ยานชั้นมุไซ

Musai class

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 234 m
Armaments

  • missile launcher
  • large missile launcher
  • 2-barrel mega particle cannon

ยานลาดตระเวนเบาซึ่งกองทัพซีอ้อนออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานร่วมกับ MSแต่แรกและเน้นที่การสนับสนุนหน่วย MSมากกว่าการต่อสู้กับยานรบด้วยกัน มุไซนั้นบรรทุกซาคุทูว์ไว้ในตัวยานได้ 4 เครื่องแต่ไม่มีคาทาพัลท์ปล่อยตัว MS โดย MSจะออกมาเองทางท้องยานด้านหลัง อาวุธหลักของมุไซก็คือป้อมปืนใหญ่มหาอนุภาคแบบสองลำกล้องสามป้อมซึ่งติดอยู่ระหว่างสะพานเดินเรือกับตัวยาน ป้อมปืนอนุภาคของมุไซนั้นมีขอบเขตการยิงที่จำกัด ไม่สามารถยิงป้องกันตัวด้านหลังหรือลงล่างได้ แต่ก็สามารถระดมยิงปืนใหญ่ทั้งหกกระบอกไปที่เป้าหมายเดียวได้ มุไซมีอาวุเสริมเป็นมิสไซล์ลันเชอร์ขนาดใหญ่และเล็ก แต่ไม่มีอาวุธสำหรับป้องกันตัวในระยะใกล้ ยานชั้นมุไซที่โดดเด่นั้นก็คือ CC-102 ฟาลเมล ซึ่งเป็นยานใต้บังคับบัญชาของชาร์ อัสนาเบิลและมีลักษณะที่แตกต่างจากมุไซปกติ ในภาค The Origin นั้นได้แก้ดีไซน์ของมุไซโดยมีปืนต่อต้านอากาศยานติดไว้ป้องกันด้านหลัง และวาลคีรีซึ่งเป็นยานใต้บังคับบัญชาของโดซูล ซาบีในช่วงยุทธการลูมนั่้นจะมีอขนาดที่ใหญ่กว่ามุไซรุ่นปกติประมาณ 30% และป้อมปืนมหาอนุภาคก็ติดปืนที่ใหญ่กว่าปกติด้วย มุไซนั้นใช้งานได้แต่ในอวกาศเท่านั้น แต่ใต้มุไซจะมีกระสวยอวกาศ โคมุไซ สำหรับใช้ส่งกำลังพลลงไปบนโลก ซึ่งโคมุไซนั้นสามารถบรรทุก MS ได้อีกสองเครื่อง แต่เนื่องจากการนำ MSเข้าออกนั้นยุ่งยากเอาการจึงไม่ใช้โคมุไซบรรทุก MSในเวลาปกติ โคมุไซนั้นใช้แรงจากที่มุไซส่งกระสวยออกมาและมีรูปร่างที่ร่อนกลางอากาศได้จึงมีระบบขับเคลื่อนสำหรับปรับทิศทางเท่านั้น โคมุไซมึอาวุธป้องกันตัวเป็นปืนวัลแคนสองกระบอกซึ่งมีพลังทำลายต่ำและตำแหน่งของค็อกพิตก็ทำให้มองด้านล่างได้ยากด้วย

กองทัพซีอ้อนได้แก้ดีไซน์ของมุไซใหม่ซึ่งนอกจากป้อมปืนอนุภาคเดิมสามป้อมแล้วยังได้เสริมเข้าไปอีกสองป้อมสำหรับยิงป้องกันตัวด้านล่างและด้านหลัง รวมทั้งติดปืนกลไว้ป้องกันตัวในระยะประชิดด้วย แต่ไม่มีมิสไซล์อีก โรงเก็บของมุไซรุ่นนี้จะอยู่ข้างตัวยานให้ดูกว้างขึ้นและมีคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSในตัว โคมุไซนั้นก็ได้รับการปรับปรุงเป็นโคมุไซทูว์ ซึ่งเปลี่ยนอาวุธเป็นปืนกลแก็ตลิ่งสองกระบอกและส่วนค็อกพิตสามารถยกขึ้นให้มองด้านล่างได้ดีขึ้น โคมุไซทูว์ยังสามารถติดบูสเตอร์และออกจากบรรบากาศโลกด้วยกำลังของตนเองได้ และในช่วงท้ายของสงครามหนึ่งปีก็มีมุไซซึ่งถอดอาวุธเหลือเฉพาะป้อมปืนใหญ่อนุภาคสองป้อมและเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์หลักให้ความเร็วสูงขึ้น

หลังสงครามหนึ่งปี ในช่วงศึกกรีปส์นั้นสาธารณรัฐซีอ้อนก็ยังคงใช้งานมุไซต่อมา โดยเป็นมุไซแบบดั้งเดิมแต่ใช้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพขึ้น ขยายโรงเก็บและเสริมป้อมปืนต่อต้านอากาศยานไว้สำหรับป้องกันตัว ซึ่งมุไซรุ่นปรับปรุงนี้ก็เป็นรุ่นที่สหพันธ์โลกและทีทานส์เอาไปใช้ด้วย ส่วนที่ดาวเคราะห์น้อยแอ็กซิสนั้นได้ใช้รูปแบบของมุไซพัฒนาต่อไปเป็นยานชั้นเอนดราซึ่วยังคงลักษณะเดิมของมุไซรวมทั้งกระสวยโคมุไซไว้ แต่ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเข้าสู่บรรยากาศโลกและสามารถบินบนโลกได้ด้วยมินอฟสกีคราฟท์ เอนดรามีอาวุธหลักเป็นปืนใหญ่มหาอนุภาคห้ากระบอก โดยมีหนึ่งกระบอกสำหรับยิงป้องกันด้านหลังและอีกสองกระบอกอยู่ใต้ยาน เอนดรายังมีคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSอย่างเต็มรูปแบบสองลาน ซึ่งคาทาพัลท์ของเอนดรานั้นจะเอียงเข้าด้านในเพื่อให้มีทางวิ่งยาวที่สุดเท่าที่ทำได้

musai-origin.jpg

The Origin version

Designer Mika Akitaka

musai-0083.jpg

Late Production Type

First appearance Mobile Suit Gundam 0083 : Stardust Memory
Designer Shoji Kawamori
Overall length 234 m
Full weight 26200 t
Armaments

  • 2-barrel 120 mm machine gun
  • 2-barrel mega particle cannon
musai-0080.jpg

Final Production Type

First appearance Mobile Suit Gundam 0080 : War in the Pocket
Designer Yutaka Izubuchi

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License