MS-07H Gouf Flight Test Type
First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 18.8 m
Base weight 63.9 t Full weight 76.6 t
Armor super-hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1034 kW
Armaments
- 5-barrel 75 mm machine gun
- 360 mm giant bazooka
กูฟที่ได้รับการออกแบบให้สามารถบินกลางอากาศได้เพื่อแก้จุดอ่อนด้านระยะในการปฏิบัติการบนโลกของ MS MS-07H กูฟรุ่นทดสอบการบินนั้นดัดแปลงจากกูฟรุ่นแรกแต่ก็ได้ใช้ชิ้นส่วนของกูฟรุ่นมาตรฐานที่กำลังพัฒนาอยู่ด้วย ที่ขาทั้งสองข้างนั้นติดเครื่องยนต์เทอร์โมนิวเคลียร์เจ็ตที่มีกำลังมากและติดตั้งแบ็คแพ็คแบบปีกเล็กสำหรับใช้ควบคุมทิศทางกลางอากาศ เนื่องจากเป็นเครื่องที่ใช้ทดสอบระบบการบินเป็นหลักจึงยังไม่ได้ติดตั้งอาวุธนอกจากมือแบบปืนกลติดนิ้ว 75 มม.ทั้งสองข้าง โดยติดตั้งตลับกระสุนไว้ที่แขนคล้ายกับรุ่นติดอาวุธหนัก กูฟรุ่นทดสอบการบินที่ตั้งใจให้ใช้กำลังเครื่องยนต์เจ็ตบินนั้นประสบปัญหาตั้งแต่ที่เริ่มการทดลองทั้งด้านการรักษาระดับความสูงและความเร็ว ตัวเครื่องที่หนักยังทำให้ระยะปฏิบัติการสั้นกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งทีมทดลองนั้นได้ปรับปรุงเป็นรุ่น H-2 โดยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์เจ็ตขึ้นอีกพร้อมกับติดถังเชื้อเพลิงแบบปลดทิ้งได้แต่ผลก็ยังออกมาไม่น่าพอใจนัก
การพัฒนากูฟที่บินได้นั้นถูกลดความสำคัญลงมาจนกระทั่งเมื่อปรับปรุงเป็นรุ่น MS-07H-4 ซึ่งได้รับการแก้ไขระบบควบคุมทิศทางโดยเพิ่มครีบปีกเล็กที่ใช้ควบคุมการบินไว้ที่ขาและส่วนไหล่ก็เป็นครีบปีกแทนที่จะเป็นเกราะหนาม รุ่น H-4 นี้มีความเร็วและระยะเวลาที่บินได้ดีกว่าเดิมมากแต่ขณะเดียวกันการทำงานของเครื่องยนต์เจ็ตก็ยุ่งยากขึ้นมาก ซึ่งในการบินทดสอบวันที่สิบหลังจากที่ปรับแต่งเป็นรุ่น H-4 ก็เกิดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องจนระเบิดกลางอากาศและทำให้นักบินทดสอบเสียชีวิต การพัฒนากูฟรุ่นบินได้อย่างเป็นทางการจึงยุติไป แต่กองทัพซีอ้อนก็ยังปรับแต่งรูปแบบของกูฟรุ่นบินได้ต่อมาจนถึงรุ่น MS-07H-8 กูฟไฟลท์ไทป์ ซึ่งใช้แบ็คแพ็คท่อขับดันที่มีกำลังมากขึ้น เครื่องยนต์เจ็ตที่ขามีกำลังมากขึ้นและมีช่องดูดอากาศขนาดใหญ่อยู่สี่ช่อง ที่เอวและแล็คแพ็คยังมีครีบปรับระดับความสูงเพิ่มขึ้น โครงสร้างและอาวุธปืนของกูฟไฟลท์ไทป์นั้นเป็นแบบกูฟคัสตอม ซึ่งกูฟไฟลท์ไทป์นั้นมีความสามารถในการบินกลางอากาศที่นับว่าน่าพอใจแล้ว แต่เนื่องจากในขณะนั้นกองทัพซีอ้อนก็ได้ใช้วิธีให้กูฟใช้ยานโดได YS เป็นฐานยืนบินกลางอากาศแล้วจึงไม่มีการผลิตกูฟไฟลท์ไทป์เป็นจำนวนมาก หลังสงครามหึ่งปีนั้นสหพันธ์โลกก็ใช้งานกูฟรุ่นทดสอบการบินที่ยึดมาได้ด้วย โดยแทนที่จะใช้บินตามที่ออกแบบไว้ก็ใช้งานโดยให้ลอยตัวในระดับต่ำเหมือนดอมแทนและติดไจแอนท์บาซูกาเป็นอาวุธ
บริษัทซีโอนิคยังเคยพัฒนา MS-07H-6 กูฟโฮเวอร์ไทป์ ซึ่งมีจุดประสงค์หลักคือเพิ่มพลังในการต่อสู้ของกูฟคัสตอมขึ้นไปอีก ส่วนขานั้นติดตั้งระบบโฮเวอร์แบบเดียวกับของซิมมัดเพื่อให้ลอยตัวได้เหมือนกับดอมและแบ็คแพ็คก็มีท่อขับดันมากขึ้น ที่แขนซ้ายก็ติดบูสต์นัคเคิลซึ่งเป็นโล่ติดหนามคล้ายกับโล่ของเกลกุ๊กมารีนซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับระบบโฮเวอร์ก็จะเพิ่มพลังในการพุ่งเข้าชกได้มาก ดาบความร้อนนั้นเปลี่ยนเป็นขวานขวามร้อนและยังใช้ไจแอนท์บาซูกา แต่การพัฒนากูฟโฮเวอณ์ไทป์นั้นประสบปัญหาล่าช้าจนกระทั่งเมื่อซีอ้อนเสียฐานแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตสำคัญบนโลกไปแล้วจึงไม่มีโอกาสนำมาใช้งานเลย ว่ากันว่าตอนที่สหพันธ์ดัดแปลงกูฟรุ่นทดสอบการบินนั้นก็อ้างอิงกับข้อมูลของกูฟโฮเวอร์ไทป์



