ซาคุรุ่นสอดแนม

MS-06E Zaku Recon Type

First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 17.7 m
Base weight 60.4 t Full weight 76.2 t
Armor super-hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 951 kW
Armaments

  • shield
  • camera gun

ซาคุทูว์ที่ได้การปรับแต่งจากรุ่นมาตรฐานเพื่อใช้ในภารกิจสอดแนมโดยเฉพาะ โมโนอายเซนเซอร์เปลี่ยนเป็นรุ่นที่มีความละเอียดสูงกว่ารุ่นปกติมากและทีหัวก็มีเสาอากาศสำหรับทำการสื่อสารระยะสั้น ที่ไหล่ทั้งสองข้างและหว่างขาก็มีกล้องและเซนเซอร์เสริมติดอยู่ แบ็คแพ็คของซาคุรุ่นสอดแนมนี้มีกำลังพอๆกับซาคุรุ่นจ่าฝูงและที่หน้าอกทั้งสองด้านก็มีท่อขับดันติดอยู่ด้วย ซึ่งซาคุรุ่นสอดแนมนั้นได้รับการออกแบบให้ถังเชื้อเพลิงมีความจุมากขึ้น 10% โดยปกติแล้วซาคุรุ่นสอดแนมจะไม่ติดตั้งอาวุธและใช้กล้องแบบมือถือเป็นอุปกรณ์ขณะปฏิบัติการ แต่เนื่องจากกำลังพลที่จำกัดของซีอ้อนจึงได้รับการออกแบบให้ใช้อาวุธของซาคุทูว์ต่อสู้ได้ในยามจำเป็น ซึ่งแม้ว่าซาคุรุ่นสอดแนมจะมีพลังป้องกันที่ต่ำเนื่องจากเกราะบางกว่าปกติและยังถอดเกราะไหล่ออกเพื่อติดกล้อง แต่ก็มีความเร็วที่ทำให้ใช้ในการต่อสู้ได้พอๆกับรุ่นมาตรฐาน กองทัพซีอ้อนยังได้พัฒนาซาคุรุ่นสอดแนมต่อมาเป็น MS-06E-3 โดยเปลี่ยนแบ็คแพ็คและส่วนหัวให้กำลังขับเคลื่อนและความสามารถในการตรวจจับเป้าหมายสูงขึ้นอีก ส่วนหัวนั้นเปลี่ยนเซนเซอร์จากแบบโมโนอายเป็นแบบสามกล้องซึ่งทำให้แตกต่างจากซาคุโดยทั่วๆไปมากและที่แบ็คแพ็คก็มีครีบเซนเซอร์ซึ่งในขณะที่ใช้ตรวจหาศัตรูจะโบกไปมาซึ่งทำให้ได้ชื่อว่า ซาคุฟลิปเปอร์ ซาคุฟลิปเปอร์นั้นสามารถตรวจจับเลเซอร์ คลื่นเหนือเสียง หรืออนุภาคมินอฟสกีได้ และที่แบ็คแพ็คก็มีทั้งบูสเตอร์กับถังเชื้อเพลิง

สหพันธ์โลกนั้นใช้งานเครื่องบินอย่างดิชเป็นพาหนะสอดแนมตลอดสงครามหนึ่งปีโดยไมไ่ด้พัฒนา MSสำหรับใช้งานด้านนี้โดยเฉพาะเลย ซึ่งหลังสงครามหนึ่งปีนั้นก็ได้เก็บยึดเอาซาคุรุ่นสอดแนมและซาคุฟลิปเปอร์ไปใช้งาน โดยในช่วงศึกกรีปส์นั้นก็ได้ปรับปรุงระบบอย่างค็อกพิตและท่อขับดันให้ทันสมัย โดยซาคุรุ่นสอดแนมที่สหพันธ์โลกใช้นั้นจะใช้โล่แบบไฮแซ็คป้องกันตัวด้วย และในเวลาต่อมาก็ได้พัฒนา RMS-119 EWACแซ็ค หรือที่เรียกด้วยชื่อเล่นว่าอายแซ็ค โดยมีแบ็คแพ็คจานเรดาร์ขนาดใหญ่ซึ่งมาจาก EWACจิมที่หน่วยทดสอบอาวุธของทิทานส์เคยใช้งานแต่ผลออกมาไม่น่าพอใจนักจังได้เปลี่ยนมาใช้กับไฮแซ็คแทน โดยจานเรดาร์ของอายแซ็คนั้นจะเชื่อมต่อกับส่วนหัวและเน้นการปฏิบัติการในพื้นที่ที่อนุภาพมินอฟสกีไม่แน่นหนานัก จุดเด่นของอายแซ็คก็คือมีจานเรดาร์ขนาดใหญ่ติดอยู่ที่หัวซึ่งนอกจากระบบเรดาร์แล้วยังมีเซนเซอร์แบบต่างๆ โดยปกติแล้วอายแซ็คจะปฏิบัติการพร้อมกันสองเครื่องเนื่องจากจานเรดาร์นั้นมีขอบเขตการแสกนประมาณ 192 องศา ซึ่งด้านล่างของจานเรดาร์นี้ยังมีโมโนอายเซนเซอร์สำหรับจับภาพภาคพื้นดิน ที่ด้านหน้าของเกราะกระโปรงของอายแซ็คยังมีเซนเซอร์สำหรับตรวจสอบภาคพื้นดินซึ่งเมื่อใช้งานในอวกาศก็จะปรับมาเสริมระบบสื่อสารให้เชื่อมโยงกันได้ดีขึ้น เนื่องจากต้องปฏิบัติการเป็นระยะทางไกลจึงมีถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่สองถังติดแบ็คแพ็ค ข้อมูลของอายแซ็คนั้นจะส่งตรงมายังยานแม่แบบตามเวลาจริง เว้นแต่ในกรณีที่การสื่อสารถูกตัดขาดนั้นเพระาอนุภาคมินอฟสกีซึ่งอายแซ็คจะสามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในเดตาพ็อดแล้วเข้ารหัสไว้ก่อนส่งออกไป อายแซ็คยังคงสามารถใช้ปืนกลของไฮแซ็คป้องกันตัวได้ ในกองทัพนีโอซีอ้อนนั้นก็มีอายแซ็คซึ่งได้รับมาจากทหารเดนตายของทิทานส์หลังจากที่เข้าโจมตีดาการ์

ms-06e-3.jpg

MS-06E-3 Zaku Flipper

First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 16.7 m
Base weight 61.5 t
Armor super-hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License