ซาคุทูว์
ms-06f.jpg

MS-06F Zaku II

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Head height 17.5 m
Base weight 58.1 t Full weight 73.3 t
Armor super-hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 951 kW
Armaments

  • heat hawk
  • 120 mm machine gun
  • 280 mm bazooka
  • cracker grenade
  • 3-tube missile pod
  • shield

MSซึ่งเป็นกำลังหลักของซีอ้อนในสมัยสงครามหนึ่งปี โดยเดิมทีนั้นเป็น MS-06A ซึ่งพัฒนาต่อมาจากซาคุให้มีสมรรถนะสูงขึ้น ตามตัวของ MS-06A นั้นมีสายส่งพลังงานโยงอยู่นอกตัวเครื่องเพื่อให้จ่ายพลังงานให้แต่ละส่วนได้ดีขึ้น เนื่องจากลักษณะของ MS-06Aนั้นแตกต่างจาก MS-05อย่างมากจึงได้เรียกว่าซาคุทูว์ รูปแบบของ MS-06Aนั้นได้พัฒนาต่อมาเป็น MS-06C ตามที่กิซิเรีย ซาบีได้แสดงความเห็นว่า MS-06Aมีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดต่ำเกินไปหากว่าต้องทำการต่อสู้กับ MSด้วยกัน โดย MS-06Cนั้นได้เปลี่ยนเกราะไหล่จากแบบเกราะโค้งเหมือนของซาคุวันมาเป็นแผ่นโล่ติดไหล่ขวากับเกราะหนามติดไหล่ซ้ายซึ่งทำให้ใช้ความเร็วพุ่งกระแทกศัตรูได้รุนแรงขึ้น และเนื่องจากว่าในสงครามนั้นทั้งสองฝ่ายจะใช้งานอาวุธนิวเคลียร์ MS-06Cจึงมีชั้นเกราะป้องกันรังสีอยู่โดยรอบค็อกพิต ซาคุทูว์ยังมีจุดเด่นที่สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้หลากหลาย โดยอาวุธมาตรฐานก็คือปืนกล 120 ม.ม. บาซูก้า 280 ม.ม. และขวานความร้อนซึ่งเป็นอาวุธระยะประชิดตัวที่ออกแบบไว้สำหรับใช้ผ่าผนังของยานรบ อาวุธเสริมที่พบเห็นได้บ่อยก็คือระเบิดแคร็กเกอร์ และที่ขาก็สามารถติดตั้งมิสไซล์พ็อดแบบสามลำกล้องได้ MS-06Cนั้นเป็น MSรุ่นแรกที่ได้รับการผลิตจำนวนมากอย่างเต็มรูปแบบ ส่วน MS-06Aที่ผลิตไปบ้างแล้วนั้นได้ใช้เป็นเครื่องฝึกนักบิน ซึ่งในการฝึกนั้นจะใช้อุปกรณ์เป็นบาซูก้ากับปืนกล 105 ม.ม.รุ่นเก่า

เมื่อสงครามหนึ่งปีเริ่มต้นขึ้น ซาคุทูว์ก็สร้างความเสียหายต่อกองยานของสหพันธ์ได้อย่างมาก โดยเครื่องที่มีชื่อเสียงก็คือเครื่องสีแดงของชาร์ อัสนาเบิลที่จมยานชั้นซาลามิสไปถึงห้าลำในยุทธการลูม ซึ่งเป็นที่มาของฉายาดาวหางสีแดง และเครื่องของทีมสามดาวดำซึ่งจมยานชั้นแม็กเจลแลน อานันเค ซึ่งเป็นเรือธงของสหพันธ์และจับตัวนายพลเรวิล ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสหพันธ์ไปได้ หลังการเซ็นสนธิสัญญาแอนตาร์กติกาซึ่งห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซีอ้อนจึงดัดแปลงรูปแบบของซาคุทูว์อีกครั้งโดยเอาเกราะกันรังสีออกไปทำให้น้ำนหักเบาลงมาอย่างมากเป็น MS-06F ซึ่งนับเป็นรุ่นมาตรฐานของซาคุทูว์ ในบรรดา MS-06Fนี้มีเครื่องที่ได้รับการแต่งพิเศษคือของโดซูล ซาบี ซึ่งมักออกรบเป็นแนวหน้าเคียงข้างทหารใต้บังคับบัญชา ค็อกพิตของซาคุเครื่องนี้จะใหญ่ขึ้นเพื่อให้โดซูลที่สูงถึงสองเมตรนั่งได้และใช้ขวานความร้อนที่ใหญ่กว่าปกติ ที่เกราะไหล่จะเป็นหนามทั้งสองข้างและที่หลังมือก็ติดหนามไว้ ซาคุทูว์ยังมีรุ่นวางทุ่นระเบิดซึ่งเปลี่ยนแบ็คแพ็คเป็นแบบที่สามารถจุเชื้อเพลิงได้มากกว่าแบบเดิมห้าเท่าและสามารถปล่อยทุ่นระเบิดอวกาศได้ น้ำหนักของแบ็คแพ็คนั้นทำให้ความคล่องตัวต่ำแต่ประสิทธิภาพของระบบสื่อสารจะสูงขึ้นจนเทียบได้กับเครื่องจ่าฝูง และในภาค Thunderbolt ยังมีซาคุทูว์ของหน่วยลิฟวิงเดดซึ่งปรับแต่งสำหรับใช้งานในธันเดอร์โบลท์เซคเตอร์ ซากอาณานิคมมัวร์ที่ไซด์ 4 โดยตามข้อต่อและสายส่งพลังงานจะหุ้มฉนวนกันเศษเทหวัตถุซึ่งมีมากในธันเดอร์โบลท์เซคเตอร์ไว้ แบ็คแพ็คเติดท่อขับดันเสริมกับถังเชื้อเพลิงและมีแขนกลสำหรับทำงานเล็กน้อยๆ ตามตัวยังมีท่อขับดันขนาดเล็กเพิ่มความคล่องตัวอยู่ทั่ว

ในช่วงท้ายของสงครามหนึ่งปี รูปแบบของซาคุทูว์ก็ได้รับการปรับปรุงตามแผนการบำรุงกำลังรวมเป็นซาคุทูว์รุ่นปรับปรุง และในเวลาต่อมาก็มีรุ่น MS-06F2 ซึ่งดูคล้ายกับซาคุทูว์แบบมาตรฐานโดยได้รับการปรับปรุงด้วยข้อมูลในช่วงที่บุกโจมตีโลกให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมและใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากขึ้น ซึ่งหลังสงครามหนึ่งปีนั้นทั้งทหารเดนตายของซีอ้อนและสหพันธ์โลกก็ยังใช้งาน MS-06F2 โดยหลังปฏิบัติการสตาร์ดัสต์นั้น ทหารซีอ้อนที่หลบซ่อนตัวจากการตามล่าของทิทานส์ก็ได้ปรับปรุงซาคุ F2ที่มีอยู่เป็นซาคุ "ชทุตเซอร์" โดยติดตั้งแขนกลควบคุมด้วยสายเคเบิลติดรอกซึ่งสามารถใช้พันตัวศัตรูหรือควบคุมให้ออกไปขว้างระเบิดในขณะที่ซาคุชทุตเซอร์หลบอยู่ก็ได้ ซาคุทูว์ชทุตเซอร์ยังมีบีมไรเฟิลของเกลกุ๊กติดตั้งไว้ที่ลำตัวโดยใช้พลังงานจากเครื่องกำเนิดพลังงานเสริมที่ติดไว้ด้านหลัง กองทหารเดนตายของซีอ้อนที่ซ่อนตัวบนดวงจันทร์ยังได้ดัดแปลงซาคุทูว์เป็นซาคุทูว์"กันเนอร์"ของทีมปืนใหญ่ซาเมล โดยใช้ปืนใหญ่ 680 ม.ม.ของซาเมลมาสวมกับไหล่ขวาของซาคุทูว์แทนโล่ เซนเซอร์หลักนั้นเปลี่ยนจากแบบโมโนอายเป็นกล้องเล็งเพื่อให้ใช้ปืนใหญ่นี้ได้มีประสิทธิภาพขึ้นและเสริมโครงสร้างให้ทนแรงถีบของปืนใหญ่ได้โดยที่ขาขวาจะมีขาตั้งและแขนซ้ายจะถือโล่ขนาดใหญ่หนักซึ่งมีลิ่มติดเอาไว้ กันเนอร์นั้นจะปฏิบัติการร่วมกับซาคุทูว์"เรนจ์ไฟน์เดอร์"ซึ่งดัดแปลงมาจากรุ่น F2 โดยมีอุปกรณ์เป็นกล้องแบบมือถือเชื่อมต่อกับกล้องหลักเพื่อใช้คำนวณวิถีการยิงปืนใหญ่และเก็บข้อมูลการใช้งาน เรนจ์ไฟน์เดอร์ยังใช้แบ็คแพ็คที่มีกำลังมากขึ้นเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวตามสภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อได้ดี รวมทั้งมีโล่ติดปืนแก็ตลิ่งไว้ป้องกันตัวในกรณีที่เจอศัตรูเข้า

ms-06a.jpg

MS-06A Zaku II Early Type

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 17.5 m
Armor super-hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • 120 mm machine gun
  • 280 mm bazooka
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License