เซต้ากันดั้ม
msz-006lgt.jpg

MSZ-006LGT Lightning Z Gundam

First appearance Gundam Build Fighters Try
Designer Naoki
Overall height 19.8 m
Weight 60.1 t
Armaments

  • beam blade
  • vulcan gun
  • beam rifle
  • shield (mega particle cannon)

Special attack

  • Phoenix Burst

กันพลาเซต้ากันดั้มที่ยูมะ โคซากะส่งเข้าประกวดเมย์จินคัพโอเพนคอร์สหลังการแข่งกันพลาแบทเทิลระดับประเทศ ไลท์นิงเซต้านั้นได้รับการจัดเรียงชิ้นส่วนใหม่จนเรียกได้ว่าเป็นการทำใหม่ทั้งตัวและยูมะก็สามารถปรับตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆได้ตามกลยุทธที่จะใช้ โดยในตอนที่ส่งเข้าประกวดนั้นพลังก์อาเมอร์ถูกจัดตำแหน่งไว่ในสภาพที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะของร่าง MSแต่ไม่สามารถแปลงร่างเป็นเวฟไรเดอร์ได้ โล่ของไลท์นิงเซต้านั้นมีปืนอนุภาคติดไว้และไบน์เดอร์ด้านหลังก็สามารถย้ายมาติดไว้กับแขนและแผ่บีมเบลดออกมาได้ ซึ่งเมื่อไลท์นิงเซต้ากันดั้มถือโล่ไว้ทั้งสองมือและกางบีมเบลดก็จะสามารถผสานกำลังยิงออกไปเป็นท่าไม้ตาย "ฟินิกซ์เบิร์สท์" ซึ่งคล้ายกับโฮโอฮาโอเค็นของทรายเบิร์นนิงกันดั้มได้ ในขณะที่ถอดไบน์เดอร์ออกมานี้ยังสามารถเอาโล่หรือบีมไรเฟิลไปติดไว้แทนได้ ยูมะยังเคยเอาไลท์นิงเซต้ากันไดั้มไปทาสีใหม่เป็นสีขาวตามแบบเครื่องของอามุโร่ เรียกว่า MSZ-006LGT-3 ไลท์นิงเซต้ากันดั้มแอสโพรส เพื่อร่วมประกวดในงานอีเวนท์ ไวท์วอร์

ยูกิ ทัตสึยะ ยังเคยดัดแปลงกันพลาเซต้ากันดั้มไว้ใช้ระหว่างการทัวร์ยุโรปในฐานะของเมย์จิน คาวางุจิที่สาม เป็น amazon.co.jp A-Zกันดั้ม โดยได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดทั้งด้านพลังทำลายและสมรรถนะโดยที่ยังคงความสามารถในการแปลงเป็นเวฟไรเดอร์ไว้ รวมถึงยังได้ใช้สีแบบใหม่ของบริษัทยาจิมะเทรดดิงซึ่งมีปฏิกิริยากับอนุภาคพลาฟสกี ระบบขับเคลื่อนนั้นเสริมด้วยฟลายอิงบูสเตอร์และในร่างเวฟไรเดอร์ก็มีความเร็วสูงกว่าปกติถึงหกเท่า อาวุธหลักของ A-Zกันดั้มนั้นก็คือทวินไฮเปอร์เมกาลันเชอร์ซึ่งดัดแปลงจากไฮเปอร์เมกาลันเชอร์เป็นแบบสองลำกล้องและสามารถแยกออกเป็นสองกระบอกได้ ในสภาพที่แยกออกเป็นสองกระบอกนี้จะสามารถนำไปประกอบกับส่วนฟลายอิงบูสเตอร์เพื่อเพิ่มพลังทำลายและระยะหวังผลได้ เรียกว่าไพรม์แคนน่อนโหมด ซึ่งก็สามารถใช้งานได้ในทั้งสองร่าง โล่ที่แขนซ้ายนั้นมีขนาดเล็กแต่ด้วยสีแบบใหม่ของบริษัทยาจิมะจึงมีพลังป้องกันสูงมากและยังมีบีมเซเบอร์ขนาดใหญ่ติดไว้ด้วย ซึ่งในร่างเวฟไรเดอร์ก็สามารถใช้ในการโจมตีระยะประชิดด้วยการพุ่งชนได้ A-Zกันดั้มยังมีอาวุธเสริมเป็นบีมเซเบอร์แบบปกติกับปืนวัลแคน

นีลเซนแล็บยังใชเกันพลาที่ดัดแปลงจากเซต้ากันดั้มในการทดลองแบทเทิลซิสเต็มรุ่นใหม่ซึ่งใช้หินอาริสตาที่มีความบริสุทธิ์มากกว่าที่ใช้อยู่เดิม เรียกว่า BN-876 สแครมเบิลกันดั้ม โดยได้ผสมชิ้นส่วนจากกันพลาอื่นเข้ามาโดยที่เด่นคือปีกของเดสทินีกันดั้ม ตามตัวสแครมเบิลกันดั้มนั้นมีพาร์ทใสเป็นอุปกรณ์ควบคุมอนุภาค เมื่อเทียบกับกันพลาโดยทั่วไปในขณะนั้นแล้วมีสมรรถนะทั้งการตอบสนองต่ออนุภาคพลาฟสกีและกำลังที่สูงกว่ามาก มีอาวุธเป็นบีมเซเบอร์กับปืนวัลแคนและสามารถติดบีมไรเฟิลไว้ที่แขนทั้งสองข้างได้ สแครมเบิลกันดั้มนั้นสามารถบินได้และยังสามารถแปลงร่างเป็น MAเพื่อใช้ความเร็วสูงได้ แต่ในตอนที่ทดสอบระบบนั้นหินอาริสตาได้ทำปฏิกิริยากับหินอาริสตาของสาวน้อยลึกลับจนหลุดการควบคุมเหมือนที่เกิดขึ้นในการแข่งกันพลาโลกครั้งที่ 7 และสแครมเบิลกันดั้มก็กลายเป็นเหมือนศูนย์กลางระบบป้องกันตัวของอาริสตา นอกจากความสามารถที่ออกแบบไว้แล้วสแครมเบิลกันดั้มยังสามารถควบคุมผลึกอาริสตาที่งอกอยู่ทั่วและสามารถควบคุมแบทเทิลซิสเต็มได้ตั้งแต่เปลี่ยนสภาพของสนามรบไปจนถึงเรียกการโจมตีจากประตูมิติได้

สแครมเบิลกันดั้มนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการทดลองจึงเน้นที่สมรรถนะและใช้รูปแบบที่นับว่าเป็นแบบพื้นๆซึ่งเล่นได้ไม่สนุกนัก นีลส์จึงได้ให้เมย์จิน คาวางุจิที่สามแต่งสแครมเบิลกันดั้มอีกตัวเป็นพี่น้องของสแคมเบิลกันดั้มที่เน้นให้ใช้เล่นได้สนุกกว่าเดิม เรียกว่า BN-876β ฮอทสแครมเบิลกันดั้ม โดยได้เปลี่ยนแผงปีกเป็นฟินฟันเนลและใช้บีมไรเฟิลขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงมาจากของนิวกันดั้ม ซึ่งบีมไรเฟิลกับฟินฟันเนลนั้นสามารถประกอบกันเพื่อเพิ่มอานุภาพเป็นปืนใหญ่มหาอนุภาคได้

msz-006lgt-3.jpg

MSZ-006LGT-3 Lightning Z Gundam Aspros

First appearance Imaging Builders
Designer Naoki

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License