Zพลัส

MSZ-006A1 Z Plus A1

First appearance Gundam Sentinel
Designer Hajime Katoki, Masahiko Arano
Head height 19.86 m
Base weight 32.7 t Full weight 68.4 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2070 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • beam cannon
  • beam rifle
  • shield

เซต้ากันดั้มรุ่นผลิตเชิงพาณิชย์ซึ่งเดิมทีนั้นหน่วยคาราบาได้สั่งซื้อจากแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากคาราบานั้นปฏิบัติการบนโลกและเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิตลง แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์จึงได้ดัดแปลงโดยเปลี่ยนฟลายอิงอาเมอร์ด้านหลังเป็นไบน์เดอร์ปีกซึ่งเมื่อแปลงร่างเป็นเวฟไรเดอร์นั้นจะเป็นปีก VG (Variable Geometry)วิงซึ่งทำให้บนโลกได้ดีกว่าเซต้ากันดั้ม โครงสร้างของเซต้ากันดั้มก็ได้รับการแก้ไขให้เรียบง่ายขึ้น ส่วนโล่ซึ่งเรียกว่าซับยูนิตและเป็นส่วนหัวของร่างเวฟไรเดอร์นั้นติดเซนเซอร์เสริมไว้ อาวุธของ Zพลัสนั้นประกอบด้วยบีมเซเบอร์ บีมไรเฟิล ปืนวัลแคนติดหัวซึ่งส่วนหัวของ Zพลัสนั้นบรรจุกระสุนปืนวัลแคนได้มากขึ้น และบีมแคนน่อนติดเอวสองกระบอกซึ่งเป็นอาวุธหลักของร่างเวฟไรเดอร์และสามารถปรับตำแหน่งยิงได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ คาราบานั้นเริ่มสั่งซื้อ Zพลัสจากแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ 20 เครื่องก่อนซึ่งรุ่นแรกนี้ใช้รหัส MSK-006 ซึ่งใน Zพลัสรุ่นแรกนี้ก็มีเครื่องที่อามุโร่ เรย์ใช้งานเป็นการเก็บข้อมูลให้แอนาไฮม์ไปด้วยซึ่งเครื่องของอามุโร่จะทาสีแดงส้มบนพื้นขาว

ในภายหลังนั้นแอนาไฮม์ก็ได้ผลิต Zพลัสให้สหพันธํ์โลกใช้งานด้วยจึงได้เปลี่ยนมาใช้รหัส MSZ-006A1แทนพร้อมกับพัฒนารูปแบบย่อยๆต่อมามากมาย คือรุ่น MSZ-006A1Bซึ่งเพิ่มพลังในการต่อสู้ของเวฟไรเดอร์โดยติดปืนแก็ตลิ่งไว้ที่โล่และเสริมฮาร์ดพอยน์ที่ VGวิงให้ติดตั้งอาวุธได้ MSZ-006A2 ซึ่งดัดแปลงจากรุ่น A1เพื่อทดลองติดตั้งเมกาแคนน่อนไว้ที่ส่วนหัวของร่าง MS แต่เนื่องจากใช้งานบนโลกได้ไม่ดีนักหลังจากการทดลองจึงได้เก็บไว้ใช้งานจริงเพียงสามเครื่อง ซึ่งข้อมูลของรุ่น A2 นี้ต่อมาได้พัฒนาไปเป็นไฮเมกาแคนน่อนของดับเบิลเซต้ากันดั้ม MSZ-006A3 ซึ่งติดครีบให้สามารถควบคุมทิศทางกลางอากาศได้ดีขึ้น แต่ได้หยุดการผลิตเพียงเครื่องต้นแบบเครื่องเดียวหลังจากที่เริ่มการพัฒนาแบบ Dที่เพิ่มประสิทธิภาพได้สูงกว่า เนื่องจากคาราบานั้นไม่เคยใช้งาน MSแบบแปลงร่างได้มาก่อนจึงได้มีการดัดแปลงรุ่น A1เป็นโดยใช้เป็นแบบสองที่นั่งเพื่อใช้เป็นเครื่องฝึกนักบินด้วยจำนวนหนึ่ง และก็มีรุ่น MSZ-006BN ซึ่งเน้นการใช้งานแบบโจมตีภาคพื้นดินโดยปีก VGวิงจะกว้างกว่าปกติ นอกจากนั้นยังมีหางเสือและที่โล่จะติดเครื่องยนต์ใบพัดเทอร์โบไว้ ที่โล่นี้ยังสามารถปรับแต่งเซนเซอร์ได้ตามการใช้งาน จึงเป็นเครื่องที่ใช้บินในระดับต่ำได้ดีมาก

แอนาไฮม์ยังได้ออกแบบ MSZ-006C1 ซึ่งเป็น Zพลัสรุ่นที่ออกแบบให้ใช้งานในอวกาศโดยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นจรวดท่อขับดันปกติและแบ็คแพ็คจะมีท่อขับดันมากกว่าสี่จุด แม้จะยังใช้ VGวิงแทนฟลายอิงอาเมอร์ แต่ ZพลัสแบบC1ก็สามารถเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้โดยการปรับองศาอย่างระมัดระวัง Zพลัสแบบ C1สามารถเปลี่ยนโล่เป็นแบบติดบีมสมาร์ทกันซึ่งมีความแม่นยำและอานุภาพในระดับสูงได้ Zพลัสแบบ C1จำนวนสองเครื่องประจำการในหน่วยปฏิบัติการอัลฟาในช่วงการปราบปรามกลุ่มนิวดีไซส์ รุ่น C1นี้ยังสามารถเปลี่ยนหัวเป็นแบบ A2 ได้โดยจะเรียกว่ารุ่น C1/2 นอกจากนั้นยังมีรุ่น MSZ-006C4 ซึ่งเน้นการใช้ร่างเวฟไรเดอร์โจมตีศัตรูในชั้นบรรยากาศระดับสูงและในอวกาศใกล้กับชั้นบรรยากาศ VGวิงของรุ่น C4จึงถูกเปลี่ยนเป็นฟลายอิงอาเมอร์เหมือนกับของเซต้ากันดั้มเพื่อให้ทนแรงเสียดทานและแรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างชั้นบรรยากาศได้ดีขึ้น บีมแคนน่อนที่เอวถูกถอดออก แต่สามารถเลือกใช้โล่ได้สองแบบคือแบบติดเมกาบีมลันเชอร์และแบบที่ใช้เก็บบีมไรเฟิลได้ ซึ่งทั้งสองแบบนั้นได้รับการออกแบบให้สามารถทนความร้อนจากการเข้าสู่บรรยากาศโลกได้ดี

ในช่วงที่แอนาไฮม์พัฒนาดีพสไตรเกอร์นั้นก็ได้ออกแบบ MSZ-006C1[Bst] ฮัมมิงเบิร์ด เพื่อเป็นทีมสนับสนุนของดีพสไตรเกอร์ โดยติดบูสเตอร์ของ Sกันดั้มไว้แทนไหล่และขาของ Zพลัสแบบ C1 ซึ่งเดิมทีนั้นแอนาไฮม์ตั้งใจจะให้ใช้งานในร่างเวฟไรเดอร์เท่านั้นแต่ต่อมาได้แก้ให้แปลงร่างเป็น MSได้ ฮัมมิงเบิร์ดสามารถติดถังเชื้อเพลิงเพิ่มบริเวณหว่างขาได้และใช้อาวุธเป็นบีมสมาร์ทกันกับกับบีมแคนน่อน สมรรถนะของฮัมมิงเบิร์ดนั้นนับว่าสูงสุดใน Zพลัสซีรีส์แต่ก็ถูกยกเลิกไปพร้อมๆกับดีพสไตรเกอร์ รูปแบบของ Zพลัสนั้นพัฒนาต่อมาอีกเป็น MSZ-006D ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบให้ร่างเวฟไรเดอร์มีพลังในการต่อสู้สูงกว่าเดิม ร่างเวฟไรเดอร์ของ Zพลัสแบบ Dนั้นได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้นและแบ็คแพ็คก็เป็นแบบติดเครื่องยนต์เทอร์โมเจ็ต ซึ่งเมื่อใช้งานในอวกาศจะสามารถเปลี่ยนแบ็คแพ็คได้ แม้จะมีราคาแพงมากแต่ด้านสมรรถนะนั้นนับได้ว่าเป็นชั้นหนึ่งทั้งการใช้งานแบบ MSและเครื่องบินขับไล่ MSZ-006E ซึ่งออกแบบให้ใช้ในภารกิจสอดแนมโดยติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกและเซนเซอร์แบบ EWAC (Early Warning And Control) แต่เนื่องจากใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพงมากและใช้ในภารกิจลับเป็นหลักจึงมีข้อมูลน้อย และ MSZ-006R ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ทดสอบระบบ BWSของรีกัซซี

msz-006c1.jpg

MSZ-006C1 Z Plus C1

First appearance Gundam Sentinel
Designer Hajime Katoki
Head height 19.86 m
Base weight 36.18 t Full weight 86.77 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2070 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • beam cannon
  • beam rifle
  • beam smartgun
  • shield
msz-006c1-bst.jpg

MSZ-006C1[Bst] Z Plus "Hummingbird"

msz-006c1-bst-2.jpg

Alternate Colours

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License