ดิเจห์
msk-008.jpg

MSK-008 Dijeh

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Kazumi Fujita
Head height 18.4 m
Base weight 33.9 t Full weight 51.8 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1892 kW
Armaments

  • beam naginata
  • 60 mm vulcan gun
  • beam rifle
  • clay bazooka
  • shield

MSสำหรับให้ใช้งานบนโลกซึ่งกองกำลังคาราบาดัดแปลงจากริคดิแอสโดยใช้ข้อมูลของมูฟเอเบิลเฟรมที่ศึกษาจากนีโมเพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้างและและดัดแปลงระบบหล่อเย็นของเครื่องกำเนิดพลังงานให้ใช้งานบนโลกได้ดีขึ้น ลักษณะภายนอกของดิเจห์นั้นจะดูคล้ายกับ MSรุ่นเก่าอย่างเกลกุ๊ก ที่ไหล่ขวาเป็นโล่ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้บังแขนได้ทั้งข้าง ส่วนไหล่ซ้ายนั้นออกแบบไว้ให้ใช้แขวนอาวุธอย่างบาซูกา ดิเจห์ยังเปลี่ยนแบ็คแพ็คเป็นแผงปีกระบายความร้อนขนาดใหญ่สองแผงและที่ขาก็มีเครื่องยนต์เจ็ทซึ่งช่วยให้ควบคุมทิศทางกลางอากาศได้ดีขึ้นและสามารถลอยตัวเหนือพื้นได้ ด้านอาวุธจะใช้บีมไรเฟิลแบบเดียวกับเฮียกุชิกิ เคลย์บาซูกา ปืนวัลแคนติดหัว และใช้อาวุธระยะประชิดเป็นบีมนากินาตะคล้ายกับของเกลกุ๊ก ดิเจห์เครื่องแรกนั้นเป็น MS ประจำตัวของอามุโร เรย์ และนอกจากเครื่องของอามุโรแล้วยังมีเครื่องสีขาวของคาราวินา มาโมเซ็ต ซึ่งเป็นอดีตทหารเดนตายของซีอ้อนในแอฟริกาที่มาเข้ากับคาราบาในช่วงศึกกรีปส์ ดิเจห์ของคาราวินานั้นเคยได้รับความเสียหายและได้เปลี่ยนมาใช้แขนซ้ายที่เก็บมาจากริคดิแอสของคู่หูที่เสียชีวิตในการต่อสู้ คาราวินายังได้เอาไบน์เดอร์ของริคดิแอสมาติดไวเกับไหล่ซ้ายเพื่อใช้เป็นชิลด์บูสเตอร์อีกด้วย ซึ่งทำให้ดิเจห์เครื่องนี้มีสมดุลที่แย่มากแต่ก็เป็นหลักฐานถึงฝีมือของคาราวินาได้ดี คาราวินานั้นหายตัวไปหลังจากสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่หนึ่ง แต่ก็ยังมีการพบเห็นดิเจห์เครื่องนี้สืบทอดมาในกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแอฟริกาจนถึงปี UC 121

ดิเจห์นั้นมีการพัฒนาต่อมาเป็น SE-DJ-1R ดิเจห์ SE-R ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างภายในทั้งหมด รวมถึงย้ายค็อกพิตจากส่วนหัวไปไว้ที่ลำตัวตามปกติและใช้เครื่องกำเนิดพลังงานแบบใหม่ แต่ข้อมูลโดยละเอียดของดิเจห์ SE-R นั้นไม่มีการเปิดเผย กับ MSK-008S/A ดิเจห์แอสซอล์ทแพ็คเกจ ซึ่งเป็นเครื่องที่สร้างเพิ่มให้นักบินฝีมือดีหลังจากที่อามุโรใช้งานเครื่องแรกได้อย่างน่าประทับใจ ดิเจห์แอสซอล์ทแพ็คเกจนีได้ปรับโครงสร้างส่วนไหล่และขาให้แข็งแกร่งขึ้นและเน้นการใช้งานแบบทิ้งระเบิดโดยขณะปฏิบัติการนั้นจะติดมิสไซล์พ็อดที่ออกแบบตามรูปแบบของเกราะฟุลอาเมอร์ไว้ตามตัวเพื่อให้สามารถทนทานการโจมตีขณะที่เข้าระดมยิงมิสไซล์ใส่เป้าหมาย และหลังจากที่ยิงมิสไซล์หมดแล้วก็จะสามารถปลดออกไม่ให้เป็นน้ำหนักถ่วงในการต่อสู้หลังจากนั้นได้ ดิเจห์แอสซอล์ทแพ็คเกจยังสามารถติดโล่ไว้กับไหล่ได้ทั้งสองข้าง

ในปี 0092 ซึ่งอามุโรกลับเข้าสหพันธ์เป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งหน่วยลอนโดเบลนั้น เบื้องบนได้เล็งเห็นว่าจิมทรีที่เป็นกำลังหลักนั้นมีสมรรถนะที่ต่ำเกินกว่าจะให้อามุโร่แสดงฝีมือได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีความหวาดระแวงความสามารถของอามุโร่จึงไม่อนุมัติให้ใช้กันดั้มเต็มรูปแบบและเนื่องจากว่าเจกันก็กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาจึงให้ดัดแปลงดิเจห์ให้ใช้งานในอวกาศได้เป็น MS ประจำตัวของอามุโร่ เรียกว่า MSK-008R ริคดิเจห์ โดยทาสีตามแบบของ Z พลัส A1ของอามุโร่ และเปลี่ยนแผงปีกเป็นไบน์เดอร์ทติดท่อขับดันที่พัฒนาต่อมาจากแรนดอมไบน์เดอร์ของริคดิแอส ค็อกพิตนั้นย้ายจากส่วนหัวมาที่ลำตัวจึงได้เปลี่ยนปืนวัลแคนให้เป็นแบบที่ใหญ่กว่าเดิม ริคดิเจห์ยังใช้อาวุธแบบเดิม แต่ที่ไหล่ซ้ายได้ติดโล่ซึ่งก็ใช้ก็บระเบิดมือไว้ด้วย รวมถึงสามารถใช้อาวุธหนักอย่างไฮเปอร์เมกาลันเชอร์แบบเดียวกับของเซต้ากันดั้มได้ หลังจากที่ริคดิเจห์ได้รับความเสียหายในการต่อสู้กับ Gดอร์ซึ่งยานลาไซม์ที่อามุโร่ประจำการอยู่นั้นไม่มีอะไหล่ที่ใช้ซ่อมริคดิเจห์ได้จึงได้ใช้อะไหล่ของเจดาซึ่งเป็นลูกทีมแทนพร้อมกับทาสีใหม่โดยตั้งใจให้ดูเหมือนกันดั้มมากกว่าเดิม เกราะไหล่ของเจดานั้นไม่มีโล่ติดไว้ส่วนแขนซ้ายของริคดิเจห์จึงมีการป้องกันที่ด้อยกว่าเดิมแต่ก็ชดเชยได้โดยติดโล่ของจิมทรีไว้แทน การที่ขยับแขนได้มากขึ้นและใช้โล่แบบมือถือนี้ยังเข้ากับสไตล์ของอามุโร่มากกว่าเดิมด้วย บริษัทลูโอยังได้สร้างดิเจห์และริคดิเจห์เพิ่มไว้ใช้งานโดยใช้โทนสีเทาแทน

นอกจากนั้นยังมีดิเจห์ที่อาร์เล็ต อัลมาจ แต่งให้ชาร์ อัสนาเบิลใช้ทดสอบระบบไซโคเฟรมในช่วงที่ชร์เพิ่งขึ้นเป็นผู้นำของนีโอซีอ้อน โดยได้เปลี่ยนค็อกพิตใหม่และมีไบโอเซนเซอร์เป็นระบบสำรองด้วย อาร์เล็ตนั้นแต่งดิเจห์เครื่องนี้ให้ใช้ในอวกาศจึงได้เปลี่ยนแผงปีกระบายความร้อนด้านหลังเป็นไกลไบน์เดอร์ของชทรูมดิแอสและเปลี่ยนไหล่ทั้งสองข้างเป็นแบบติดท่อขับดัน ส่วนแขนได้เปลี่ยนเป็นของกิราโดกาที่เป็นกำลังหลักของนีโอซีอ้อนและใช้บีมไรเฟิลที่เป็นต้นแบบปืนกลบีมที่ยังไม่มีโหมดยิงรัวแบบปืนกล ชิ้นส่วนของดิเจห์เครื่องนี้ได้ปรับลิมิเตอร์ควบคุมการทำงานให้สูงขึ้นจากปกติซึ่งแม้จะทำให้สมรรถนะสูงขึ้นมากแต่ก็นับว่าเป็นการใช้งานเกินขีดจำกัดที่ตัวเครื่องจะรับได้และหากตอนบังคับเครื่องไม่ระมัดระวังพอแล้วก็อาจระเบิดได้ อาร์เล็ตได้ยกเครื่องดิเจห์เครื่องนี้อีกครั้งหลังจากที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยตั้งใจใช้เก็บข้อมูลมาใช้พัฒนาซาซาบีเป็น MSK-008S ดิเจห์ทราเวอเซีย โดยได้เปลี่ยนชิ้นส่วนหลายๆจุดรวมถึงเตาปฏิกรณ์และเกราะไหล่แบบติดฟันเนลแบบเดียวกับของแยกด์โดกาซึ่งในขณะนั้นยังเป็นอยู่ระหว่างการพัฒนา แบ็คแพ็คยังเป็นแบบเดียวกับของชทรูมดิแอส ส่วนหัวนั้นเปลี่ยนเป็นแบบที่คล้ายกับของดิเจห์ SE-R ซึ่งมีระยะของเซนเซอร์ที่ดีมาก

msk-008-nt.jpg

Luio Company colours

First appearance Mobile Suit Gundam Narrative
Designer Hajime Katoki

msk-008-karavina.jpg

Karavina Marmoset Unit

First appearance Mobile Suit Gundam F90 Cluster
Designer Yasuhiro Moriki

se-dj-1r.jpg

SE-DJ-1R Dijeh SE-R

First appearance Z Gundam Mobile Suit Variations
Designer Kazumi Fujita
Head height 18.6 m
Base weight 28.6 t Full weight 58.3 t

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License