเท้าติดบีมเซเบอร์และที่ส้นเท้าทั้งสองยังติดใบมีดไว้ เนื่องจากการดัดแปลงบลูเฟรมเธิร์ดนั้นใช้ชิ้นส่วนจากภายนอกเป็นหลักจึงสามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นบลูเฟรมเซคันด์ได้ โดยไดนั้นใช้ข้อมูลการใช้งานของบลุเฟรมเธิร์ดปรับปรุงรูปแบบของบลูเฟรมเซคันด์ Lเป็น MBF-P03R กันดั้มแอสเทรย์บลูเฟรมเซคันด์รีไวส์ โดยปรับปรุงแท็คติคอลอาร์มส์เป็นแท็คติคอลอาร์มส์ทูว์ที่สามารถแยกปืนแก็ตลิ่งออกมาใช้เดี่ยวๆเป็นแก็ตลิ่งอาร์ม และสามารถถอดใบมีดของดาบออกมาประกอบที่แขนทั้งสองข้างเหมือนทอนฟาได้โดยที่ปลายใบมีดจะสามารถปล่อยบีมออกมาได้ด้วย

บลูเฟรมเซคันด์ได้รับการดัดแปลงอีกครั้งเป็นกันดั้มแอสเทรย์บลูเฟรม D เพื่อใช้ต่อสู้กับกันดั้มแอสเทรย์นัวร์โดยเฉพาะ โดยเปลี่ยนพาร์ทกลับไปเป็นแบบของบลูเฟรมดั้งเดิมเกือบทั้งหมดและติดจุดเชื่อมต่อกับสไตรเกอร์แพ็คเพื่อใช้งานวิร์ฟสไตรเกอร์ซึ่งเป็นรุ่นดัดแปลงของเอลสไตรเกอร์ ตามตัวของบลูเฟรม Dนั้นมีดาบอยู่มากมายซึ่งเป็นดรากูนซึ่งสามารถใช้เป็นดาบได้ โดยนอกจากซอร์ดดรากูนขนาดใหญ่แล้วยังมีเซนเซอร์ดรากูนที่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์สอดแนมได้ และที่ไหล่ก็เป็นสเตลธ์ดรากูนซึ่งติดมิราจคอลลอยด์ไว้และสามารถใช้ป้องกันบีมได้ด้วยเกชไมดิคแพนเซอร์

รูปแบบสุดท้ายที่เรียกว่าบลูเฟรมโฟรธ์นั้นใช้โครงสร้างหลักแบบบลูเฟรมเซคันด์ G แต่ส่วนไหล่เป็นแบบดั้งเดิมและติดเกราะฟุลอาร์เมอร์แบบ PSซึ่งสามารถหุ้มบลูเฟรมเซคันด์ได้ทั้งตัว ภายในเกราะนี้มีเจลป้องกันความร้อนและสามารถใช้เข้าสู่บรรยากาศโลกได้ โดยในเวลาปกติจะติดตั้งไว้เป็นแบ็คแพ็คเหมือนแท็คติคอลอาร์มส์

mbf-p03-assault.jpg

Full Weapons

mbf-p03-scale.jpg

Equipped with scale system

mbf-p03-booster.jpg

Equipped with high speed booster

mbf-p03-sensor.jpg

Equipped with complete sensor

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License