
MSN-00100 Hyakushiki
First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Mamoru Nagano
Head height 18.5 m
Base weight 31.5 t Full weight 54.5 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1930 kW
Special feature anti-beam coating
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan gun
- clay bazooka
- beam rifle
- mega bazooka launcher
เดิมทีนั้น แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ได้ออกแบบเดลตากันดั้มเป็นต้นแบบของ MSแบบแปลงร่างได้ในเซตาโปรเจ็คท์ แต่เนื่องจากแอนาไฮม์นั้นใช้ระบบโครงสร้างที่ด้อยประสิทธิภาพจึงมีแต่ข้อมูลสำหรับทดสอบด้วยระบบซิมูเลเตอร์เท่านั้นและไม่สามารถสร้างใช้งานจริงได้ จนกระทั่งหลังจากที่ได้ข้อมูลของโครงสร้างแบบมูฟเอเบิลเฟรมที่ศึกษามาจากกันดั้มมาร์คทูว์จึงได้นำมาใช้ดัดแปลงกับดีไซน์ของเดลตากันดั้มเป็น MSN-00100 เฮียกุชิกิ เนื่องจากในช่วงศึกกรีปส์นี้อาวุธบีมได้เป็นอุปกรณ์ทั่วไปไปแล้ว เฮียกุชิกิจึงมีเกราะที่บางและไม่มีโล่เพื่อให้คล่องตัวหลบหลีกการโจมตีได้ง่ายจึงได้ตัดระบบแปลงร่างของเดลตากันดั้มออกไปแต่ยังคงมีไบน์เดอร์แบบปีกติดท่อขับดันด้านหลังสำหรับเสริมความคล่องแคล่วด้วย AMBAC เกราะสีทองของเฮียกุชิกินั้นเป็นบีมโคตสำหรับลดความเสียหายจากบีมแต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพนัก นอกจากอาวุธมาตรฐานแล้วเฮียกุชิกิยังมีเมก้าบาซูก้าลันเชอร์ซึ่งเป็นปืนใหญ่มหาอนุภาคซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับตัวเฮียกุชิกิเองและมีท่อขับดันติดตั้งไว้เพื่อให้เคลื่อนที่ได้ ซึ่งปกติแล้วจะเก็บไว้ในยานอากามาและใช้คาทาพัลท์ส่งออกมาให้เฮียกุชิกิในเวลาที่จะใช้งาน โดยเมก้าบาซูก้าลันเชอร์จะกางออกและมีขายื่นออกมาให้เฮียกุชิกิเหยียบ เมก้าบาซูก้าลันเชอร์นั้นมีพลังทำลายที่สูงมากแต่ต้องใช้เวลาในการชาร์จอนุภาคค่อนข้างนานซึ่งสามารถลดเวลาลงได้โดยเชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดพลังงานของ MSเครื่องอื่น
เฮียกุชิกินั้นเป็น MSประจำตัวของร้อยโทควอโทร บาจินาซึ่งในตอบจบของศึกกรีปส์นั้นเฮียกุชิกิได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับคิวเบเลย์ของฮามาน คาน โดยที่เมก้าบาซูก้าลันเชอร์ถูกทำลายและควอโทรก็หายสาปสูญไปด้วย หลังศึกกรีปส์นั้นเฮียกุชิกิก็ได้รับการซ่อมแซมและประจำการเป็น MSของกันดั้มทีม โดยมีนักบินหลักคือบีชา โอเลก แอนาไฮม์ยังได้ออกแบบ MSN-001-2 เดลตากันดั้มหมายเลขสอง เป็นเครื่องจำลองในระบบซิมูเลเตอร์อีกเครื่องโดยใช้ไบน์เดอร์ที่เบากว่าเดิมและฉาบบีมโคตเหมือนเฮียกุชิกิแต่ใช้สีแดงของชาร์ อัสนาเบิลแทน ตามข้อมูลจำลองนี้ นอกจากเดลตากันดั้มนิชิกิจะสามาถใช้ชิ้นส่วนของเฮียกุชิกิซีรีส์ได้แล้วยังสามารถใช้ชิ้นส่วนของริคดิแอสกับเซตากันดั้มได้ด้วยจึงนับว่าซ่อมบำรุงได้ง่าย ในเนื้อเรื่องของภาค Z Gundam Define นั้น แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ใช้ข้อมูลของกันดั้มมาร์คทูว์ในการพัฒนาเฮียกุชิกิ จึงกลายเป็น MSZ-000 ซีโรชิกิที่พัฒนามาจากริคดิแอสโดยตรงแทนจึงมีแรนดอมไบน์เดอร์อยู่ด้านหลังและทาสีแดง หลังจากที่แรนดอมไบน์เดอร์ได้รับความเสียหายในการต่อสู้ที่จาบุโร ซีโรชิกิก็ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการต่อสู้บนโลกมากขึ้นเป็น ซีโรชิกินิกาตะ และยังสามารถติดไฟลท์ยูนิตด้านหลังให้บินได้ด้วยตนเองโดยที่ไฟลท์ยูนิตนี้มีบีมแคนน่อนติดไว้เป็นอาวุธเสริมด้วย ซีโรชิกินิกาตะยังมีเครื่องที่สร้างเพิ่มให้อามุโรใช้เป็น MS ประจำตัวซึ่งทาสีขาวน้ำเงินแทน
ในภาคกันพลาบิลเดอร์ เฮียกุชิกิเป็นกันพลาของเคนตะ ซาคาสะกิ ซึ่งเคนตะได้ทาสีใหม่เป็นสีขาวแล้วเรียกว่าเบียกุชิกิแทน และในเกม Gundam Breaker 3 ก็มี MSN-00100J เฮียกุชิกิ J (เยกเกอร์) ซึ่งเป็นกันพลาที่เด็กหนุ่มวิลเคยใช้ในการแข่งกันพลาแบทเทิลชิงแชมป์อเมริกา เฮียกุชิกิ J นั้นใช้โครงสร้างที่คล้ายกับเฮียกุชิกิแบบดั้งเดิม แต่ได้ทาสีเงินและแก้ไขส่วนแขนให้ติดตั้งบีมสมาร์ทกันไว้ที่แขนขวากับเกรเน็ดลันเชอร์ที่แขนซ้าย พร้อมกับติดตั้งแบ็คแพ็คซึ่งเป็นปีกขนาดใหญ่และติดบีมแคนน่อนไว้สองกระบอก







